Yanhee
chat

โรคที่มากับหน้าร้อน


โรคที่มากับหน้าร้อน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร หรือปัญหาผิวหนังมักมีสาเหตุหลักมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและร้อนจัดมากกว่า 40 องศาเซลเซียส เมื่ออุณหภูมิอากาศสูงกว่าอุณหภูมิผิวหนัง (โดยปกติ 32 เซลเซียส) ส่งผลให้ร่างกายเกิดภาวะตัวร้อนเกิน (Hyperthermia) สูญเสียน้ำและเกลือแร่จนเกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ระบายความร้อนออกไม่ทัน ถึงจุดที่เหงื่อไม่สามารถระเหยออกจากผิวหนังได้ จนไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิให้เป็นปกติได้ จะนำไปสู่อาการผิดปกติต่าง ๆ

กลุ่มเสี่ยงโรคที่มากับความร้อน
โรคฮีทสโตรก หรือลมแดด
โรคอุจจาระร่วง หรืออาหารเป็นพิษ
โรคไวรัสตับอักเสบ A
โรคพิษสุนัขบ้าหรือโรคกลัวน้ำ
ผื่นร้อน (Heat Rash)
ตะคริวจากความร้อน (Heat Cramps)
กล้ามเนื้อสลายในฤดูร้อน (Rhabdomyolysis)
Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับโรคที่มากับหน้าร้อน

กลุ่มเสี่ยงโรคที่มากับความร้อน

ทารก หรือเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ

คนชราอายุ 60 ปีขึ้นไป

กลุ่มผู้ใช้แรงงานและผู้ที่ทำงานกลางแจ้งท่ามกลางแดดร้อนจัด

ผู้ที่ออกกำลังกายกลางแดดจัดหรือสัมผัสความชื้นสูงที่ไม่สามารถขับเหงื่อออกได้

ผู้ที่เป็นโรคอ้วน มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า30 กิโลกรัม/ตารางเมตร

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ฯลฯ

ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ ยากลุ่มเบตาบล็อกเกอร์ ยาที่มีฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก
ยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ฯลฯ

โรคฮีทสโตรก หรือลมแดด

โรคที่มากับหน้าร้อน

เกิดจากการอยู่กลางแดดจัด หรืออุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน ทำให้ระบายความร้อนไม่ทันจนร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป ส่งผลให้ร่างกายเริ่มอ่อนเพลียจากความร้อน มีอาการตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก หน้าแดง หายใจเร็ว ชีพจรเต้นแรง อาจมีอาการสับสน มึนงง หรือหมดสติ ควรหลีกเลี่ยงอยู่กลางแดดจัดเป็นเวลานาน สวมหมวก กางร่ม เสื้อผ้าบางเบาระบายอากาศได้ดี ไม่ใส่ชุดรัดแน่น ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หัวใจอาจหยุดเต้นถึงแก่ชีวิตได้ ความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะขาดน้ำ ในกลุ่มผู้ติดสุราเรื้อรังโรคจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น หากมีอาการควรพาผู้ป่วยไปที่ร่มหรือส่งตัวไปยังโรงพยาบาลโดยด่วน

โรคอุจจาระร่วง หรืออาหารเป็นพิษ

โรคที่มากับหน้าร้อน

เกิดจากการรับประทานอาหารปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เพราะอากาศร้อนจัดจะทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดีจนอาหารเน่าเสียและบูดง่าย มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และถ่ายเหลวหลายครั้งติดต่อกันใน 1 วัน หรือถ่ายปนมูกเลือดภายใน 24 ชั่วโมง อ่อนเพลียจากการสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากจนเกิดภาวะช็อก หมดสติ หากมีอาการขาดน้ำควรดื่มน้ำเกลือแร่แบบ ORT (Oral Rehydration Therapy) สำหรับท้องเสีย เพื่อชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไป เช่น โซเดียม โพแทสเซียม และคลอไรด์ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำได้เร็ว คืนสมดุลให้ร่างกาย ลดอาการอ่อนเพลียอย่างมีประสิทธิภาพ ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะอาจกระตุ้นให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น ควรล้างวัตถุดิบให้สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารไม่สะอาด เก็บอาหารในตู้เย็นทันทีหลังรับประทาน ควรล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

โรคไวรัสตับอักเสบ A (hepatitis A virus)

โรคที่มากับหน้าร้อน

ติดต่อผ่านทางอาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ หรือรับประทานอาหารที่ไม่ได้ปรุงสุก ส่งผลให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันของตับ มีอาการอ่อนเพลียและเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะเข้ม ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดชายโครงด้านขวา อาการต่างๆจะทุเลาและหายไป 3-4 สัปดาห์ ในเด็กเล็กมีอาการเล็กน้อย บางรายมีอาการเพียงไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะมีอาการเป็นสัปดาห์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค เมื่อผู้ป่วยหายจากโรคจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต อาการแทรกซ้อนของโรคที่พบ ได้แก่ ตับวายเฉียบพลัน ตัวเหลืองจากการคั่งน้ำดีในตับ ป้องกันโรคได้ด้วยการทานอาหารปรุงสุกสะอาด ใช้ช้อนกลาง ล้างมือเป็นประจำก่อนทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ รวมทั้งฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ ฉีดทั้งหมด 2 เข็ม ห่างกัน 6 เดือน

