โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ



บทความโดย...นายแพทย์พิรัตน์ โลกาพัฒนา แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์

     กระเพาะปัสสาวะเป็นอวัยวะที่อยู่ในช่องท้องบริเวณท้องน้อย ทําหน้าที่รับปัสสาวะจากไตมาพักไว้ก่อนการขับถ่ายออกไป ซึ่งการอักเสบที่กระเพาะปัสสาวะนี้จะทําให้เกิดอาการที่น่ารําคาญหรือมีความเจ็บปวดตามมาได้

อาการของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

1.ปวดที่บริเวณท้องน้อย

2.ปวดหน่วงหรือปวดแสบเวลาเบ่งปัสสาวะ หรือเวลาปัสสาวะสุด

3.มีความรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลา โดยเมื่อไปถ่ายปัสสาวะแล้วมีปัสสาวะออกมาไม่มาก

4.ปัสสาวะมีลักษณะขุ่น มีตะกอน หรือมีเลือดปน

5.มีไข้ต่ําๆ

สาเหตุของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

    สาเหตุที่พบได้ของกระเพาะปัสสาวะอักเสบ อาจจะแบ่งเป็นกลุมที่เกิดจากการติดเชื้อ

    กระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่พบได้บ่อย โดยมากจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้จากลําไส้ใหญ่ และทวารหนักที่ย้อนจากภายนอกเข้าไปสู่ทางเดินปัสสาวะ

    สําหรับกระเพาะปัสสาวะอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อก็มีอีกหลายชนิด ได้แก่ กระเพาะปัสสาวะอักเสบที่เกิดจากยาบางชนิด จากการได้รับรังสีในบริเวณช่องท้อง จากสารเคมีระคายเคือง ซึ่งจะต้องทําการซักถามประวัติเพื่อประกอบการวินิจฉัยหาสาเหตุ

การตรวจวินิจฉัย

1.การตรวจปัสสาวะ เป็นการนําเอาปัสสาวะไปตรวจโดยจะดูปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและสารที่ออกมาในปัสสาวะว่ามีลักษณะที่บ่งบอกถึงการอักเสบหรือไม่

2.การเพาะเชื้อในปัสสาวะ เป็นการนําเอาปัสสาวะไปเพาะเชื้อ มักใช้ในกรณีที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบติดเชื้อซ้ํา ตรวจดูลักษณะชนิดของเชื้อและการดื้อยา เพื่อการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

3.การส่องกล้องระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นการใช้เครื่องมือใส่เข้าไปในช่องปัสสาวะเพื่อเข้าไปดูสภาพภายในกระเพาะปัสสาวะ มักใช้ในกรณีที่ต้องการตรวจชิ้นเนื้อหรือตรวจสภาพพื้นผิวของกระเพาะปัสสาวะ

4.การตรวจทางรังสีวิทยา ไม่ว่าจะเป็นการเอกซเรย์ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรืออัลตรราซาวน์ มักทําในกรณีที่สงสัยว่ากระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นมีสาเหตุจากมีสิ่งแปลกปลอมหรือความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะหรือในรายที่มีการเป็นซ้ําบ่อยๆ

นอกจากนี้ยังมีการตรวจอื่นๆซึ่งจะพิจารณาทําให้ผู้ป่วยแต่ละราย

การรักษาและบรรเทาอาการ

 
  

       การรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น ในกรณีที่มีการติดเชื้อ แพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ รวมถึงอาจจะมีการให้ยาเพื่อลดอาการปวดของกระเพาะปัสสาวะที่มีการอักเสบอยู่ ในระหว่างการรักษา ผู้ป่วยควรดื่มน้ําอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ และอาจจะใช้กระเป๋าน้ําร้อนประคบหากมีอาการปวดท้อง


การป้องกันการเป็นซ้ํา

    ควรดื่มน้ําให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะ เข้าห้องน้ําเป็นระยะเป็นประจํา และหลังการขับถ่าย เวลาเช็ดทําความสะอาดควรเช็ดจากด้านหลัง

Show Buttons
Hide Buttons