ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการติดเชื้อและอักเสบหลังเสริมจมูกมีดังนี้
- เกิดจากร่างกายปฏิเสธซิลิโคนแต่โอกาสเกิดน้อยมากถึงมากที่สุดหากใช้ซิลิโคนที่ได้มาตรฐาน
- ขาดการดูแลตนเองหลังผ่าตัดเช่นการกินของแสลง (ของหมักดองปลาร้า อาหารทะเลที่ไม่สด)การสัมผัสบริเวณ แผลบ่อย (จับ ลูบคลำ แคะ แกะ เกา)
- เกิดจากการกระทบกระเทือนเช่น ไอจามอย่างรุนแรง ถูกกระแทกจากข้อศอก สิ่งของ ถูกบิดจมูก เสื้อเกี่ยวปลาย จมูก ภาวะที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงใบหน้ามากกว่าปกติเช่นนอนห้อยหัว นวด โยคะ เป็นต้น
สังเกตุการติดเชื้อแลอักเสบหลังเสริมจมูก
- หลังผ่าตัด 1-7 วันแรก จมูกจะมีอาการบวม จากนั้นประมาณ 4-5 วันจะค่อย ๆยุบบวม เป็นระยะที่ต้องระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อมากที่สุด
- หลังผ่าตัด 1 สัปดาห์ เริ่มมองเห็นรูปทรงจมูกคร่าว ๆ แต่ยังไม่แห้งดีเพราะซิลิโคนยังไม่ยึดติดกับกระดูกจมูกด้านล่าง ผิวหนังยังหนาตัวมากกว่าปกติ ให้รอดูอาการต่อไปหากจมูกไม่ยุบบวม และมีอาการแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนสังเกตได้บริเวณมุมหัวตาแสดงว่าจมูกติดเชื้อและอักเสบ
- หลังผ่าตัด 2-3 สัปดาห์ จมูกจะแห้งดีแล้ว แต่หากกลับบวมขึ้นมาอีกแสดงว่าจมูกติดเชื้อและอักเสบ
ลักษณะอาการที่พบได้เมื่อิดการติดเชื้อหรืออักเสบ
- จมูกที่ติดเชื้อไม่รุนแรง จะมีอาการบวม ๆ ยุบ ๆ
- จมูกติดเชื้อปานกลาง จะมีน้ำเหลืองหรือเลือดไหลออกจากด้านในจมูกหรือรอยแผลผ่าตัด ร่วมกับมีอาการบวมแดงและปวด
- จมูกติดเชื้ออย่างรุนแรง สีผิวหนังจมูกกลายเป็นสีดำ ซิลิโคนกินเนื้อจมูก ทำให้เนื้อยุบ จมูกเน่า จมูกทะลุ จมูกหลุด
การรักษาเมื่อเกิดการติดเชื้อหรืออักเสบ
- จมูกบวมเล็กน้อย รักษาด้วยการกินยาแก้อักเสบ ยาลดบวม
- จมูกติดเชื้อและอักเสบ ต้องทำการผ่าตัดนำซิลิโคนออก กินยาและฉีดยาปฏิชีวนะ จากนั้นพักจมูก 3-6 เดือน จึงจะสามารถเสริมซิลิโคนแท่งใหม่ได้
ป้องกันการติดเชื้อหรืออักเสบหลังเสริมจมูกอย่างไร
- ป้องกันจมูกติดเชื้อและอักเสบหลังผ่าตัด โดยการประคบเย็นประมาณ48 ชั่วโมง, นอนให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัว, ใช้สำลีหรือผ้าชุบน้ำทำความสะอาดใบหน้าเบา ๆ, งดออกกำลังกายหนัก, ระมัดระวังการกระแทก, หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณแผล, กินยาตามแพทย์สั่งและมาพบแพทย์ตามนัด