ฟ้าทะลายโจร


ฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านหวัด เสริมภูมิคุ้มกัน ออกฤทธิ์ยับยั้งไวรัสโคโรน่า

“ฟ้าทะลายโจร” หนึ่งในสุดยอดสมุนไพร ที่เรานำมาทำเป็นยารักษาโรคในรูปแบบต่างๆ มานานนับร้อยปี บรรจุอยู่ในรูปแบบของแคปซูล, ยาเม็ด, ยาเม็ดลูกกลอนที่บรรจุผงฟ้าทะลายโจรอบแห้งปริมาณต่างๆ กัน จากรายงานผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ระบุว่าสารสกัดจาก "ฟ้าทะลายโจร" มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลากหลาย มีสารสำคัญที่มีฤทธิ์รักษาโรค โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ จนทำให้องค์การอนามัยโลก มีคำแนะนำให้ใช้ฟ้าทะลายโจรในการป้องกันและรักษาหวัด และได้รับการขนานนามว่าเป็นสมุนไพรต้านไวรัส

ฟ้าทะลายโจร ถูกบรรจุอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2542 (บัญชียาจากสมุนไพร) ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง เป็นยาที่สามารถสั่งจ่ายในโรงพยาบาลได้ ฟ้าทะลายโจรเป็นยาที่ทั่วโลกยอมรับ ดังจะเห็นว่า ในต่างประเทศถูกจัดเป็นอาหารเสริมสุขภาพเพื่อการเสริมภูมิคุ้มกัน ฟ้าทะลายโจรจึงเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับในการใช้ป้องกันและรักษาโรคมาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบัน ฟ้าทะลายโจรได้ถูกพูดถึงและกลับมามีบทบาทในการใช้ต้านไวรัสอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่ทั่วโลกกำลังประสบปัญหาการระบาดของโควิด-19 หรือไวรัสโคโรน่า ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เพิ่งระบาดไม่มีใครรู้จัก จึงยังไม่มีวัคซีนและยารักษาที่จำเพาะเจาะจง ไวรัสโคโรน่า เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการตั้งแต่เป็นหวัดเพียงเล็กน้อย ไปจนถึงปอดอักเสบรุนแรง และถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อผู้ป่วยติดเชื้อแล้วมีอาการน้อยๆ ไม่สามารถแยกออกจากหวัดทั่วไปได้ การทำให้ผู้ป่วยหายเร็วเป็นปกติได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

การศึกษาและงานวิจัยล่าสุดในปี 2017 (2560) พบว่า สารแอนโดรกราฟโฟไลด์ในฟ้าทะลายโจรเป็น broad-spectum anti-viral agent ซึ่งมีฤทธิ์ต้านไวรัส ช่วยป้องกันไม่ให้ไวรัสตัวที่ก่อให้เกิดโรคซาร์(SARs) กระจายเข้าสู่เซลล์ และพบว่า ไวรัสจากโรคซาร์นี้ เป็นเชื้อที่อยู่ในตระกูลเช่นเดียวกับไวรัสโคโรน่า หรือโควิด-19 นั่นเอง

นอกจากนั้น ฟ้าทะลายโจร ยังมีฤทธิ์ต้านไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น H1 N1 หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ และ H5N1 หรือไข้หวัดนก ที่มีการระบาดบ่อยที่สุดในอดีตที่ผ่านมา

4 กลไกหลัก ที่ทำให้ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรต้านไวรัส

  1. ป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าเซลล์
  2. ลดการแบ่งตัวไวรัสภายในเซลล์
  3. เสริมภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับไวรัส
  4. ลดการอักเสบที่ปอดจากการติดเชื้อไวรัส

สุดยอดสรรพคุณของฟ้าทะลายโจร

  1. แก้ไข้ทั่วๆ ไป เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่
  2. ระงับอาการอักเสบทั่วไป เช่น อาการไอ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ ช่วยขับเสมหะ และรักษาโรคฝีที่ผิวหนัง
  3. มีฤทธิ์ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ
  4. มีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  5. ต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกาย ช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวให้จับกินเชื้อโรคได้ดีขึ้น
  6. บรรเทาอาการติดเชื้อ ระงับการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ที่ทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย และแก้กระเพาะลำไส้อักเสบ
  7. ช่วยรักษาโรคงูสวัด
  8. เป็นยาขมช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร ช่วยแก้อาการร้อนใน
  9. ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยเร่งให้ตับสร้างน้ำดี
  10. ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวง เพราะทำให้การขับถ่ายสะดวกยิ่งขึ้น
  11. ช่วยรักษาแผลอักเสบที่เกิดจากโรคเบาหวาน
  12. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันความผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย
  13. มีฤทธิ์ต่อต้านการเกาะตัวของเกล็ดเลือด
  14. ช่วยลดความดันในเลือด ฟ้าทลายโจรมีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด และลดอัตราการเต้นของหัวใจได้ดี

