การมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานจนกลายเป็นโรคอ้วนคือปัญหาที่หลายคนกำลังวิตกกังวลจากทั้งพันธุกรรมและพฤติกรรมการกินที่นำไปสู่ความเสี่ยงในการเป็นโรคอื่นๆตามมา ได้แก่ โรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจ หรือโรคมะเร็งในอนาคต บางคนไม่มีวินัยในการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่กลับใช้ยาลดความอ้วนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลโดยแพทย์และผ่านการรับรองจาก อย. ควบคู่กันไปด้วย จนเกิดผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นหัวใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ และกลับมาอ้วนซ้ำได้ โรงพยาบาลยันฮีขอนำเสนอนวัตกรรมเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้อย่างไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ได้แก่ “ยาฉีดควบคุมความหิวลิรากลูไทด์” ชนิดฉีดยาควบคุมความหิวเข้าสู่ใต้ผิวหนัง


เหมาะสำหรับผู้มีภาวะอ้วนที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป หรือผู้มีภาวะน้ำหนักเกินที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) เท่ากับ 27 แต่ไม่เกิน 30 กิโลกรัมต่อตารางเมตร และมีปัญหาสุขภาพ เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง หรือมีปัญหาหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น แม้จะออกกำลังกายแล้วแต่น้ำหนักก็ยังไม่ลด หรือไม่ต้องการลดน้ำหนักด้วยวิธีผ่าตัด
ยานี้มีชื่อสามัญว่า “ลิรากลูไทด์” (liraglutide) เป็นยาช่วยลดน้ำหนักที่ผ่านการรับรองจาก อย. ยาจะทำหน้าที่เลียนแบบฮอร์โมน GLP1 ที่มีในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมความหิวและอิ่มได้นาน โดยยาจะฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง ฉีดเพียงวันละ 1 ครั้ง
| สัปดาห์ | ปริมาณยา |
|---|---|
| สัปดาห์ที่ 1 | 0.6 มิลลิกรัม วันละครั้ง |
| สัปดาห์ที่ 2 | 1.2 มิลลิกรัม วันละครั้ง |
| สัปดาห์ที่ 3 | 1.8 มิลลิกรัม วันละครั้ง |
| สัปดาห์ที่ 4 | 2.4 มิลลิกรัม วันละครั้ง |
| สัปดาห์ที่ 5 เป็นต้นไป | 3.0 มิลลิกรัม วันละครั้ง |
เป็นขนาดที่ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยานี้ใช้เพื่อลดน้ำหนักควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป
ขนาดและวิธีใช้ยาควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น เนื่องจากขนาดและระยะเวลาในการใช้ยาตัวนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรคก่อนได้รับยาฉีดควบคุมความหิว แพทย์ พยาบาล เภสัชกรจะเป็นผู้สาธิตวิธีการใช้ให้ ควรฉีดยาในเวลาใกล้เคียงกันของแต่ละวัน สามารถฉีดยาเวลาไหนก็ได้ของวัน โดยฉีดพร้อมมื้ออาหารและเครื่องดื่มหรือไม่ก็ได้ การฉีดยาจะฉีดเข้าบริเวณใต้ผิวหนังตรงตำแหน่งหน้าท้อง ต้นขา หรือต้นแขน ห้ามฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ หรือกล้ามเนื้อ และห้ามผสมยานี้กับยาอื่นที่ฉีด เช่น ยาฉีดอินซูลิน

ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ไม่ค่อยหิวบ่อย

ช่วยลดการผลิตน้ำตาลที่ตับ

เพิ่มความไวของอินซูลินที่ตับอ่อนและที่กล้ามเนื้อ

ลดการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหาร จึงทำให้อาหารอยู่ท้องนานขึ้น

ส่วนใหญ่อาการที่เกิดในระบบทางเดินอาหารมักมีอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง และเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว โดยอาการคลื่นไส้เป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุด อาการข้างเคียงมักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกที่ได้รับยา ส่วนใหญ่อาการจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์ เมื่อได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยไม่ควรปรับระดับยาเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง
โปรแกรมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยและพิจารณาภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์ผู้ชำนาญการเป็นรายกรณี
| โปรแกรม | S | M | L |
|---|---|---|---|
| ตรวจร่างกายโดยแพทย์ (Physical examination) | |||
| ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (FBS) | |||
| ตรวจระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสม ( HbA1c ) | |||
| ตรวจค่าการทำงานของไต ( Cr ) | |||
| ตรวจระดับไขมันคอเลสเตอรอล ( Cholesterol ) | |||
| ตรวจระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ ( Triglyceride ) | |||
| ตรวจระดับไขมันดี ( HDL-Cholesterol ) | |||
| ตรวจระดับไขมันไม่ดี ( LDL-Cholesterol ) | |||
| ตรวจฮอร์โมนควบคุมไทรอยด์ ( TSH ) | |||
| ตรวจเอมไซม์ตับ ( SGOT, SGPT ) | |||
| อัลตราซาวนด์ ช่องท้องส่วนบน | |||
| Body Composition Analyzer | |||
| ยาฉีดควบคุมความหิว 3 mg. 3 ด้าม | |||
| ยาฉีดควบคุมความหิว 3 mg. 6 ด้าม | |||
| ยาฉีดควบคุมความหิว 3 mg. 9 ด้าม | |||
| ราคา (บาท) | 14,500 | 25,500 | 37,500 |

ยาฉีดควบคุมความหิวจะส่งผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกายอย่างไรบ้าง?
อาการข้างเคียงที่พบบ่อยเป็นอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อยถึงปานกลางและเกิดขึ้นชั่วคราว อาการข้างเคียงมักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกที่ได้รับยา และส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 2-3 วัน หรือ 2-3 สัปดาห์ เมื่อได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ไม่ควรปรับขนาดยาเองเพื่อลดอาการข้างเคียง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง

ยาฉีดควบคุมความหิวมีข้อควรระวังสำหรับบุคคลกลุ่มใดบ้าง?

มีวิธีเก็บรักษายาฉีดควบคุมความหิวอย่างไร?
การจัดเก็บยาฉีดควบคุมความหิวต้องควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เช่น ในตู้เย็นอุณหภูมิระหว่าง 2-8 องศาเซลเซียส ยาฉีดหลังเปิดใช้ครั้งแรกแล้วให้เก็บที่อุณหภูมิห้อง มีอายุอยู่ได้ 1 เดือน ห้ามแช่ยาฉีดในห้องแช่แข็ง ควรสวมปลอกยาทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน ให้ใช้ยาฉีดแต่ละครั้งสำหรับผู้ป่วยรายเดียวเท่านั้น ไม่ควรใช้ร่วมกันถึงแม้จะเปลี่ยนหัวเข็มก็ตาม
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม