คู่มือฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการให้ คำแนะนำผู้ป่วยที่แพทย์ต้องการให้เพิ่มโปรตีน โดยกำหนดให้ รับประทานไข่ขาวเป็นประจำทุกวัน ซึ่งตำรับอาหารเมนูไข่ขาวแต่ละเมนูได้กำหนดปริมาณสัดส่วนของสารอาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการฟอกเลือดสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารรับประทานได้
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมนูอาหารฉบับนี้จะมีประโยชน์สำหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ได้รับการ ฟอกเลือดและต้องทานไข่ขาวเป็นประจำสามารถเลือกทำอาหารตามเมนูที่ต้องการ รับประทาน ลดปัญหาเรื่องการเบื่ออาหารของผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี
เรื่องอาหารเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสุขภาพของคนเราโดยเฉพาะผู้ที่จะเตรียมตัวเป็นแม่ในอนาคต ร่างกายของแม่จะต้องสมบูรณ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ไม่ควรขาดสารอาหารใด ๆ สารอาหารสำคัญที่มีผล ต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาการของสมองของทารก ได้แก่
โปรตีน
มีมากในเนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง ผลิตภัณฑ์นมและไข่ ถ้าขาดจะทำให้ การเจริญเติบโตของทารกไม่เป็นปกติ การพัฒนาสมองไม่สมบูรณ์
ธาตุเหล็ก
มีมากในเลือด ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ ถ้าขาดทำให้แม่เป็น โรคโลหิตจาง มีผลกระทบต่อการพัฒนาสมองของทารก
ไอโอดีน
มีมากในอาหารทะเล เกลือเสริมไอโอดีน ถ้าแม่ขาดจะทำให้การพัฒนาสมองทารกผิดปกติ ทารกเกิดมามีพัฒนาการล่าช้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง สติปัญญาต่ำหรือมีความพิการทางสมอง การทำงานของกล้ามเนื้อไม่ประสานกัน
วิตามินโฟเลท
มีมากในตับ และผักใบเขียว เช่น กุ่ยช่าย หน่อไม้ฝรั่ง หญิงตั้งครรภ์ ต้องการโฟเลทเพื่อการสร้างเซลล์สมองของ ทารกโดยเฉพาะระยะครรภ์ช่วงเดือนแรก
แคลเซียม
สร้างความเจริญเติบโต และการพัฒนาการสร้างกระดูก ในครรภ์มารดา อาหารที่มีแคลเซียมมาก ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ปลาเล็กปลาน้อย
1. เนื้อสัตว์ต่าง ๆ
หญิงมีครรภ์ควรได้รับเนื้อสัตว์ให้เพียงพอทุกวันจะเป็นเนื้อสัตว์ชนิดใดก็ได้ แต่ไม่ควรติดหนัง
2. ไข่เป็ดหรือไข่ไก่
ควรรับประทานทุกวัน ประมาณวันละ 1 ฟอง นอกจากจะมีโปรตีนมากแล้ว ยังมีธาตุเหล็กและวิตามินเอมากอีกด้วย
3. นมสด
มีโปรตีนสูงและมีแคลเซียมที่ร่างกายสามารถ ดูดซึมได้ดี ถ้าไม่สามารถดื่มนมได้อาจจะดื่มนม ถั่วเหลืองแทน แต่ควรรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ หรือถั่วเมล็ดแห้งให้มากขึ้น
4. ถั่วเมล็ดแห้งต่าง ๆ
ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง เช่น เต้าหู้ ฯลฯ ซึ่งควรรับประทานสลับกับเนื้อสัตว์และรับประทาน เป็นประจำ
5. ข้าวและผลิตภัณฑ์จากแป้ง
ถ้าหากรับประทานเป็นข้าวซ้อมมือจะทำให้ได้ วิตามินบี 1 และกากใย เพิ่มขึ้นซึ่งช่วยป้องกันอาการเหน็บชา และลดอาการท้องผูกได้
6. ผักและผลไม้ต่าง ๆ
ควรรับประทานให้หลากหลายตามฤดูกาล รับประทานผลไม้หลังอาหารทุกมื้อ และรับประทานเป็นอาหารว่างทุกวัน ผักและผลไม้ เป็นแหล่งอาหารที่ให้วิตามินเกลือแร่และกากใย ที่ดีมากนอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายสะดวกขึ้นและช่วยไม่ให้ท้องผูก
7. ไขมันหรือน้ำมัน
ควรเลือกน้ำมันที่ได้จากพืช เพราะไม่มีโคเลสเตอรอลและมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น น้ำมันถั่วเหลือง ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ
รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน วิตามิน เกลือแร่และไขมัน ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ทุกวันและงดอาหารหมักดอง
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอควรเสริมด้วยนม และน้ำผลไม้คั้นสด
พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ทำงานหนักเกินไป
ออกกำลังกายพอประมาณ
กินยาบำรุงตามแพทย์สั่ง สำหรับยาอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
เมื่อมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที
หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ยาดอง เหล้าทุกชนิด และน้ำอัดลม เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ
งดอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด
งดการสูบบุหรี่
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม