เมื่อครั้งแรกที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าร่างกายอ่อนแรงระบบภูมิคุ้มกันเริ่มบกพร่องแพทย์จะคุยกับผู้ป่วยและญาติ เพื่อวางแผนให้การรักษา ผลข้างเคียงของการรักษา จะมีผลต่อการรับประทานอาหาร และภาวะโภชนาการของผู้ป่วย เช่น
ซึมเศร้า ความอยากอาหารลดลง
น้ำหนักเปลี่ยนแปลงไป (อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง)
ปัญหาเหงือกและฟัน
การรับรสและกลิ่นเปลี่ยนไป
คลื่นไส้/อาเจียน
ท้องเสีย
ท้องผูก
อาการอ่อนเพลีย อ่อนเปลี้ย
หมายถึง การรับประทานอาหารที่มีความหลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วน และรักษาระดับน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ลดอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
เนื้อสัตว์หรือนมที่มีไขมันต่ำ
ผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก ธัญพืช เช่น ขนมปังโฮลวีท
การรับประทานผัก ผลไม้
งดอาหารประเภทไขมันสูง น้ำตาล เหล้า อาหารเค็มจัด
นมไขมันต่ำ
ไข่ดาว ต้ม ลวก
โจ๊กหมูสับ ไส่ไข่
ข้าวผัดปู
ซุป ชนิดต่างๆ เช่น ซุปข้าวโพด ฟักทอง เห็ด มันฝรั่ง ซุปไก่
ผลไม้ เช่น ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง สัปปะรด
ลูกเดือย ถั่วเขียวต้ม
แซนวิช หรือแครกเกอร์
1. การรับรสและกลิ่นอาหารเปลี่ยน สามารถที่จะใช้สมุนไพร น้ำมะนาว เปปเปอร์มิ้นต์ ช่วยในการรับรสได้มากขึ้น
2. ความอยากอาหารลดลง รับประทานอาหารร่วมกับครอบครัวหรือออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน ทำให้ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
3. ท้องเสีย ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยสูง และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอดต่าง ๆ ให้ดื่มน้ำหรืออาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เช่น น้ำเกลือแร่ มันฝรั่ง รับประทานผักที่มีกาก ใยอาหารต่ำ เช่น มันฝรั่งอบ หรือซุปมันฝรั่ง
4. แผลในปาก หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัดหรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ควรทานอาหารอ่อน เช่นโจ๊กหมูสับใส่ไข่ ซุป มักกะโรนี นม ซุปฟักทอง ซีเรียลใส่นมเย็น ไอศกรีม
5. คลื่นไส้ อาเจียน แนะนำให้รับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง เช่น แบ่งมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อ หลีกเลี่ยงอาหาร กลิ่นฉุน อาหารที่มีรสหวานจัด อาหารทอดมัน ๆ
6. เม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำ แนะนำอาหารที่มีแบคทีเรียต่ำ โดยก่อนการเตรียม หรือปรุงอาหารต้องล้างทำความสะอาดวัตถุดิบ และภาชนะที่ใช้ต้องสะอาด