กินฟ้าทะลายโจรอย่างไร ให้ได้ผลดี

สมุนไพรสารสกัดจาก "ฟ้าทะลายโจร" ไม่ใช่แค่ใช้กินเพื่อรักษาโรคเท่านั้น แต่คนปกติที่ไม่ป่วยก็สามารถกิน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และช่วยทำให้ไม่ต้องป่วยบ่อยๆ โดยมีข้อบ่งชี้การรับประทานยาที่แตกต่างกัน ระหว่างการกินเพื่อป้องกันและการกินเพื่อรักษา

  • การรับประทานเพื่อป้องกัน/กลุ่มเสี่ยง
    สมุนไพรตัวนี้มีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ และต้านไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจ สำหรับการกินยาสารสกัด "ฟ้าทะลายโจร" เพื่อการป้องกันหวัดหรือไข้หวัดจากเชื้อไวรัส แนะนำให้ใช้ขนาดต่ำ โดยรับประทานฟ้าทลายโจรวันละ 1-2 เม็ด 5 วันต่อสัปดาห์ นานเป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยลดอัตราการเป็นหวัดได้ 33% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี
  • การรับประทานเพื่อรักษา
    สำหรับการกินยาสารสกัด "ฟ้าทะลายโจร" เพื่อการรักษาอาการไข้ หรือไข้หวัด แนะนำให้รับประทานฟ้าทะลายโจรครั้งละ 3 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น (ต้องกินหลายเม็ดต่อวันเพื่อฤทธิ์ในการรักษา) ใช้ไม่เกิน 7 วัน และสามารถหยุดยาได้เลยทันทีเมื่ออาการดีขึ้น โดยไม่มีผลทำให้ดื้อยา แต่ถ้าหากใช้ฟ้าทะลายโจรติดต่อกัน 3 วันแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์

ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวัง

  1. ห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ฟ้าทะลายโจร
  2. ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร เนื่องจากมีฤทธิ์เย็น
  3. ห้ามใช้ในผู้ที่เป็นโรคหรือมีความผิดปกติของตับไต
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่ได้รับยากดภูมิ เพราะสมุนไพรจะไปลดฤทธิ์ยา
  5. หลีกเลี่ยงการใช้ในผู้ที่ได้รับยากดยาลดความดัน เพราะอาจเสริมฤทธิ์กัน
  6. ระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดเป็นลิ่มและยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด เช่น วาฟาร์ริน แอสไพริน

ด้วยปัจจุบันมีสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร จำหน่ายในท้องตลาดมากมาย จึงสามารถหาซื้อได้ง่าย และถูกนำมาใช้ในรูปแบบของการดูแลตนเอง อย่างไรก็ตาม เพื่อประสิทธิภาพของสมุนไพร ฟ้าทลายโจร และเพื่อความปลอดภัย ควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการรับประทานอย่างสูงสุด

อนึ่ง โรงพยาบาลยันฮี มีการผลิตผลิตภัณฑ์ยาที่สกัดจากฟ้าทะลายโจรเช่นกัน ในชื่อ “ยาฟาร์แท็บ ฟ้าทะลายโจร” สรรพคุณคือ สามารถช่วยรักษาอาการของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบทางเดินหายใจได้ เช่น อาการไอ และเจ็บคอ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และแก้ปวด ลดไข้ ต้านเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคบางชนิด เช่น ไข้หวัดใหญ่ และช่วยระบบภูมคุ้มกันได้ดี

ยาฟ้าทะลายโจรของรพ.ยันฮี มีความพิเศษคือ เป็นการผลิต “แบบเม็ดสกัด ชนิดเข้มข้น” ซึ่งจะต่างจากแบบแคปซูล คือ “แบบแคปซูล” จะนำใบของฟ้าทะลายโจรตากแห้ง และนำมาบดบรรจุแคปซูล แต่ “แบบเม็ดสกัด” จะใช้ใบที่ตากแห้งและบดแล้ว นำไปเคี่ยวแล้วกรองเอากากออกเหลือแต่น้ำยา และนำไปผ่านวิธีอัดเม็ด ซึ่งวิธีแบบสกัดนี้ จะได้ตัวยาที่เข้มข้นกว่าแบบแคปซูล คุณภาพจะช่วยลดไข้ และฆ่าเชื้อได้ผลดีกว่าหา จำหน่ายตามร้านขายยา และร้านค้าโมเดิร์นเทรดต่างๆ