chat

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture)


‘ภาวะมดลูกแตก’ ถือเป็นฝันร้ายของหญิงตั้งครรภ์ สามี และครอบครัว เป็นภาวะวิกฤตทางสูติกรรมที่ร้ายแรง แม้จะพบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วมีความรุนแรงถึงชีวิตทั้งต่อตัวแม่และทารกในครรภ์ จึงควรให้ความสำคัญกับการแจ้งประวัติการคลอดหรือการผ่าตัดแก่สูตินรีแพทย์ก่อนการผดุงครรภ์ เพื่อป้องกันอันตรายและความปลอดภัยทั้งแก่มารดาและทารก

ภาวะมดลูกแตก คืออะไร?
สาเหตุของภาวะมดลูกแตก
อาการของภาวะมดลูกแตก
กลุ่มเสี่ยงภาวะมดลูกแตก
แนวทางการรักษาภาวะมดลูกแตก
แนวทางการป้องกันภาวะมดลูกแตก
Q&A หลากคำถาม มีคำตอบเกี่ยวกับภาวะมดลูกแตก

ภาวะมดลูกแตก คืออะไร?

ภาวะมดลูกแตก

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) คือ ภาวะที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุผ่านทั้ง 3 ชั้น (เยื่อบุโพรงมดลูก, กล้ามเนื้อมดลูก และเยื่อหุ้มมดลูก) ทำให้ทารก เลือด น้ำคร่ำ หรือรก หลุดออกนอกโพรงมดลูก มักเกิดขึ้นช่วงใกล้คลอดหรือระหว่างการคลอด ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรมที่มีอันตรายรุนแรงต่อชีวิตทั้งมารดาและทารกในครรภ์ เพราะมดลูกของแม่ใกล้คลอดจะมีเลือดไหลเวียนสูงถึง 500 มิลลิลิตรต่อนาที หากแตกจะทำให้ตกเลือดในช่องท้องอย่างรุนแรง (Hemorrhage) แม่เกิดภาวะช็อก ส่วนทารกจะขาดออกซิเจนทันที อาจนำไปสู่ความพิการทางสมองหรือเสียชีวิตได้

สาเหตุของภาวะมดลูกแตก

เคยผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง (Cesarean Section) มาก่อน โดยเฉพาะแผลผ่าตัดแบบแผลแนวตั้ง (Classical Incision) ที่มดลูก ทำให้ผนังมดลูกอ่อนแอ อาจปริแตกได้ระหว่างการคลอด

ภาวะมดลูกแตก

เคยขูดมดลูกหรือเคยทำแท้งมาก่อน

เคยมีประวัติมดลูกแตก หรือเคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูกมาก่อน

ความผิดปกติของมดลูกที่มีแต่กำเนิดโดยไม่รู้ตัว เช่น มดลูกมีขนาดเล็กหรือรูปร่างผิดปกติ เมื่อเกิด การตั้งครรภ์ มดลูกไม่สามารถขยายตัวได้ตามปกติ จึงเพิ่มความเสี่ยงฉีกขาด

กลุ่ม VBAC คือ การพยายามคลอดเองหลังเคยผ่าคลอด มีความเสี่ยงมดลูกแตกราว 0.2%-1.5%

ใช้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกมากเกินไป เช่น oxytocin หรือ misoprostol อาจทำให้มดลูก บีบตัวแรงหรือถี่เกินไป ส่งผลให้ผนังมดลูกรับแรงมากเกินพอดี

การคลอดติดขัดหรือใช้เวลาในการคลอดนานกว่าปกติ

มดลูกได้รับแรงกระแทกรุนแรง เช่น ประสบอุบัติเหตุ

รกฝังตัวลึกไปในผนังมดลูกแล้วทะลุออกมาด้านนอกมดลูก

ผนังมดลูกบางผิดปกติหรือเคยมีแผลฉีกขาดที่มดลูกมาก่อน

มดลูกขยายตัวมากเกินไป เช่น ทารกตัวใหญ่มาก ท้องลูกแฝด หรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติอย่างท่า นอนขวางจะเพิ่มแรงดันภายในมดลูก

ภาวะมดลูกแตก

เจ็บครรภ์นานเกินไป มดลูกหดรัดแรง แต่ปากมดลูกไม่ยอมเปิด มดลูกก็แตกได้

การคลอดติดขัดผิดสัดส่วนระหว่างศีรษะทารกกับช่องเชิงกรานหรือทารกอยู่ในท่าผิดปกติ

ระยะห่างระหว่างการตั้งครรภ์น้อยกว่า 18 เดือน

อาการของภาวะมดลูกแตก

ปวดท้องรุนแรงบริเวณเหนือหัวหน่าวหรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดปกติ

มีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก บางรายอาจไม่มีเพราะเลือดออกในช่องท้อง

