เทคโนโลยี 3 มิติ…เพื่อศัลยกรรมใบหน้า ( Rapid Prototyping )

Rapid Prototyping

ใบหน้าที่สวยงามและได้สัดส่วนสมดุล ย่อมสร้างความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และเป็นประตู่สู่โอกาสและความสำเร็จ ดังจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันคนไทยนิยมทำศัลยกรรมปรับรูปหน้ากันมากขึ้น เพราะช่วยสร้างความมั่นใจเมื่อต้องเข้าสังคมและพบปะผู้คน รวมถึงการโพสต์รูปในสังคมออนไลน์ อย่างเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองให้ดูดีพร้อมออกสื่ออยู่เสมอ

โดยปกติแล้วใบหน้าทั้งสองข้างของคนเราจะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างเล็กน้อย ซึ่งอาจทำการแก้ไขด้วยการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ,ฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ,เสริมด้วยซิลิโคน (Silicone) หรือการใช้เทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถช่วยยกกระชับปรับรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ในกรณีที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน มองเห็นความผิดปกติได้อย่างชัดเจนจนทำให้ขาดความสวยงาม ซึ่งอาจผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เกิดจากอุบัติเหตุ หรือเกิดจากโรคบางอย่าง เช่น ความผิดปกติของการเจริญเติบโตของกระดูก ควรได้รับการผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าด้วยกระดูกเทียม

การผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าด้วยกระดูกเทียมแบบเดิม แพทย์จะทำการผ่าตัดนำกระดูกซี่โครงหรือกระดูกเชิงกรานของคนไข้มาเหลาขึ้นรูป เพื่อทำเป็นกระดูกเทียมในระหว่างการผ่าตัด ซึ่งทำให้คนไข้ต้องเจ็บตัวหลายที่ เป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา กระดูกเทียมที่ได้อาจมีขนาดและรูปทรงที่ไม่สอดรับพอดีกับโครงสร้างใบหน้าในบริเวณที่ผิดปกติ และหากต้องผ่าตัดในบริเวณที่ซับซ้อน มีส่วนโค้งเว้ามาก ก็จะทำให้ใช้เวลาในการผ่าตัดและดมยาสลบนานมากขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณที่ผ่าตัดบอบช้ำ เสียเลือดมาก ฟื้นตัวช้า

ปัจจุบันวงการศัลยกรรมปรับรูปหน้า ได้นำเทคโนโลยี Rapid Prototyping หรือ เทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็ว3มิติมาใช้สร้างกระดูกเทียมในการผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าซึ่งกระดูกเทียมที่ได้จะมีขนาดและรูปทรงที่สอดรับกับโครงสร้างใบหน้าได้เป็นอย่างดี ลดระยะเวลาในการผ่าตัดและดมยาสลบ บอบช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็ว ทำให้การผ่าตัดปรับโครงสร้างใบหน้ามีประสิทธิผลและความถูกต้องแม่นยำมากขึ้น

ทำความรู้จักเทคโนโลยี Rapid Prototyping

Rapid Prototyping หรือ เทคโนโลยีการสร้างต้นแบบรวดเร็ว คือ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการผลิตกระดูกเทียมในการทำศัลยกรรมผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้า โดยการส่งข้อมูลภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) บริเวณศีรษะและใบหน้าของคนไข้เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการวิเคราะห์โครงสร้างกระดูกใบหน้าที่มีความผิดปกติ และออกแบบกระดูกเทียมในระบบสามมิติ (3D) จากนั้นจึงส่งข้อมูลที่ได้เข้าเครื่องพิมพ์วัสดุสามมิติเพื่อผลิตกระดูกเทียม โดยเครื่องนี้จะสร้างกระดูกเทียมขึ้นมาทีละชั้นๆ จากด้านล่างขึ้นด้านบน จนกระทั่งได้ชิ้นงานที่มีขนาด รูปร่าง และรายละเอียดต่างๆ เป็นไปตามต้นแบบในคอมพิวเตอร์ และเป็นชิ้นงานเฉพาะของคนไข้รายนั้นๆ

การผ่าตัดด้วยเทคโนโลยี Rapid Prototyping ดีกว่าแบบเดิมอย่างไร

  • เนื่องจากคนไข้สามารถเห็นภาพจำลองผลการผ่าตัดได้แบบเสมือนจริง จึงช่วยทำให้ความเข้าใจระหว่างแพทย์กับคนไข้ รวมถึงญาติคนไข้ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน
  • ช่วยให้แพทย์วางแผนการผ่าตัดได้อย่างถูกต้องแม่นยำ เนื่องจากสามารถศึกษาหรือวิเคราะห์ตำแหน่งที่จะรักษาได้อย่างละเอียดจากระบบสามมิติ (3D) ในคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในรายที่การผ่าตัดมีความซับซ้อน
  • เนื่องจากไม่ต้องผ่าตัดนำกระดูกซี่โครงหรือกระดูกเชิงกรานมาเหลาเพื่อทำกระดูกเทียม ดังนั้น คนไข้จึงไม่ต้องเจ็บตัวหลายที่
  • แพทย์ไม่ต้องเหลากระดูกเทียมด้วยมือ จึงช่วยลดระยะเวลาในการผ่าตัดและดมยาสลบ ทำให้ลดความเสี่ยงในระหว่างการผ่าตัดลงได้มาก บอบช้ำน้อย ฟื้นตัวเร็วมากขึ้น
  • กรณีต้องใช้วัสดุฝังใน เช่น สกรู, แผ่นดามกระดูก แพทย์สามารถออกแบบหรือทดลองจัดวางวัสดุฝังในบนกระดูกเทียมได้ก่อนทำการผ่าตัดจริง ซึ่งหากไม่เหมาะสมก็สามารถปรับแก้ได้ จึงช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดจริงลงได้
  • ผลการผ่าตัดมีคุณภาพสูงกว่าเดิมมาก เนื่องจากสามารถผลิตกระดูกเทียมที่มีรายละเอียดน้อยไปจนถึงกระดูกเทียมที่มีความซับซ้อนมากๆ ได้
  • ช่วยเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยในการผ่าตัด จึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไข้ได้มากขึ้น

