เมื่อคนเราอายุมากขึ้นย่อมมีความเสื่อมเกิดขึ้นในร่างกาย และตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่เกิดจากความเสื่อมโทรมของร่างกาย เริ่มตั้งแต่ อ่อนเพลีย ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เหนื่อยง่าย ต้องการพักผ่อนมากกว่าเดิม รู้สึกไม่มีพลังงาน ไม่มีสมาธิในการทำงาน มีอารมณ์ไม่คงที่ หงุดหงิดง่าย ซึมเศร้า หรือเครียดได้ง่าย มีการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย กล้ามเนื้อลดลง มีไขมันสะสมมากขึ้น กระดูกบางลง และนำไปสู่โรคที่เกิดจากความเสื่อมต่าง ๆ อาทิ
- สมองเสื่อม อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน
- โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง
- โรคมะเร็ง
Anti-Aging Medicine เป็นการรักษาเฉพาะทางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในยุโรปและสหรัฐอเมริกา และเริ่มเป็นที่กล่าวขานถึงกันมากขึ้นในบ้านเรา มีหลักการสำคัญ คือ
- เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง
- ป้องกันโรคที่เกิดจากความชราหรือความเสื่อมของร่างกาย
- เน้นการแพทย์แบบองค์รวม ดูแลผู้ป่วยทั้งร่างกาย และจิตใจไม่แยกส่วนเป็นอวัยวะต่างๆ
ทำไม Anti-Aging Medicine จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว
- ทุกคนต่างปรารถนาจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่อยากร่วงโรยหรือชราตามสภาพ ซึ่ง Anti-Aging Medicine ได้เข้ามาช่วยถมช่องว่างตรงนี้ได้
- Anti-Aging Medicine เป็นการรวมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้ามาใช้ในการยืดอายุ ชะลอความชรา ป้องกันโรคชรา หรือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมที่เราเคยคิดว่ารักษาไม่ได้ เช่น โรคหัวใจ โรคสมองเสื่อม โรคพาร์กินสัน รวมถึงโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย
- Anti-aging medicine เป็นแนวทางการรักษาที่มิเพียงให้อายุยืนอย่างเดียว หากแต่ต้องมีสุขภาพที่ดีด้วย โดยใช้แนวทางผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนปัจจุบัน และการแพทย์ทางเลือกที่ปลอดภัย ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อสร้างสมดุลทางสุขภาพให้ได้มากที่สุด
รพ.ยันฮี ตระหนักดีว่า... “สุขภาพที่ดี และความอ่อนเยาว์ เป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิตที่ดี และความพร้อมในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข” จึงได้เปิดศูนย์การแพทย์ชะลอวัย (Yanhee Anti-Aging Medical Center) เพื่อให้ทุกท่านได้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
บริการของศูนย์การแพทย์ชะลอวัย
- การให้คำปรึกษา และแนะนำรายละเอียด แบบเฉพาะบุคคลจากแพทย์ผู้ชำนาญการ ผสมผสานการรักษาโดยยึดหลักที่ว่า สภาพร่างกายของแต่ละคนมีความจำเพาะต่างกัน ดังนั้น วิธีการรักษาจะต้องปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
- การให้บริการต่าง ๆ โดยมีแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะทางหลากหลายสาขาวิชาร่วมกันดูแลผู้ป่วยการรักษาจะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ผู้รักษาและตัวผู้เข้ารักษาบำบัดเอง โดยแพทย์มีหน้าที่ในการวางแนวทางการรักษาซึ่งมีอยู่มากมายหลายวิธี ให้เข้ากับผู้ป่วยแต่ละรายและผู้ป่วยมีหน้าที่ปฏิบัติตัวตามแนวทางนั้น
- ใช้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทันสมัยในการตรวจสภาวะของร่างกาย เช่น สภาวะการอักเสบในร่างกาย การตรวจหาสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) การตรวจหาระดับฮอร์โมน (Hormone) ในร่างกายเพื่อวางแผนการให้การรักษา
- การรักษาเริ่มตั้งแต่การให้คำแนะนำในการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง รวมทั้งการให้การรักษาด้วยวิตามิน แร่ธาตุ สารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และฮอร์โมน (Hormone)
- การร่วมวางแผน พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
แนวทางการตรวจและรักษาต่าง ๆ เหล่านี้ทุกขั้นตอน จะมีทีมสุขภาพที่เพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ ประกอบด้วยแพทย์ที่ได้รับการศึกษาทางด้านการชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) แพทย์ที่ปรึกษาเฉพาะทาง พยาบาลวิชาชีพ เภสัชกร นักโภชนาการ เป็นต้น ซึ่งแพทย์และเจ้าหน้าที่ในทีมสุขภาพทุกท่านจะร่วมกันดูแลสุขภาพของท่านอย่างใกล้ชิด และให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาที่จะเป็นประโยชน์ต่อการรักษา โดยคำนึงถึงความแตกต่างในแต่ละบุคคล
ล้อมกรอบ Anti-Aging Medicine การดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก เพื่อป้องกันการเกิดโรค และการเสื่อมก่อนวัยอันควร ช่วยให้มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ
ด้วยความปรารถนาดีจาก รพ.ยันฮี