เกิดการหดรัดตัวของมดลูกผิดปกติหรือการเจ็บครรภ์หดรัดตัวหยุดชะงักไปดื้อๆ

ชีพจรมารดาเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม และตัวเย็น เกิดภาวะช็อก จากการเสียเลือด

ภาวะทารกเครียด (Fetal Distress) หัวใจทารกเต้นช้าลง (Bradycardia) ต่ำกว่า 90 ครั้งต่อนาที หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก

รู้สึกว่าเด็กดิ้นน้อยลงหรือเด็กไม่ดิ้นเลย

หน้าท้องมองเห็นสองรอน (Bandl’s ring) รูปร่างท้องเปลี่ยนไป คลำพบส่วนของตัวเด็กได้ชัดเจนผิดปกติใต้ผิวหนังหน้าท้อง

กลุ่มเสี่ยงเกิดภาวะมดลูกแตก

ผู้ที่เคยผ่าตัดคลอดในการตั้งครรภ์ครั้งก่อน โดยเฉพาะแผลผ่าตัดแนวตั้งที่มดลูก

ผู้ที่คลอดทางช่องคลอดหลังจากมีประวัติผ่าตัดคลอดมาก่อน

ผู้ที่ได้รับยากระตุ้นการคลอดในปริมาณมากหรือนานเกินไป

มดลูกขยายตัวมากเกินไป เช่น ตั้งครรภ์แฝด หรือทารกตัวใหญ่มาก

เคยขูดมดลูก หรือผ่าตัดเนื้องอกมดลูก

ผู้ที่มีประวัติตั้งครรภ์มาแล้วหลายครั้ง

เกิดอุบัติเหตุกระแทกหน้าท้องอย่างรุนแรง

ภาวะมดลูกแตก

แนวทางการรักษาภาวะมดลูกแตก

ประเมินสภาวะและกู้ชีพมารดาก่อนทารกเสมอ โดยตรวจสัญญาณชีพ ปริมาณปัสสาวะ และเจาะ เลือดตรวจ

ผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน (Emergent Cesarean Delivery) ทันที เพื่อช่วยชีวิตทารกจากการขาดออกซิเจน ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นเมื่อนำทารกออกมาได้ภายใน 17 นาทีหลังเริ่มมีสัญญาณชีพผิดปกติ

เย็บซ่อมแซมมดลูก หรือตัดมดลูกกรณีมีเลือดออกมาก เพื่อรักษาชีวิตของแม่ไว้

ให้เลือดและสารน้ำเพื่อป้องกันภาวะช็อกและรักษาความดันโลหิตให้คงที่

แนวทางการป้องกันภาวะมดลูกแตก

หากกำลังตั้งครรภ์ มีประวัติผ่าคลอด ควรฝากครรภ์สม่ำเสมอ และปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแล โดยแจ้งประวัติการผ่าตัดมดลูกทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการคลอดอย่างปลอดภัย

ผู้ที่มีแผลผ่าตัดแบบแนวตั้ง (Classical incision) ย่อมมีความเสี่ยงสูงไม่ควรคลอดเองทางช่องคลอด

เฝ้าระวังตลอดการเจ็บครรภ์ ต้องมีการติดตามอัตราการเต้นหัวใจทารกอย่างต่อเนื่อง

วางแผนการคลอดที่เหมาะสม หากมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด (Elective C-Section) แทนการรอคลอดธรรมชาติ

เลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อม: ต้องมีทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และธนาคารเลือดที่พร้อม ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ"ภาวะมดลูกแตก"

ถาม ตอบ

ภาวะมดลูกแตกพบได้บ่อยหรือไม่?

ภาวะมดลูกแตกพบได้ไม่บ่อย โอกาสเกิดเฉลี่ยอยู่ที่ 1 ใน 5,000-7,000 ของการคลอด แต่สถิติจะเปลี่ยนไปในกลุ่มเสี่ยงที่เคยผ่าคลอดมาก่อนและสตรีที่มีแผลผ่าตัดมดลูกแบบขวางที่มดลูกส่วนล่าง อัตราการแตกเฉลี่ย 0.2-1.5% ส่วนผู้ที่มีแผลผ่าตัดแบบแนวตั้งมีความเสี่ยงสูงกว่ามาก

ถาม ตอบ

หากมดลูกแตกจะสามารถตั้งครรภ์มีบุตรอีกได้ไหม?

หากมดลูกไม่ถูกตัดออก คุณแม่ยังสามารถตั้งครรภ์ได้ แต่ควรวางแผนเว้นระยะการมีบุตรอย่างน้อย 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี เพื่อให้แผลสมานตัวแข็งแรงเต็มที่ และท้องต่อไปจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าคลอด เพื่อป้องกันแผลปริแตกซ้ำ

บทความโดย นพ.อภิชาติ ฤชุกรดำรง