รู้ไว้ใช่ว่า..ดื่มเบียร์กี่แก้วแล้วเมา

เบียร์

ท่านที่เป็นคอทองแดงทั้งหลาย เคยสังเกตกันหรือไม่ว่าระหว่างดื่มเบียร์เรามีความต้านทานต่อความเมาได้กี่แก้ว ลองหาคำตอบจากที่นี่ดูค่ะ

ปกติแล้วร่างกายของเรามีความเร็วในการกำจัดแอลกอฮอล์ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายทั่วไป รูปร่าง ขนาด และน้ำหนัก บางคนร่างกายกำจัดได้เร็ว ก็อาจจะเมาช้า หรือหากดื่มบ่อย ๆ ในปริมาณมาก ๆ ก็ทำให้ร่างกายมีเอนไซม์ Acetylator ซึ่งช่วยในการย่อยสลายแอลกอฮอล์มากขึ้น

ส่วนปริมาณแอลกอฮอล์ของเครื่องดื่มแต่ละชนิดก็มีไม่เท่ากัน โดยสามารถจำแนกได้ดังนี้ สุราขนาด 30 มิลลิลิตร มีปริมาณแอลกอฮอล์ร้อยละ 40 ค็อกเทลขนาด 100 มิลลิลิตร มีปริมาณแอลกอฮอล์ร้อยละ 30 ไวน์ขนาด 100 มิลลิลิตร มีปริมาณแอลกอฮอล์ร้อยละ 14 และเบียร์ขนาด 285 มิลลิลิตร มีปริมาณแอลกอฮอล์ร้อยละ 5

เบียร์ที่คุณดื่มเป็นปกติใน 1 แก้ว จะมีขนาด 285 มิลลิลิตร และมีดีกรีแอลกอฮอล์ 5 % ซึ่งหากคุณดื่มเบียร์ 3 แก้ว ร่างกายจะยังไม่สูญเสียการทำงาน ยังมีความรู้สึกผ่อนคลาย สนุกสนาน ถ้าดื่มในระดับเพิ่มขึ้นถึงแก้วที่ 9 ร่างกายจะตอบสนองช้าลง เริ่มส่งผลเสียต่อการควบคุมตัวเอง

ถ้าฝืนดื่มต่อไปถึง 13 แก้ว จะเกิดอาการง่วงซึม อาจเกิดอาการเมา อ่อนเพลีย อาเจียนได้ แต่เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายได้รับเบียร์ถึง 17 แก้ว จะส่งผลให้เกิดการเสียสมดุลของฮอร์โมน เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท ทำให้เสียการควบคุม การมองเห็น ได้ยินไม่ชัด ร่างกายจะตอบสนองช้าลง ตัดสินใจช้าลง

ซึ่งหากคุณดื่มจนหนักถึงขั้นนี้แล้ว ยังฝืนตัวเองใช้ยานพาหนะบนท้องถนนร่างกายที่ถูกทรงตัวหลังพวงมาลัย ก็เปรียบเหมือนม้าที่พร้อมพยศทะยานคันเร่ง และไม่สามารถบังคับการทรงตัวได้ ทำให้รถส่ายไปมา ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาหลังจากนี้จะเป็นอุบัติเหตุรถชน ซึ่งส่งผลเสียอันร้ายแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน ของตัวคุณเองและผู้อื่น

ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดก็ตาม ไม่ควรให้ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์อยู่เหนือการควบคุมของร่างกาย และร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการงดขับรถทุกครั้งที่ดื่มค่ะ วันนี้เรามา “ดื่ม..ไม่ขับ” หรือ “เมา..ไม่กลับ” กันดีกว่าค่ะ

Show Buttons
Hide Buttons