ท้องผูกแก้ได้ด้วย ‘ดีท็อกซ์’

คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมเร่งรีบอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ทุกวันนี้มักต้องเผชิญกับปัญหา "ท้องผูก" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ค่อยพ้น ด้วยปัจจัยเสริมให้เกิดมีมากไม่ว่าจะเป็นการชอบรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดที่มีกากใยน้อยรูปแบบเดิมซ้ำ ๆ ดื่มน้ำน้อย ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ขาดการออกกำลังกาย เคร่งเครียดจากการงานและสภาพสังคม บางคนยกให้ท้องผูกกลายเป็นโรคของคนเมืองหรือคนยุคดิจิตอลไปแล้ว

โดยมากเราเชื่อกันว่าการที่ร่างกายสามารถขับถ่ายอุจจาระทุกวัน เป็นเครื่องแสดงถึงสุขภาพลำไส้ใหญ่แข็งแรงเป็นปกติดี หรือไม่มีอาการท้องผูกแต่ความจริงแล้ว ลำไส้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีต้องมีประสิทธิภาพในการขับถ่ายกากอาหารออกจากร่างกายจนหมดโดยใช้เวลาสั้นมาก ทั้งการเคลื่อนที่ของกากอาหารต้องเป็นไปโดยสะดวกง่ายดายไม่ต้องใช้แรงเบ่งเข้าช่วย ถึงเราจะถ่ายอุจจาระทุกวัน

แต่ถ้าต้องนั่งกันนานนับชั่วโมงกว่าจะถ่ายออก หรือต้องออกแรงเบ่งกันทุกครั้งปริมาณที่ออกมาก็น้อยแถมยังลำลีบเล็กอีก อย่างนี้ก็เข้าข่ายมีอาการท้องผูกแล้ว บางคนที่มีอาการท้องผูกมาก ๆ ก็อาจจะหลายวันถ่ายที หรือนานเป็นสัปดาห์ก็จะกลายเป็นอาการท้องผูกเรื้อรังได้ ถ้าอยากหนีให้ไกลจากอาการท้องผูกนอกจากต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หันมาทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดความเครียด

ปัจจุบันมีวิธีทางธรรมชาติที่ง่ายและปลอดภัยที่จะช่วยฟื้นฟูลำไส้ให้กลับมาทำงานเป็นปกติ ช่วยลดอาการท้องผูกได้นั่นคือ การทำดีท็อกซ์ หรือสวนล้างลำไส้ ด้วยเครื่องล้างลำไส้โดยการค่อย ๆ ปล่อยน้ำอุ่นจำนวน 25 ลิตร เข้าไปชะล้างกากอาหารที่ตกค้างในลำไส้ออกมา พบว่าการทำดีท็อกซ์จะช่วยกระตุ้นและปรับเปลี่ยนระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตามถ้าหลังทำดีท็อกซ์แล้วไม่ถ่าย ก็ไม่ต้องตกใจเพราะบางทีหลังทำการบีบตัวของลำไส้อาจช้าลงเล็กน้อย แต่ไม่นานการทำงานของลำไส้จะกลับคืนสู่สภาวะปกติ ก็จะสามารถขับถ่ายอุจจาระได้สะดวกขึ้นและมากขึ้น สำหรับบางคนที่ลำไส้ทำงานผิดปกติมาเป็นเวลานาน จนมีอาการท้องผูกเรื้อรังก็ต้องให้เวลาลำไส้ในการฟื้นตัวด้วย ดังนั้นอาจต้องทำดีท็อกซ์มากกว่า 1 ครั้งจึงจะเห็นผลค่ะ

ด้วยความปรารถนาดี รพ.ยันฮี

Show Buttons
Hide Buttons