SygmaLift

แก้ปัญหาเหนียงใต้คาง แก้มหย่อนคล้อย

สำหรับคุณผู้หญิงที่มีปัญหาคาง 2 ชั้น หรือมีเหนียงใต้คาง แก้มหย่อนคล้อย ผิวใต้กรามไม่กระชับ ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจ หากคุณกำลังมองหาเทคโนโลยีที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพสูงที่จะช่วยปรับรูปหน้าให้กลับมายกกระชับ เหนียงใต้คางหายไป โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีบาดแผล และไม่เจ็บ ปัจจุบันมีนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่สามารถตอบโจทย์ดังกล่าวได้ครบถ้วน เทคโนโลยีที่ว่าก็คือ “ซิกมาลิฟท์ (SygmaLift)”

ในการรักษาด้วย SygmaLift ผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่มักบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกและสัมผัสได้ชัดเจนว่าเหนียงใต้คางหายไป แก้มยกกระชับขึ้น รูปหน้าเรียวขึ้น แต่อันที่จริงผลที่ได้จากการรักษาไม่ได้แค่ช่วยให้ผิวใต้คางหรือแก้มยกกระชับขึ้นเท่านั้น เนื่องจาก SygmaLift เป็นการผสาน 3 เทคโนโลยีในการรักษาหนึ่งเดียวที่ให้ผลการรักษาหลายประการ ดังนี้

  • HIFU Lines เป็นการใช้พลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงลงลึกไปถึงชั้นใต้ผิวหนังบริเวณชั้นพังผืดที่รองรับเนื้อเยื่อของผิวหนัง กระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสสต์เซลล์ให้ผลิตเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มมากขึ้น และทำให้เส้นใยคอลลาเจนมีการจัดเรียงตัวใหม่  สามารถเลือกปรับระดับความลึกของพลังงานใต้ผิวได้อย่างแม่นยำ ผลที่ได้คือ ช่วยลดชั้นไขมันใต้คาง, แก้มที่หย่อนคล้อย, ปรับแนวขอบหน้าให้เด่นชัดขึ้น
  • Tri – Focal Ultrasound เป็นการใช้พลังงานคลื่นอัลตร้าซาวด์ไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นหนังแท้ ใช้สำหรับลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา ริ้วรอยหน้าผาก ริ้วรอยรอบปาก ยกคิ้ว แก้ปัญหาหางตาตก
  • Low Level Laser Therapy (LLLT) หรือ Cold Laser เป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำ ความยาวคลื่น 635 นาโนเมตร ช่วยเพิ่มการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในระดับเซลล์ เร่งกระบวนการซ่อมสร้างเซลล์ผิวใหม่ ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น

ขั้นตอนการรักษา

      • ไม่ต้องทายาชาใด ๆ ผู้เข้ารับการรักษาแทบจะไม่รู้สึกถึงความร้อนหรือเจ็บระหว่างทำการรักษา เพียงรู้สึกอุ่นเล็กน้อยเมื่อทำการรักษาด้วยหัว Tri-focal และอาจรู้สึกถึงแสงสว่างจ้าเมื่อทำการรักษาด้วยหัว Cold Laser
      • ทำความสะอาดผิวหน้า จากนั้นแพทย์จะทาเจลสำหรับการทำทรีทเม้นท์
      • การรักษาด้วย SygmaLift จะใช้ 3 หัว (Applicator) ในขั้นตอนการทำดังนี้
          – เริ่มจากแพทย์จะใช้หัวSpatula  ซึ่งจะปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงเพื่อยกกระชับใต้คางและบริเวณแก้ม จะรู้สึกได้ทันทีว่าบริเวณใต้คางและแก้มตึงกระชับขึ้น
          – จากนั้นแพทย์จะเปลี่ยนไปใช้หัวTri-focal Applicator เพื่อช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก รอบปาก ยกคิ้ว และแก้ปัญหาหางตาตก
          – ขั้นตอนสุดท้ายจะใช้หัวLow Level Laser Light หรือ หัว Cold Laser ซึ่งจะปล่อยแสงเลเซอร์ความเข้มข้นต่ำที่มีความยาวคลื่น635 nm ช่วยเพิ่มการแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนในระดับของเซลล์ และยังเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิว
      • เมื่อรักษาครบทั้ง 3 ขั้นตอน แพทย์จะทาครีมบำรุงผิวให้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ระยะเวลาในการรักษา

      • ใช้ระยะเวลาในการทำการรักษาครบทั้ง 3 ขั้นตอนประมาณ 40 – 60 นาที
      • สามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงหลังเข้ารับการรักษาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์
      • เพื่อให้ได้ผลดี ควรทำต่อเนื่องประมาณ 2 – 3 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 6 – 8 สัปดาห์
      • ผลการรักษาสามารถอยู่ได้อย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นกับสภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

ความรู้สึกภายหลังการรักษา

ผู้เข้ารับการรักษาจะรู้สึกตึงๆ ที่ผิวในบริเวณที่ทำการรักษาและอาจมีอาการบวมเล็กน้อย ซึ่งปกติใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน ไม่มีบาดแผลหลังทำ ไม่ต้องพักฟื้น ในบางคนอาจรู้สึกว่าผิวแห้งลงเล็กน้อย ให้ทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น

การปฏิบัติตัวหลังการรักษา

การรักษาด้วย SygmaLift มีจุดเด่น คือ ไม่ทำให้เกิดบาดแผลใดๆ จึงไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษ สามารถทำงานประจำวันได้ตามปกติทันที ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัด และควรใช้ครีมกันแดด SPF 30 หรือมากกว่าเป็นประจำ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift ทั่วหน้า (หน้าผาก+รอบตา+แก้ม) 30,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift ทั่วหน้า+ใต้คาง 40,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift ใต้คาง+ใต้กราม 15,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift รอบตา+คิ้ว 18,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift แก้ม 2 ข้าง 20,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift แก้ม 2 ข้าง + ใต้คาง 30,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift คอ 20,000 บาท
ยกกระชับด้วยเครื่อง Sygma Lift คอ + ใต้คาง 30,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons