ไหมขัดฟันจำเป็นจริงหรือ

          การดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีคงไม่ใช่แค่การแปรงฟันเพียงอย่างเดียวเพราะฟันแต่ละซี่ของเรามีด้านที่ติดกันกับฟันซี่ข้างๆ ซึ่งการแปรงฟันไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดในบริเวณดังกล่าวได้ การใช้ไหมขัดฟันจึงเป็นอีกหนึ่งความจำเป็นที่ต้องทำอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หลังการแปรงฟันก่อนนอน เพื่อช่วยขจัดคราบจุลินทรีย์ในซอกฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดหินปูนเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคทำให้เกิดฟันผุ เหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการแปรงฟันและใช้น้ำยาบ้วนปากก็ทำให้ปากและฟันสะอาดเพียงพอแล้ว แต่ที่จริงแล้วขนแปรงอาจเข้าไม่ถึงซอกฟัน และน้ำยาบ้วนก็ไม่สามารถดึงเศษอาหารหรือคราบพล๊าค (plaque) ออกมาจากซอกฟันได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัญหาฟันเก การใช้ไหมขัดฟันจึงเป็นสิ่งจำเป็นและต้องใช้อย่างถูกวิธี
           ไหมขัดฟัน มี 2 ชนิด คือ
  1. ไหมขัดฟันชนิดที่เคลือบขี้ผึ้ง (Waxed) เหมาะสำหรับผู้ที่มีซี่ฟันชิดกันมาก และผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้ไหมขัดฟัน เพราะขี้ผึ้งที่เคลือบอยู่บนเส้นไหมจะช่วยให้ไหมเข้าซอกฟัน ซอกเหงือกได้ง่าย
  2. ไหมขัดฟันชนิดไม่เคลือบขี้ผึ้ง (Unwaxed, No waxed ) จะมีผิวที่หยาบกว่า ขจัดคราบ ขจัดเศษอาหารได้ดีกว่า ปัจจุบันไหมขัดฟันมีการพัฒนาทั้งในด้านคุณภาพและรสสัมผัส มีทั้งใช้แล้วเย็นสบายปาก และมีหลายรสชาติ หลายขนาดให้คุณเลือก
            วิธีใช้ที่ถูกต้อง
เพียงดึงไหมขัดฟันออกมาจากกล่องให้ยาวประมาณ 1 ไม้บรรทัด
พันปลายไหมที่นิ้วกลางทั้งสองข้างโดยให้เหลือไหมระหว่างนิ้วกลางทั้งสองประมาณ 4 นิ้ว ยึดไหมขัดฟันให้แน่นด้วยนิ้วโป้งและนิ้วชี้
           ค่อยๆ เลื่อนไหมขัดฟันเข้าในซอกฟันอย่างเบามือเลื่อนลงไปจนถึงใต้ขอบเหงือก ประมาณ 1 มิลลิเมตร ให้เส้นไหมโอบตามแนวโค้งของซี่ฟัน จากนั้นค่อยขยับขึ้นลง ทำไปทีละซี่ เมื่อเสร็จให้ขยับไปใช้ไหมส่วนที่ยังสะอาด เพื่อขัดฟันซี่ต่อไปทำจนครบทุกซี่
            หากพบว่าไหมขัดฟันขาดระหว่างผ่านซอกฟันควรไปพบทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะแสดงว่าอาจมีฟันผุด้านข้างหรือเกิดหินน้ำลายบริเวณซอกฟันนั่นเอง แม้คุณจะดูแลสุขภาพช่องปากเป็นอย่างดีครบทุกขั้นตอนแล้วก็ตาม การเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำทุก 6 เดือนก็ยังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นนะคะ
Show Buttons
Hide Buttons