โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องบริเวณท้องน้อย ทําหน้าที่รับปัสสาวะจากไตมาพักไว้ก่อนการขับถ่ายออกไป ซึ่งการอักเสบที่กระเพาะปัสสาวะนี้จะทําให้เกิดอาการที่น่ารําคาญหรือมีความเจ็บปวดตามมาได้

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  1. ปวดที่บริเวณท้องน้อย
  2. ปวดหน่วงหรือปวดแสบเวลาเบ่งปัสสาวะ หรือเวลาปัสสาวะสุด
  3. มีความรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา โดยเมื่อไปถ่ายปัสสาวะแล้วมีปัสสาวะออกมาไม่มาก
  4. ปัสสาวะมีลักษณะขุ่น มีตะกอน หรือมีเลือดปน
  5. มีไข้ต่ําๆ
สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่พบได้บ่อย โดยมากจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้จากลําไส้ใหญ่ และทวารหนักที่ย้อนจากภายนอกเข้าไปสู่ทางเดินปัสสาวะ สําหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อก็มีอีกหลายชนิด ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากยาบางชนิด จากการได้รับรังสีในบริเวณช่องท้อง จากสารเคมีระคายเคือง ซึ่งจะต้องทําการซักถามประวัติเพื่อประกอบการวินิจฉัยหาสาเหตุ

กระเพาะปัสสาวะ

การตรวจวินิจฉัย
  1. การตรวจปัสสาวะ เป็นการนําเอาปัสสาวะไปตรวจโดยจะดูปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและสารที่ออกมาในปัสสาวะว่ามีลักษณะที่บ่งบอกถึงการอักเสบหรือไม่
  2. การเพาะเชื้อในปัสสาวะ เป็นการนําเอาปัสสาวะไปเพาะเชื้อ มักใช้ในกรณีที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อซ้ํา ตรวจดูลักษณะชนิดของเชื้อและการดื้อยา เพื่อการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
  3. การส่องกล้องระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นการใช้เครื่องมือใส่เข้าไปในช่องปัสสาวะเพื่อเข้าไปดูสภาพภายในกระเพาะปัสสาวะ มักใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจชิ้นเนื้อหรือตรวจสภาพพื้นผิวของกระเพาะปัสสาวะ
  4. การตรวจทางรังสีวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรืออัลตรราซาวน์ มักทําในกรณีที่สงสัยว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นมีสาเหตุจากมีสิ่งแปลกปลอมหรือความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะหรือในรายที่มีการเป็นซ้ำบ่อยๆ นอกจากนี้ยังมีการตรวจอื่น ๆ ซึ่งจะพิจารณาทําให้ผู้ป่วยแต่ละราย

กระเพาะปัสสาวะ

กระเพาะปัสสาวะ

การรักษาและบรรเทาอาการ

การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น ในกรณีที่มีการติดเชื้อ แพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ รวมถึงอาจจะมีการให้ยาเพื่อลดอาการปวดของกระเพาะปัสสาวะที่มีการอักเสบอยู่ ในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรดื่มน้ําอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ และอาจจะใช้กระเป๋าน้ําร้อนประคบหากมีอาการปวดท้อง

การป้องกันการเป็นซ้ำ

ควรดื่มน้ําให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ เข้าห้องน้ําเป็นระยะเป็นประจํา และหลังการขับถ่าย เวลาเช็ดทําความสะอาดควรเช็ดจากด้านหลัง