สารบัญ
วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) คืออะไร
วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) วัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ-1273 ( mRNA-1273) เป็นนวัตกรรมล่าสุด แตกต่างจากวัคซีนทั่วไปที่เป็นโปรตีนหรือเชื้อโรคที่ถูกทำให้ตาย และต่างจากวัคซีนชนิดที่ใช้ไวรัสพาหะ (Viral Vector Vaccine) พัฒนาโดย บริษัท ModernaTX, Inc. สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิด-19 สูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2564 ระบุว่า วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดโรคโควิด-19 94.1% ในประชากรทั่วไป ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% ในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป ลดความรุนแรงของโรคได้ 100% และลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 100%
แต่ในกรณีมีสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์ พบว่าประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อลดลง เช่น เดียวกันกับวัคซีนอื่นๆ แต่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้
แนวทางการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna)
วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) เหมาะกับใคร
เหมาะกับผู้ที่อายุ 12 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะ
1. ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังและอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อติดโควิด-19 เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหอบหืด โรคปอด โรคตับ และโรคไต
2. ผู้ที่ต้องทำงานด้านสาธารณสุข ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ หรืองานใด ๆ ที่ถือว่ามีความเสี่ยงรับเชื้อสูง
3. ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความเหมาะสมก่อนรับวัคซีน
4. ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เพราะอาจมีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อติดโควิด-19
5. สตรีที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร สำหรับสตรีที่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคลก่อน
วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ไม่เหมาะกับใคร
1. ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ควรรอผลการศึกษาเพิ่มเติมก่อน
2. ผู้ที่มีอาการแพ้ทันทีหลังได้รับวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA ทั้งการแพ้แบบรุนแรงและไม่รุนแรง เช่น มีผื่นคัน ลมพิษ ตาบวม หน้าบวม อึดอัดแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก เป็นต้น ไม่ควรรับวัคซีนนี้
3. ผู้ที่พบว่ามีอาการแพ้หลังจากฉีดวัคซีนชนิดนี้เข็มแรกไปแล้ว ไม่ควรรับวัคซีนชนิดนี้เพิ่มเติม
4. ผู้ที่มีประวัติแพ้สารโพลีเอธิลีน ไกลคอล (Polyethylene Glycol: PEG) ซึ่งเป็นส่วนผสมในยาและเครื่องสำอางบางชนิด ซึ่งมีอยู่ในวัคซีนโควิดโมเดอร์นา
5. ผู้ที่มีประวัติแพ้สารพอลิซอร์เบต (Polysorbate) ซึ่งเป็นส่วนผสมในยาและเครื่องสำอางบางชนิด แม้จะไม่มีอยู่ในวัคซีนโควิดโมเดอร์นา แต่คุณสมบัติใกล้เคียงกับ PEG มาก จึงอาจเป็นอันตรายได้
วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์อะไรได้บ้าง
จากหลักฐานที่มี ณ เวลานี้ วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโควิดได้หลายสายพันธุ์ ดังนี้
อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ในการป้องกันโควิดสายพันธุ์ต่างๆ และผลข้างเคียง ยังคงต้องศึกษาเพิ่มเติม ซึ่งทุกคนควรติดตามต่อไป เช่น สายพันธุ์ Delta หรือ สายพันธุ์ Omicron ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้
การเตรียมตัวก่อนฉีด วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna)
1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี
3. ต้องไม่มีไข้ หรืออาการเจ็บป่วย
4. งดออกกำลังกายหนัก 2 วัน ก่อนและหลังการฉีดวัคซีนโควิด
5. แจ้งข้อมูลสำคัญที่แพทย์ควรทราบก่อนฉีดวัคซีนโควิด เช่น โรคประจำตัว, ประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน, การตั้งครรภ์หรือวางแผนการตั้งครรภ์, และข้อมูลอื่นๆ ที่แพทย์ควรทราบ เช่น ประวัติการแพ้วัคซีนโควิดที่เคยฉีดก่อนหน้านี้หรือวัคซีนชนิดอื่นๆ
การดูแลตัวเองหลังฉีด วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna)
1. ควรนั่งรอดูอาการประมาณ 30 นาที เพื่อสังเกตอาการข้างเคียง หรืออาการแพ้วัคซีนโควิด
2. อาจมีอาการหลังฉีดวัคซีนโควิด โดยอาจอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย และปวด บวม แดง หรือร้อนบริเวณที่ฉีดวัคซีนโควิด
3. หลังฉีดวัคซีนโควิด อาจมีอาการปวดศีรษะหรือกล้ามเนื้อ 1-2 วัน
4. คำแนะนำ (หากมีไข้ ให้รับประทานพาราเซตามอล 500 มก. ครั้งละ 1 เม็ด)
*** หลังฉีดวัคซีนโควิด-19 ควรสังเกตอาการ 24 ชั่วโมงแรก หลังการฉีดแล้วควรสังเกตอาการหลังจากนั้น 7 วัน และอีกครั้งหลังจากนั้น 30 วัน ***
อาการหลังฉีดวัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ที่พบบ่อย
*ผลข้างเคียงของวัคซีนโมเดอร์นา(Moderna)อาจเริ่มแสดงออกภายใน 1 – 2 วันหลังจากรับวัคซีน โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2 – 3 วัน สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลบรรเทาอาการปวดหรือมีไข้ได้หากท่านไม่แพ้ยาดังกล่าว มีรายงานการเกิดอาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis) หัวใจอักเสบหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบหลังได้รับวัคซีนนี้ แต่พบได้น้อย
ข้อควรระวังในการฉีด วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna)
1. ผู้ที่เคยแพ้ส่วนประกอบของวัคซีน หรือเคยฉีดวัคซีนชนิด mRNA ยี่ห้ออื่นแล้วมีอาการแพ้รุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
2. ผู้ที่กำลังไม่สบาย มีไข้ หรือสงสัยว่าจะติดโรคโควิด-19 ยังไม่ควรฉีด
3. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต และโรคอื่นๆ รวมทั้งผู้ที่กำลังทานยาโรคประจำตัว สามารถฉีดได้ หากอาการต่างๆ ของโรคคงที่ และได้รับความเห็นชอบจากแพทย์ประจำตัวของท่าน
4. สำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร สามารถฉีดได้หากอายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ (อ้างอิงจาก กรมอนามัย) ทั้งนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกาและอื่นๆ ได้มีการฉีดไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าวัคซีนจะสามารถถ่ายทอดจากรกหรือน้ำนมไปสู่ลูกน้อยเพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิต้านทานได้หรือไม่ ทั้งหมดนี้จึงขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ที่ดูแลท่าน
เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนที่ผลิตออกมาไม่นาน และยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการให้วัคซีนนี้ควบคู่กับวัคซีนอื่นทุกประเภท จึงแนะนำเว้นระยะห่างอย่างน้อย 4 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปฏิกิริยาจากการฉีดวัคซีนพร้อมกันและรบกวนการสร้างภูมิคุ้มกัน
อาการแพ้วัคซีนที่ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม