chat

โรคไข้หูดับ


จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคไข้หมูดิบ หรือ ไข้หูดับกำลังระบาดในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งชาวบ้านมีพฤติกรรมบริโภคเนื้อหมูดิบ ปรุงอาหารไม่สุก ไม่สะอาด และเนื้อหมูปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) ส่งผลให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ พิการด้านการได้ยินหรือหูดับได้ หากมีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หลังทานเนื้อหมูดิบควรรีบมาพบแพทย์ แม้ว่าโรคดังกล่าวจะพบได้น้อยแต่ก็ไม่ควรประมาท และทานอาหารที่สุก สะอาดถูกสุขอนามัย

สาเหตุของโรคไข้หูดับ
อาการของโรคไข้หูดับ
ใครบ้างเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ?
การวินิจฉัยโรคไข้หูดับ
แนวทางการรักษาโรคไข้หูดับ
แนวทางป้องกันโรคไข้หูดับ
Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับโรคไข้หูดับ

สาเหตุของโรคไข้หูดับ

โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus suis) อยู่ในทางเดินหายใจหมู และในเลือดของหมูที่กำลังป่วย สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ

โรคไข้หูดับ

การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อ รวมทั้งเนื้อหมู เครื่องในและเลือดหมูที่เป็นโรค โดยติดต่อสู่คนทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา

โรคไข้หูดับ

เกิดจากการบริโภคเนื้อหมู หรือเลือดหมูที่ปรุงดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ ที่มีเชื้ออยู่

อาการของโรคไข้หูดับ

ผู้ป่วยโรคไข้หูดับจะมีอาการหลังรับประทานเนื้อหมูดิบ 3-5 วัน มักมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หากปล่อยไว้เชื้อจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายในและระบบประสาท ทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบ และเสื่อมอย่างรุนแรง ทำให้หูหนวก

โรคไข้หูดับ

ทั้งนี้ ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางหู คือ ภาวะหูดับ จะเกิดขึ้นตามหลังจากการเกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โดยการอักเสบจะลามจากน้ำเยื่อหุ้มสมองมายังหูชั้นใน ทำให้เกิดภาวะหูชั้นในอักเสบ ซึ่งในส่วนของกระดูกก้นหอยของหูชั้นใน มีอวัยวะที่ทำหน้าที่รับเสียงอยู่ ทำให้เกิดอาการหูดับขึ้น โดยมักจะเป็นกับหูทั้งสองข้าง หากเกิดขึ้นแล้ว ผู้ป่วยจะไม่สามารถได้ยินอีก จะเสียความสามารถในการรับฟังไปเรื่อย ๆ ยิ่งนานวัน โอกาสฟื้นฟูก็จะยิ่งลดลงทำให้โอกาสความสำเร็จหลังการผ่าตัดลดลง และอีกปัจจัยที่สำคัญมากคือ ภาวะไข้หูดับ มีโอกาสที่จะเกิดการตีบตันของท่อนำเสียงในกระดูกก้นหอยสูงมาก จึงควรพิจารณาการรักษาอย่างเร็วไว เพราะหากท่อนำเสียงในกระดูกก้นหอยตีบตันไปแล้ว การผ่าตัดใส่ประสาทหูเทียมแบบมาตรฐานก็จะไม่สามารถทำได้เลย

ใครบ้างเสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับ?

โรคไข้หูดับ

ผู้บริโภคอาหารที่ปรุงจากเนื้อหมูดิบ ไม่ได้ปรุงสุกอย่างถูกสุขลักษณะ

โรคไข้หูดับ

เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเลี้ยงหมูและฟาร์มสุกร ที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับหมูเป็นประจำ รวมทั้งคนงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ค้าเนื้อหมูที่อาจมีการสัมผัสกับเนื้อหมูดิบเป็นประจำทุกวัน ผู้ที่ทำงานในโรงงานแปรรูปเนื้อหมู เช่น การผลิตไส้กรอก แหนมหมู หมูยอ หรือผลิตภัณฑ์จากหมูอื่น ๆ

โรคไข้หูดับ

กลุ่มที่ติดเชื้อแล้วจะมีอาการป่วยรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่ติดสุราเรื้อรัง ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ ผู้ที่เคยตัดม้ามออก

การวินิจฉัยโรคไข้หูดับ

ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจเพาะเชื้อจากเลือดและน้ำเยื่อหุ้มไขสันหลังเพื่อหาเชื้อสเตร็ปโตค็อกคัสซูอิส

แนวทางการรักษาโรคไข้หูดับ

ให้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อก่อโรคผ่านเส้นเลือดดำ เช่น เพนิซิลลิน เซฟาโลสปอริน หรือแวนโคมัยซิน เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ควบคู่ไปกับรักษาตามอาการ ได้แก่ ลดอาการปวด ลดไข้ ลดอาการวิงเวียนศีรษะ ด้วยวิธีการทางยาและอื่น ๆ การรักษาประคับประคอง คือ การช่วยให้สารน้ำ สารอาหาร เกลือแร่ต่าง ๆ แก่ผู้ป่วย

แนวทางป้องกันโรคไข้หูดับ

โรคไข้หูดับ

แนะนำให้ปรุงเนื้อหมูให้สุกด้วยความร้อนจนเนื้อไม่มีสีแดง รวมถึงเลือกซื้อวัตถุดิบมาจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน สะอาด ผ่านการตรวจจากโรงฆ่าสัตว์หรือจากแหล่งที่เชื่อถือได้ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ หลังจากสัมผัสกับเนื้อหมูควรรีบล้างมือทันที กรณีผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาลและสัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าหรือบู๊ทยาง สวมถุงมือ ใส่แว่นกันเลือดกระเด็นเข้าตา รวมถึงสวมเสื้อปกปิดมิดชิดระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิดและล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง ไม่ใช้เขียงหมูดิบในการหั่นอาหารอื่นที่จะรับประทานโดยไม่ปรุงสุกเพิ่ม เช่น ผักสด ผลไม้สด หรืออาหารอื่นที่สุกแล้ว เพราะจะทำให้มีการปนเปื้อนเชื้อโรค

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ "โรคไข้หูดับ"

ถาม ตอบ

นอกเหนือจากติดเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค็อกคัส ซูอิสแล้ว ยังมีสาเหตุของโรคหูดับอื่นใดอีก?

การอุดตันของหลอดเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงหูชั้นใน, การบวมน้ำของหูชั้นใน, มีรูรั่วของท่อหูชั้นใน, เนื้องอกของประสาททรงตัวที่มีการเพิ่มขนาดอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้บ่อย คือ สูญเสียการได้ยินแบบฉับพลันและมักเกิดกับหูเพียงข้างเดียว มีเสียงดังรบกวนในหูข้างนั้น และมีอาการวิงเวียนศีรษะร่วมด้วย