เผยเคล็ดลับดูแลริมฝีปาก สวยอวดลมหนาว


แม้อากาศบ้านเราจะไม่หนาวจัด แต่ความแห้งของอากาศหรือความแห้งจากเครื่องปรับอากาศก็ทำร้ายผิวเราและริมฝีปากเราให้แห้ง แตก ลอกเป็นขุย กินอะไรก็แสบ จะพูดแต่ละคำทรมานสุด ๆ ทาลิปสีแรงก็ดูไม่สวยปังเพราะริมฝีปากไม่อวบอิ่ม ขาดความชุ่มชื่น ทำอย่างไรดี ที่นี่มีคำตอบค่ะ?

  1. สครับริมฝีปากเร่งการผลัดเซลล์ ริมฝีปากก็เหมือนผิวหนังที่ต้องผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเพื่อเผยผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่า หากคุณปากแห้งแต่ยังไม่สาหัสถึงกับแตกจนเลือดซิบ ก็อาจเป็นเพราะมีเซลล์ผิวที่ตายแล้วบนริมฝีปากมากเกินไป ปล่อยไว้นานก็จะลอกเป็นขุย ๆ ทิ้งเศษเกาะอยู่บนริมฝีปาก หากปล่อยทิ้งไว้นอกจากดูไม่ดีต่อบุคลิกแล้วอาจทำให้เกิดปัญหาปากดำคล้ำตามมาได้อีก ไม่ดีแน่ค่ะ สาว ๆ จึงควรสครับช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ริมฝีปากเราทำเองได้ด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ หาง่าย ปลอดภัยด้วยน้ำตาลทรายแดงป่น 1 ส่วน น้ำผึ้ง 1 ส่วนและน้ำมันมะกอก 1 ผสมให้เข้ากันแล้วนำมาขัดที่ริมฝีปากเบา ๆ หรือหากไม่อยากยุ่งยากก็ใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม ๆ ขัดเบา ๆ ที่ริมฝีปากหลังแปรงฟัน ก็ช่วยผลัดเซลล์ได้เช่นกัน แต่อย่าทำบ่อยเกินไปนะจ๊ะเดี๋ยวปากจะแห้งแตกไปกันใหญ่

  2. ทาลิปบาล์มเป็นประจำ หลังการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วเรียบร้อย สาว ๆ ก็ต้องปกป้องและคงความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากด้วยการทาลิปบาล์ม นอกจากเพิ่มความชุ่มชื่นแล้วควรมองหาลิปที่มีส่วนผสมของวิตามินอี เชียร์บัตเตอร์ โกโก้บัตเตอร์ความเข้มข้นสูง อ่อนโยนต่อผิว ไม่มีสารเคมีอันตรายที่ทำร้ายริมฝีกปากเราซ้ำลงไปอีก อย่าง ปิโตรเลียมเจลลี่ สีผึ้งโบราณ หรือลิปบาล์มแบรนด์ดังที่มีให้เลือกหลากหลายแล้วแต่ความชอบ

  3. ทาด้วยน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ น้ำมันสกัดจากธรรมชาติที่อุดมไปด้วยวิตามินอี เพิ่มและเก็บล็อคความชุ่มชื่นให้ริมฝีปากก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีของสาว ๆ ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายให้ไม่ต้องทนกับอาการปากแห้งแตก ทั้งน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน โจโจบาออยล์ ฯลฯ เพียงใช้สำลีจุ่มในออยล์แล้วนำมาทาให้ทั่วริมฝีปากแล้วนวดเบา ๆ ให้ซึมเข้าสู่ผิวเป็นอันเสร็จ ทาซ้ำบ่อย ๆ ได้ตลอดทั้งวัน

  4. ทาปากด้วยเจลว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในด้านเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวแต่ลิปบาล์มที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้อาจไม่เข้มข้นพอ สาว ๆ ก็สามารถหันมาใช้เจลว่านหางจระเข้ 100% แทนจะช่วยให้ได้ริมฝีปากได้รับการบำรุงจากว่านหางจระเข้แบบเข้มข้นเต็ม ๆ และช่วยบรรเทาอาการริมฝีปากแตกอย่างได้ผลและปลอดภัย

  5. ใช้น้ำผึ้งช่วยสมานแผลริมฝีปากแตก หากสาวคนไหนปากแห้งสาหัสจนแตกเลือดไหลซิบ ๆ เป็นแผล ก็ต้องน้ำผึ้งสดถึงจะเอาอยู่ เพราะน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเป็นยาฆ่าเชื้อตามธรรมชาติและช่วยสมานแผลได้ดี เหมาะนำมาใช้กับแผลบนริมฝีปาก เพียงทาน้ำผึ้งแท้ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วใช้ผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำอุ่นเช็ดออกเบา ๆ หรือกินเข้าไปเลยก็ได้ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด หากทาเป็นประจำแผลแตกจะหายเร็วขึ้น

  6. เกลือผสมน้ำอุ่นกำจัดขุยบนปาก หากสาว ๆ มีปัญหาปากลอกเป็นขุยรับมือได้ด้วยการนำเกลือป่นเล็กน้อยผสมกับน้ำอุ่นแล้วชุบสำลีหมาด ๆ ใช้ริมฝีปากคาบทิ้งไว้ 3-5 นาที หรือใช้เช็ดเบา ๆ ให้ทั่วริมฝีปากจะช่วยให้ขุยขาว ๆ ลอกหลุดได้เร็วขึ้น ริมฝีปากกลับมาสวย อิ่มดังเดิม

  7. กินอาหารให้เหมาะสม เพื่อให้สวยจากภายในสาว ๆ จึงควรเพิ่มการกินอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีเช่น ธัญพืชไม่ขัดสีอย่างข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผักใบเขียว ถั่วอัลมอนด์ เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ วิตามินเอและซีที่พบมากในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แครอท โยเกิร์ตรสธรรมชาติ อาหารที่มีซัลเฟอร์สูงอย่าง ไข่ไก่ กระเทียม หน่อไม้ฝรั่ง หรือเสริมด้วยโอเมก้า 3 ก็จะช่วยให้ริมฝีปากและผิวสุขภาพดีขึ้นได้เช่นกัน

ทำตามวิธีเหล่านี้เป็นประจำก็จะช่วยให้ริมฝีปากของสาว ๆ รอดปลอดภัยจากสภาพความแห้งแล้งของอากาศได้ ที่สำคัญต้องหยุดเลีย แคะ แกะ เกา ริมฝีปาก เมื่อรู้สึกว่าปากแห้งต้องรีบทาลิปบาล์มหรือน้ำมันทันที กินอาหารที่มีประโยชน์นอกจากผิวพรรณจะดูเปล่งปลั่งแล้ว ริมฝีปากก็อวบอิ่มน่าจุ๊บได้เหมือนกันค่ะ

Show Buttons
Share On Line
Hide Buttons