Yanhee
chat

โรคคางทูม


กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ติดตามสถานการณ์โรคคางทูมช่วงต้นปี 2569 พบผู้ป่วยโรคคางทูมเพิ่มมากขึ้น โดยปกติโรคนี้มักพบในกลุ่มเด็กเล็ก แต่ปัจจุบันกลับพบผู้ป่วยในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นมากขึ้น โรคคางทูม (Mumps) คือโรคติดต่อที่เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ถ้าเป็นในผู้ใหญ่จะมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนได้บ่อยกว่าในเด็ก มีการปวดบวมของต่อมน้ำลายด้านข้างแก้มหรือต่อมน้ำลายพาโรติด (parotid glands) ถือเป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ง่ายมาก โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียนประจำ หรือหอพัก มักหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ และมีวัคซีน MMR ฉีดป้องกันโรคคางทูมได้

ราคาฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูมที่ รพ. ยันฮี
โรคคางทูม คืออะไร?
อุบัติการณ์โรคคางทูมจากรายงานของกรมควบคุมโรค
สาเหตุของโรคคางทูม
อาการของโรคคางทูม
แนวทางการรักษาโรคคางทูม
ภาวะแทรกซ้อนของโรคคางทูม
แนวทางการป้องกันโรคคางทูม
Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับโรคคางทูม

โรคคางทูม คืออะไร?

โรคคางทูม

โรคคางทูม (Mumps) คือ โรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อไวรัสมัมส์ (Mumps) ซึ่งเป็นไวรัสในกลุ่ม paramyxovirus เคลื่อนจากระบบทางเดินหายใจไปยังต่อมน้ำลายบริเวณข้างหู (parotid glands) จนเกิดการอักเสบ รู้สึกปวดและบวมแดง หากไวรัสแพร่กระจายเข้าสู่น้ำหล่อเลี้ยงสมองและไขสันหลัง จะเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น การอักเสบของเยื่อหุ้มสมอง

อุบัติการณ์โรคคางทูมจากรายงานของกรมควบคุมโรค

ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล DDS กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-29 ธันวาคม 2568 พบรายงานผู้ป่วยโรคคางทูม 1,961 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 3.21 ต่อประชากรแสนคน ไม่พบรายงานผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูง 3 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มอายุ 15-19 ปี (คิดเป็นอัตราป่วย 7.55 ต่อประชากรแสนคน) รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 20–29 ปี (6.66) และกลุ่มอายุ 5-9 ปี (6.21) ซึ่งในปี 2567–2568 พบว่าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

สาเหตุของโรคคางทูม

โรคคางทูม

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสมัมส์ในอากาศ แพร่กระจายผ่านการไอจาม สัมผัสน้ำลาย น้ำมูก สารคัดหลั่ง หรือสิ่งของร่วมกับผู้ป่วย หลังจากได้รับเชื้อไวรัส มีระยะฟักตัวประมาณ 12-25 วัน ไวรัสจะเคลื่อนผ่านระบบทางเดินหายใจตั้งแต่จมูก ปาก ลำคอ ไปยังต่อมน้ำลายบริเวณหูข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง

อาการของโรคคางทูม

ต่อมน้ำลายบริเวณข้างหูเจ็บและบวม รูเปิดของท่อน้ำลายในกระพุ้งแก้ม (บริเวณตรงกับฟันกรามบนซี่ที่ 2) มีอาการบวม ปวดมากขึ้นเวลาขยับขากรรไกร หรือเวลารับประทานอาหารที่มีรสเปรี้ยว

มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ประมาณ 2-3 วัน

เหนื่อยล้า เบื่ออาหาร ปากแห้ง

ปวดศีรษะ กล้ามเนื้อ และตามข้อ

อาจพบอาการอักเสบของต่อมชนิดอื่นๆ เช่น ตับอ่อน เต้านม ต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ในเพศชายอาจทำให้อัณฑะอักเสบ ในเพศหญิงอาจทำให้ท่อนำรังไข่อักเสบ

แนวทางการรักษาโรคคางทูม

ใช้ยาพาราเซตามอล หรือไอบูโปรเฟน ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน เพราะเสี่ยงต่อโรค Reye’s ทำให้ตับอักเสบ สมองบวม อาเจียน ชัก และหมดสติได้

แยกผู้ป่วย หลังมีการบวมของต่อมน้ำลาย

เลี่ยงการรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยวเยอะ รับประทานอาหารอ่อน

โรคคางทูม

เลี่ยงการรับประทานผลไม้รสเปรี้ยว หรือน้ำผลไม้ ซึ่งจะทำให้หลั่งน้ำลายออกมากขึ้น

ดื่มน้ำและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคคางทูม

เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไวรัสมัมส์แพร่กระจายเข้าสู่เยื่อหุ้มสมอง

ผู้ป่วยคางทูมเพศหญิงอาจมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยเนื่องจากรังไข่อักเสบ

ผู้ป่วยคางทูมชายอาจมีอาการลูกอัณฑะบวมข้างเดียว ลูกอัณฑะอักเสบ (orchitis) สเปิร์มผลิตได้น้อยลง น้อยรายที่จะกลายเป็นหมัน มักพบหลังวัยแตกเนื้อหนุ่ม (ประมาณ 25%) ในเด็กอาจพบได้บ้าง แต่น้อยกว่าในผู้ใหญ่มาก

อาจพบตับอ่อนอักเสบ หูชั้นในอักเสบ ประสาทหูอักเสบ ไตอักเสบ ต่อมไทรอยด์อักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่พบได้น้อยมาก

มารดาที่ติดเชื้อในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ จะมีโอกาสแท้งมากขึ้น

แนวทางการป้องกันโรคคางทูม

โรคคางทูม

ฉีดวัคซีน MMR 2 ครั้ง (โรคหัด, โรคหัดเยอรมัน และโรคคางทูม) ครั้งแรกสำหรับเด็กอายุ 9-12 เดือน ครั้งที่ 2 เด็กอายุ 3-6 ขวบ เมื่อได้รับครบทั้ง 2 ครั้ง มีประสิทธิภาพป้องกันโรคคางทูมได้ถึงร้อยละ 88 แต่โดยทั่วไปภูมิคุ้มกันหลังได้วัคซีน MMR มักลดลงเมื่อเวลาผ่านไป หรือในบางรายภูมิคุ้มกันอาจจะลดลงจนไม่สามารถป้องกันโรคคางทูมได้ จากการศึกษาพบว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีน MMR ครบ 2 เข็ม หากมีการติดเชื้อไวรัสคางทูมอาการมักจะไม่รุนแรง โดยเด็กแรกเกิดส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะได้รับวัคซีนคนละสองเข็ม ซึ่งเป็นวัคซีนบังคับที่จำเป็นต้องฉีดอยู่แล้ว โรคนี้เป็นแล้วมักจะไม่เป็นอีก

ราคาฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูมที่ รพ.ยันฮี

เข็มละ

500 บาท

หมายเหตุ: ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดหรือไม่แน่ใจ แนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน สำหรับผู้ที่เคยฉีดแล้วให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ห้ามฉีดในหญิงตั้งครรภ์ ในผู้หญิงหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์หลังฉีดวัคซีนภายใน 1 เดือน

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับโรคคางทูม

ถาม ตอบ

คางบวมแดงอาจไม่ได้เกิดจากโรคคางทูมเสมอไป?

- อาจเป็นโรคเหงือกอักเสบ ติดเชื้อในช่องปากที่บริเวณคางทำให้มีอาการบวมแดงและปวด หรือต่อมน้ำลายอักเสบจากการติดเชื้อของแบคทีเรีย

ถาม ตอบ

อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน MMR?

- หลังฉีดอาจมีไข้ต่ำ ๆ ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด แต่จะหายได้เอง ข้อควรระวัง คือ หญิงตั้งครรภ์ห้ามฉีดวัคซีนนี้ ควรเว้นอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ ผู้ที่มีไข้หรือป่วยรุนแรง ควรเลื่อนการฉีดออกไปก่อน

รายการอ้างอิง

รศ. นพ.จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์. (2567). โรคคางทูมเกิดจากการใช้หลอดดูดน้ำเดียวกันจริงหรือ ? . กรุงเทพฯ: สาขาวิชาโรคติดเชื้อภาควิชาอายุรศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล

บทความโดย นพ.ชวลิต หล้าคำมี
chat