โรคพิษสุนัขบ้า หรือโรคกลัวน้ำ

โรคที่มากับหน้าร้อน

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเรบีส์ (Rabies virus) ในน้ำลายสัตว์ เช่น สุนัข แมว ที่ไม่ได้รับวัคซีน หากถูกกัด ข่วน หรือเลียบริเวณที่มีแผล เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายและแพร่ไปยังระบบประสาทได้ ให้รีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่ รีบไปพบแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนป้องกัน อาการเริ่มจากมีไข้ต่ำ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย มีอาการทางระบบประสาท เช่น กลัวน้ำ น้ำลายไหล กล้ามเนื้อกระตุก และอาจเสียชีวิตได้

ผื่นร้อน (Heat Rash)

โรคที่มากับหน้าร้อน

มีสาเหตุจากเหงื่อที่ไม่สามารถระบายออกจากผิวหนังได้ตามปกติ เกิดการอุดตันของรูขุมขน ทำให้เหงื่อสะสมอยู่ภายใต้ผิวหนังชั้นบนจนเกิดการอักเสบและระคายเคือง มักปรากฏเป็นตุ่มใสหรือจุดแดงขนาดเล็กในบริเวณที่มีความอับชื้นหรือเกิดการเสียดสีของร่างกาย เช่น ลำคอ หน้าอก รักแร้ ใต้ราวนม ขาหนีบ และแผ่นหลัง

ตะคริวจากความร้อน (Heat Cramps)

โรคที่มากับหน้าร้อน

ตะคริวจากความร้อน คือ ภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่ในปริมาณมากทางเหงื่อจนกล้ามเนื้อหดเกร็งตัวอย่างรุนแรงและมีอาการปวดเกร็งตามมา โดยเฉพาะบริเวณแขน ขา หรือหน้าท้อง มักมีอาการปวดรุนแรงขณะออกกำลังกายหรือทำงานกลางแจ้ง

กล้ามเนื้อสลายในฤดูร้อน (Rhabdomyolysis)

โรคที่มากับหน้าร้อน

คือ ภาวะที่กล้ามเนื้อลายเสียหายและแตกตัวอย่างรุนแรง จนปล่อยสารพิษในเซลล์กล้ามเนื้อ เช่น ไมโอโกลบิน (Myoglobin) และครีเอตินิน (Creatinine) เข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมาก สารเหล่านี้มีพิษต่อไตจนอาจไตวายเฉียบพลันได้ เกิดจากร่างกายได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานาน หรือออกกำลังกายหักโหมท่ามกลางอากาศร้อนจนร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน มีอาการเจ็บบวม หรือเป็นตะคริวมากกว่าปกติ ปัสสาวะมีสีเข้มจัด รู้สึกหมดแรง อ่อนล้า

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ"โรคที่มากับหน้าร้อน"

ถาม ตอบ

วิธีปฏิบัติเมื่อเจอคนเป็นลมกลางแดด ทำอย่างไร?

-รีบนำตัวผู้ป่วยออกจากบริเวณที่แดดจัด เข้าไปพักในที่ร่มหรือถ่ายเทอากาศได้ดี

-จัดท่านอนให้เป็นนอนราบ หากไม่มีอาการบาดเจ็บที่คอหรือหลัง ให้ยกเท้าทั้งสองข้างสูงขึ้นเพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้สะดวก

-ลดอุณหภูมิร่างกายด้วยการถอดเสื้อผ้าชั้นนอกออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นแล้วเช็ด บริเวณข้อพับ ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบเพื่อระบายความร้อน

-ให้ดื่มน้ำกรณีที่ยังมีสติและรู้สึกตัวดี ค่อยๆ จิบน้ำเปล่าหรือน้ำเกลือแร่ทีละน้อย ห้ามให้ดื่มรวดเดียวในปริมาณมาก

-งดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอากาศร้อนอาจทำให้แอลกอฮอล์ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดได้เร็วกว่าปกติ

-หากผู้ป่วยหมดสติให้จัดท่านอนตะแคงข้างเพื่อป้องกันการสำลัก

ถาม ตอบ

วิธีดูแลตัวเองเมื่ออากาศร้อนจัด?

-ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน

-สังเกตสีปัสสาวะ หากมีสีเหลืองเข้ม ปัสสาวะออกน้อย ย่อมเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ

-ควรอาบน้ำหรือหมั่นเช็ดตัวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย

-หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะจะยิ่งทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากขึ้น

-อยู่ในที่ร่ม หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดร้อนจัด งดการออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน

-สวมเสื้อผ้าเนื้อบางเบาที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก สวมหมวก กางร่ม ใช้พัดลมเป่าเย็นแบบพกพา

รายการอ้างอิง รศ. ดร. นพ.นพพร อภิวัฒนากุล. (2566). โรคติดเชื้อ ภัยร้ายที่มากับอากาศร้อน. กรุงเทพฯ: สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วินัย วนานุกูล. (2566). มารู้จักโรคลมแดดหรือโรคฮีทสโตรก (heat stroke). กรุงเทพฯ : ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย.

บทความโดย นพ.ชวลิต หล้าคำมี
chat