จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น “โรคลำไส้แปรปรวน”

โรคลำไส้แปรปรวน...โรคฮิตของคนวัยทำงาน มักเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับคนที่อายุยังน้อย และสร้างความรำคาญใจ แต่อาการของโรคลำไส้แปรปรวนนี้มักจะคล้าย ๆ กับอาการท้องผูก ท้องเสียธรรมดาจนทำให้หลายคนแยกไม่ออก และยังไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังเป็นโรคลำไส้แปรปรวน (โรคไอบีเอส IBS) อยู่หรือเปล่า วันนี้เราลองไปเช็คกันสักนิดว่า อาการเด่น ๆ ของโรคลำไส้แปรปรวนนี้มีอะไรกันบ้าง

  อาการเด่น ๆ ของโรคลำไส้แปรปรวนที่แตกต่างจากท้องผูก ท้องเสีย หรือโรคกระเพาะอาหารทั่วไป คือ อาการปวดท้อง (บริเวณกลางท้องหรือด้านล่างมากกว่าด้านบน) พร้อม ๆ หรือใกล้เคียงกับอาการขับถ่ายผิดปกติทั้งท้องผูก หรือท้องเสีย หรือท้องเสียสลับกับท้องผูก และอาการปวดท้องมักจะดีขึ้นเมื่อได้ขับถ่าย เป็นอาการเรื้อรังไม่น้อยกว่า 3 เดือน และต้องไม่มีสัญญาณอันตรายที่อาจเป็นสาเหตุของโรคร้ายเช่น มะเร็ง คือ ต้องไม่มีน้ำหนักลดแบบตั้งใจ และขับถ่ายไม่มีมูกหรือเลือดปน

  เนื่องจากโรคลำไส้แปรปรวนยังไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการต่าง ๆ เช่น การใช้ยาระบาย ยาแก้ท้องเสีย ยาลดปวดเกร็ง เป็นต้น และที่สำคัญคือ การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่มาจากการใช้ชีวิตของคนหนุ่มสาววัยทำงาน ซึ่งทำให้เกิดพฤติกรรมการรับประทานที่ไม่ถูกต้อง อย่างการทานอาหารไม่เป็นเวลา ทานข้ามมื้อ ทานอาหารที่มีไขมันสูง เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาหารที่ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นสำคัญคือ ความเครียดนั่นเอง รวมไปถึงการสร้างให้วงจรการขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ โดยการรับประทานอาหารประเภทกากใยมาก ๆ ดื่มน้ำเยอะ ๆ ไม่กลั้นอุจจาระ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  อย่างไรก็ตาม โรคลำไส้แปรปรวนไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง หรือไม่ใช่โรคที่กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งแต่อย่างใด เป็นเพียงโรคที่สร้างความรำคาญ เพราะจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ จนทำให้ใครหลายคนหงุดหงิดรำคาญใจ ส่วนการรับมือของโรคนี้ก็เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและหลีกเลี่ยงความเครียด แค่นี้ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการเกิดโรคลำไส้แปรปรวน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน



Show Buttons
Hide Buttons