ช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นและแดดแรงจัด สิ่งที่พึงระวังนอกจากโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (heatstroke) คือ ‘โรคท้องร่วง’ และอาหารเป็นพิษ อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากอาหารการกินที่บูดเสียได้ง่ายก็เป็นอีกปัญหาสุขภาพรับซัมเมอร์ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม เพราะเชื้อโรคและแบคทีเรียที่ปะปนอยู่ในอาหารจะเจริญเติบโตได้ดี เมื่อขับถ่ายบ่อยครั้งย่อมส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ จนเกิดอาการช็อก ชัก และถึงขั้นเสียชีวิตได้
ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน ในการถ่ายแต่ละวัน มักจะมีมูกหรือมูกปนเลือดออกมาด้วยอย่างน้อย 1 ครั้ง คลื่นไส้-อาเจียนหรือปวดท้องร่วมด้วย ปวดบิดรุนแรงตลอดเวลา ไม่อยากอาหาร มักรู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ เนื่องจากร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากเกินไป บางรายอาจมีไข้ร่วมด้วย

ดื่มผงเกลือแร่ ORS ละลายน้ำเพื่อทดแทนน้ำและเกลือแร่ที่สูญเสียไปจากการขับถ่ายบ่อยครั้ง แต่มีเชื้อโรคบางสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงได้

ควรรับประทานอาหารตามปกติ ห้ามงดอาหาร หากท้องร่วงนั้นเกิดจากการติดเชื้อ

รับประทานยาที่มีฤทธิ์ดูดซับ ที่ช่วยดูดซับสารพิษและทำให้อุจจาระแข็งขึ้น ช่วยลดความถี่ของการถ่ายเหลว เช่น Dioctahedral smectite, ผงถ่าน activated charcoal เป็นต้น

การใช้ยาฆ่าเชื้อที่ถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็น ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาฆ่าเชื้อทุกครั้ง
รับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสมอ ถูกสุขลักษณะ เพราะเชื้อโรคจะถูกทําลายด้วยความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่า 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป และควรรับประทานทันทีภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ ยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เป็นที่ตั้ง
เก็บอาหารไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิที่เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี คือ 5 -60 องศา เซลเซียส ถ้าต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส เชื้อโรคจะไม่เจริญเติบโตแต่ไม่ตาย เพราะฉะนั้นอาหารที่เก็บไว้ในตู้เย็นควรอุ่นก่อนรับประทานทุกครั้ง
ล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารและหลังขับถ่ายทุกครั้ง
เมื่ออาเจียนให้นำมากำจัดทิ้งลงในโถส้วม แล้วล้างโถส้วมด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาล้างห้องน้ำ
ล้างผัก ผลไม้ให้สะอาดด้วยน้ำหลายๆ ครั้ง หลีกเลี่ยงการใช้มีด เขียง หั่นอาหารดิบและอาหารสุกแล้วร่วมกัน และหมั่นดูแลรักษาครัวให้สะอาดอยู่เสมอ
ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน จะช่วยทดแทนน้ำที่สูญเสียไปได้อีกวิธีหนึ่ง
เมื่อท้องร่วงควรงดทานอาหารเพื่อให้ถ่ายน้อยลงจริงหรือไม่?
ไม่จริง เพราะน้ำที่ขับถ่ายออกมาจากการหลั่งของผนังลำไส้มากกว่าอาหารที่ทานเข้าไป น้ำที่ทานจะดูดซึมเข้าไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และไตของผู้ป่วย ส่วนน้ำที่ถ่ายออกมาขับออกมาจากผนังลำไส้ภายหลัง การอดอาหารทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาจช็อก หรือเกิดภาวะไตวายแทรกซ้อนได้ กรณีแพทย์ให้อดอาหารในผู้ป่วยรายที่ท้องเสียมักเป็นการแยกโรคในภาวะท้องเสียเรื้อรังเท่านั้น
ทำไมเมื่อมีอาการท้องร่วงจึงไม่ควรรับประทานยาหยุดถ่าย?
เพราะการขับถ่ายบ่อยครั้งเป็นกลไกในการขับเชื้อโรคหรือสารพิษออกจากร่างกาย หากเรารับประทานยาหยุดถ่ายเข้าไป แม้ว่าจะทำให้อาการถ่ายเหลวดีขึ้น แต่จะทำให้เชื้อโรคหรือสารพิษถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดแทน เพราะไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย สุดท้ายอาการจะรุนแรงขึ้นเมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด
เมื่อมีอาการท้องร่วงควรซื้อยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะมารับประทานเองหรือไม่?
สาเหตุของท้องร่วงส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส การทานยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียจึงไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ยังอาจเกิดผลข้างเคียงจากยา ทำให้แบคทีเรียชนิดดีในระบบทางเดินอาหารลดลงและอาจทำให้เชื้อดื้อยาได้
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม