โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือโรคทางเดินหายใจตะวันออกกกลาง (Middle East Respiratory Syndrome – MERS) มีการระบาดอยู่ในพื้นที่แถบตะวันออกกลาง เป็นเชื้อที่อยู่ในตระกูล เดียวกับโรคซาร์ส แต่เป็นคนละสายพันธุ์ สามารถทำให้เกิดอาการป่วยได้ทั้งในคนและสัตว์ ซึ่งเชื้อไวรัสโค โรน่า มีสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดอาการป่วยในคน ที่แสดงความรุนแรงแตกต่างกันตั้งแต่เป็นไข้หวัดธรรมดา จนถึงสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคซาร์ส ต้นกำเนิดของไวรัสนั้นยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่เชื่อกันว่ามาจากค้างคาว และต่อมาจึงติดต่อมายังอูฐ การติดต่อจากคนสู่คนนั้นไม่ง่ายนัก เว้นเสียแต่มีการใกล้ชิดกันมากๆ เช่นคนในครอบครัวที่อยู่ร่วมกัน ผู้ป่วยหรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้ป้องกันการสัมผัสเชื้อ
โรคเมอร์ส (Middle East Respiratory Syndrome : MERS) คือ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์โคโรน่า (MERS Corona Virus : MERS-CoV) ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะเยื่อหุ้มปอดและหลอดลม แพร่จากละอองฝอย น้ำมูก น้ำลาย สารคัดหลั่งของผู้ป่วยผ่านการไอจาม หรือสัมผัสใกล้ชิด และผ่านเข้าทางระบบทางเดินหายใจ ตรวจพบเป็นครั้งแรกที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อปี พ.ศ. 2555 มีระยะฟักตัวและแสดงอาการประมาณ 10-14 วันหลังได้รับเชื้อ อัตราการเสียชีวิต ในช่วงแรกค่อนข้างสูงร้อยละ 60-70 ปัจจุบันลดลงเหลือร้อยละ 36 ไวรัสจะทำให้อาการของผู้ป่วยรุนแรงมากขึ้นในผู้ป่วยสูงอายุ หรือผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง โรคปอดเรื้อรัง และเบาหวาน พบผู้ป่วยได้ในทุกกลุ่มอายุ ส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่
พบได้ตั้งแต่ไม่มีอาการจนถึงปรากฏอาการเพียงเล็กน้อย
มีไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
อาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หายใจเร็ว หอบเหนื่อย แน่นหน้าอก
มีอาการขาดออกซิเจน หายใจเร็วมากกว่า 28 ครั้ง ต่อนาที คล้ายโรคระบบทางเดินหายใจล้มเหลว เฉียบพลัน จนถึงขั้นเสียชีวิต
อาการระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการแทรกซ้อนตามมา เช่น อาการปอดบวมและไตวาย
มีประวัติการเดินทางไปยังประเทศที่มีการแพร่ระบาดของโรค เช่น แถบตะวันออกกลาง ซึ่งผู้ป่วย จะเริ่มแสดงอาการภายใน 14 วันหลังจากเดินทางกลับ
ติดต่อใกล้ชิดกับคนที่เดินทางมาจากตะวันออกกลางหรือประเทศอื่นๆ ซึ่งพบการระบาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แต่ละปีมีชาวไทยจำนวนไม่น้อยเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ที่ซาอุดิอาระเบีย รวมถึงแรงงานที่ไปทำงานในแถบตะวันออกกลางด้วย
ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเมอร์สหรือผู้เสี่ยงติดเชื้อคนอื่นๆ
มีประวัติเข้าไปในฟาร์มปศุสัตว์ หรือสวนสัตว์ เนื่องจากเชื้อไวรัส MERS-CoV ถูกค้นพบในอูฐ และผู้มีประวัติสัมผัสอูฐ อาจเกิดจากดื่มนมอูฐที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อหรือรับประทานเนื้ออูฐที่ไม่สุก
รับประทานเนื้อสัตว์แบบดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ
ผู้ป่วยโรคปอดบวมซึ่งเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค หรือติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือผู้เสี่ยงเป็นโรคเมอร์ส
ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน รวมทั้งผู้ป่วยเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดิน หายใจอื่นๆ
ผู้ป่วยที่มีประวัติป่วยด้วยโรคเรื้อรัง สูบบุหรี่จัด ได้รับเคมีบําบัด
ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
สวมหน้ากากอนามัยป้องกันการไอจามรดใส่กัน
หลีกเลี่ยงการไปฟาร์มปศุสัตว์ สวนสัตว์ หรือสถานที่มีสัตว์เป็นจำนวนมาก
รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกแล้วเท่านั้น
หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับกลุ่มเสี่ยง ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม
โรคนี้ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะต่อเชื้อนี้ในการรักษา จึงทำได้เพียงรักษาตามอาการและแบบประคับประคอง จนกว่าการอักเสบในระบบทางเดินหายใจจะลดน้อยลงจนหายเป็นปกติ
โรคเมอร์สมีการแพร่ระบาดในประเทศใดบ้าง?
ซาอุดิอาระเบีย กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน คูเวต โอมาน เยเมน อียิปต์ เลบานอน ตุรกี อิหร่าน อังกฤษ กรีซ อิตาลี ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ ตูนีเซีย ออสเตรีย แอลจีเรีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา จีน และไทย
เราสามารถติดเชื้อโรคเมอร์สแต่ไม่แสดงอาการป่วยได้หรือไม่ ?
ได้ ในบางรายที่ติดเชื้อแต่ไม่ปรากฏอาการ มักเป็นกลุ่มคนที่สัมผัสคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคเมอร์ส จึงต้องเฝ้าระวังติดตามอาการ เข้ารับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม