chat

ไวรัสนิปาห์


จากข่าวการระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” ในรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย ได้พบผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวน 5 ราย แม้จะยังไม่มีการระบาดในไทย แต่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขยังคงประกาศเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเสียชีวิตที่สูงและอาการที่รุนแรงถึงขั้นสมองอักเสบ จากสถิติการระบาดในหลายพื้นที่พบอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40-75% ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันหรือยารักษาเฉพาะเจาะจง ดังนั้น แพทย์จะรักษาตามอาการ แต่มีรายงานพบว่ายาไรบาวิริน (Ribavirin) อาจช่วยลดความรุนแรงของไวรัสนิปาห์ได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงกำหนดให้ไวรัสนิปาห์เป็นโรคที่ต้องรายงานทันที หากพบการติดเชื้อ เพื่อจำกัดวงการแพร่ระบาดไม่ให้กลายเป็นวิกฤตสาธารณสุขระดับโลก

ไวรัสนิปาห์ คืออะไร?
พาหะนำโรคไวรัสนิปาห์
อาการของการติดเชื้อไวรัสนิปาห์
แนวทางการวินิจฉัยไวรัสนิปาห์
กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสนิปาห์
แนวทางการป้องกันไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์ คืออะไร?

ไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) คือ เชื้อไวรัสในตระกูลเดียวกับไวรัสเฮนดรา (Hendra virus) จัดเป็นโรคติดต่อระหว่างสัตว์สู่คนที่มีความรุนแรงสูง ค้นพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2541 จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย ขณะนั้นเกิดการระบาดที่มาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อไวรัสนี้ ระยะฟักตัวของโรคอยู่ระหว่าง 4-14 วัน แต่อาจนานได้ถึง 45 วัน

พาหะนำโรคไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์

พาหะนำโรคไวรัสนิปาห์ คือ ค้างคาวกินผลไม้ โดยเฉพาะ ค้างคาวแม่ไก่ เชื้อไวรัสจะอาศัยอยู่ในตัวค้างคาวโดยที่ค้างคาวไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อผ่านสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระได้ รวมทั้งสุกร ม้า แมว แพะ แกะ ที่รับเชื้อมาจากค้างคาวผลไม้อีกต่อหนึ่ง สามารถติดเชื้อจากสัตว์สู่คน ผ่านการสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ ได้แก่ สุกร และค้างคาว หรือการกินผลไม้ที่มีรอยกัดแทะของค้างคาวกินผลไม้ ปนเปื้อนน้ำลายหรือปัสสาวะของค้างคาว ทั้งยังติดเชื้อจากคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย หรือเลือด รวมทั้งการดื่มน้ำผลไม้ที่เก็บด้วยวิธีไม่สะอาด เช่น น้ำอินทผลัมสด ปราศจากการฆ่าเชื้อ ปนเปื้อนเชื้อจากค้างคาวก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

อาการของการติดเชื้อไวรัสนิปาห์

ไวรัสนิปาห์

เริ่มแรกจะมีอาการคล้ายไข้หวัด มีไข้สูง ปวดศีรษะ

ไวรัสนิปาห์

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เจ็บคอ อาเจียน

ไวรัสนิปาห์

ไอ เหนื่อยหอบ (หากเริ่มมีอาการหนักขึ้น จะเริ่มไอเสียงดัง) หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก

กรณีที่อาการแทรกซ้อนรุนแรงจากระบบประสาทถูกทำลาย สมองจะอักเสบเฉียบพลัน (Fatal Encephalitis) เกิดจากเส้นเลือดอักเสบทั่วไปในสมอง ปอดบวม ง่วงซึม สับสน มึนงง ชักเกร็งจนหมดสติเข้าสู่ภาวะโคม่าภายใน 24-48 ชั่วโมง

แนวทางการวินิจฉัยไวรัสนิปาห์

อาศัยการตรวจทางนํ้าเหลืองวิทยา หา IgM และ IgG โดยวิธี ELISA หรือวิธี serum neutralization ยืนยันการวินิจฉัยโดยการแยกเชื้อไวรัสได้จากผู้ป่วย หรือวิธี RT-PCR ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสนิปาห์

กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสนิปาห์

คนไทยในพื้นที่และผู้แสวงบุญชาวไทยที่จะเดินทางมาแสวงบุญที่พุทธคยาและพื้นที่ใกล้เคียง เขตรัฐพิหาร ให้ระมัดระวังและติดตามข่าวการแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด

ชาวสวนผลไม้หรือผู้ทำงานปศุสัตว์ในฟาร์ม

บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยใกล้ชิด (2 ใน 5 ของผู้ติดเชื้อในอินเดียเป็นพยาบาล)

บางจังหวัดทางภาคใต้ของไทยพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสนิปาห์ในนํ้าลายและปัสสาวะของค้างคาวแม่ไก่ด้วย ดังนั้นพื้นที่เสี่ยงทางภาคใต้ ควรเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและป้องกันไม่ให้โรคแพร่มายังสัตว์เลี้ยงตามมาตรการของกรมปศุสัตว์

แนวทางการป้องกันไวรัสนิปาห์

หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยฟันกัดแทะ ไม่แขวนกระบอกรองน้ำผลไม้จากต้น

ไวรัสนิปาห์

ล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน ควรล้างผ่านน้ำไหลหรือปอกเปลือก

หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วยจำพวกสุกรหรือค้างคาว ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันทุกครั้ง เช่น ถุงมือ และหน้ากากอนามัย

ล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

ไวรัสนิปาห์

ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์สุกๆ ดิบๆ

ทำความสะอาดเครื่องใช้ในครัวเรือน รวมถึงอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวให้สะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

หากพบซากสัตว์ที่ตายโดยไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจน ไม่ควรนำมารับประทาน

หากพบสัตว์ หรือซากสัตว์ที่ติดเชื้อ ไม่ควรเคลื่อนย้าย หรือลากสัตว์ออกจากจุดที่พบเกินรัศมี 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

ควรคัดกรองผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ณ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ"ไวรัสนิปาห์"

ถาม ตอบ

ผู้ที่รอดชีวิตหลังติดเชื้อไวรัสนิปาห์จะมีอาการข้างเคียงอะไรหรือไม่?

มีรายงานว่าผู้รอดชีวิตบางรายอาจมีภาวะทางระบบประสาทเรื้อรังได้ประมาณร้อยละ 20 ของผู้ป่วยจะมีผลกระทบทางระบบประสาทหลงเหลืออยู่ เช่น โรคลมชักและการเปลี่ยนแปลงบุคลิกภาพ จำนวนน้อยที่หายดีแล้วอาจกลับมาเป็นซ้ำหรือเกิดโรคไข้สมองอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไปได้ในภายหลัง

เอกสารอ้างอิง

สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย. (2568). โรคติดเชื้อไวรัสเฮนดราและไวรัสนิปาห์. กรุงเทพฯ :สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข.

บทความโดย นพ.เอกวิทย์ เกวลินสฤษดิ์