ขั้นตอนการผ่าตัดด้วย Rapid Prototyping

การผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าด้วยกระดูกเทียม โดยปกติมักพิจารณาทำการผ่าตัดในคนไข้อายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากกระดูกเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว สำหรับคนที่ใบหน้ามีความผิดปกติทั้งสองข้างไม่เท่ากัน และต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข แพทย์จะทำการตรวจดูความผิดปกติเบื้องต้นด้วยมือและตาเปล่า พร้อมทำการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) เพื่อดูความผิดปกติของกะโหลกศีรษะและโครงสร้างกระดูกใบหน้าว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน อย่างไร จากนั้นจึงส่งข้อมูลภาพถ่ายเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อวิเคราะห์และออกแบบกระดูกเทียมในระบบสามมิติ (3D) และเข้าสู่ขั้นตอนของการผลิตกระดูกเทียม

เมื่อได้กระดูกเทียมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ฆ่าเชื้อกระดูกเทียม ดมยาสลบ และทำการผ่าตัดนำชิ้นงานกระดูกเทียมใส่เข้าไปในโครงกระดูกบริเวณใบหน้า เพื่อแก้ไขรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วนสวยงาม โดยระยะเวลาในการผ่าตัดขึ้นกับระดับความผิดปกติของใบหน้าคนไข้ ในรายที่มีชิ้นงานซับซ้อนอาจใช้เวลาในการผ่าตัดมากขึ้นตามความเหมาะสม

การพักฟื้นหลังผ่าตัด

เนื่องจากการผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าด้วยเทคโนโลยี Rapid Prototyping ไม่ต้องผ่าตัดนำกระดูกซี่โครงหรือกระดูกเชิงกรานของคนไข้มาเหลา เพื่อทำกระดูกเทียมในระหว่างการผ่าตัดเหมือนกับการผ่าตัดแบบเดิม จึงทำให้คนไข้ไม่ต้องเจ็บตัวหลายที่ ลดระยะเวลาในการผ่าตัดและดมยาสลบ ร่างกายจึงฟื้นตัวเร็วกว่า โดยใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์

การติดตามผลหลังผ่าตัด

การผ่าตัดเสริมสร้างใบหน้าด้วยกระดูกเทียม เป็นการผ่าตัดประเภทเดียวกับการผ่าตัดเสริมกราม เสริมโหนกแก้ม เสริมหน้าผาก หรือการผ่าตัดกระดูกใบหน้าทั่วไป โดยจะมีการติดตามผลหลังการผ่าตัดทุก 1 สัปดาห์ 3 เดือน และ 12 เดือน

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงทั่วไปที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัด เช่น แผลผ่าตัดติดเชื้อ ใส่กระดูกเทียมแล้วไม่พอดี หรือ กระดูกเทียมเคลื่อนได้ แต่มีโอกาสเกิดได้น้อยมากหากได้รับการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างใบหน้า ในสถานพยาบาลที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน และคนไข้ปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ส่วนการเกิดการกดทับของกระดูกเทียมบนกระดูกจริงเมื่อเสริมไปนานๆ ทำให้กระดูกจริงบุ๋มเข้าไปอาจเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม กระดูกเทียมที่ทำการผ่าตัดเสริมเข้าไปเป็นการทดแทนกระดูกจริงอยู่แล้ว จึงไม่ทำให้โครงสร้างใบหน้าเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ดึงหน้า พัก 2 คืน 65,000 บาท
ดึงหน้าผาก พัก 1 คืน 60,000 บาท
เคยผ่าดึงหน้ามาแล้วจากที่อื่นต้องการแก้ไข พัก 2 คืน 80,000 บาท
ดึงคอ เพิ่มจากดึงหน้าอีก พัก 1 คืน 50,000 บาท
เสริมหน้าผาก พัก 1 คืน 40,000 บาท
เสริมหน้าผากด้วยวัสดุกระโหลกเทียม,เนื้อเยื่อตัวเอง พัก 2 คืน 80,000 บาท
ดึงคิ้ว 25,000 บาท
ดึงขมับ 30,000 บาท
ขูดซิลิโคนหน้า (เพิ่มจากดึงหน้า) 30,000 บาท
ฉีดไขมันที่หน้าผาก 26,000 บาท
กระชับกล้ามเนื้อคอเพิ่มจากดึงคอ (เพิ่ม) 10,000 บาท
แก้ไขรอยย่นบริเวณหัวคิ้ว เข้าจากตาบน 15,000 บาท
เสริมเนื้อร่องแก้ม เพิ่มจากดึงหน้า (เพิ่ม) 8,000 บาท
กรอหน้า 14,000 บาท
ตัดกระเดือก 25,000 บาท
เสริมขมับ 2 ข้าง (ด้วยซิลิโคนแผ่น) 35,000 บาท
เสริมขมับ 2 ข้าง ด้วยการฉีดไขมัน (ฉีดขมับ) 20,000 บาท
ลดโหนกคิ้วสูงด้วยการกรอกระดูก พัก 1 คืน 50,000 บาท
ยกคิ้วด้วยไหม พัก 1 คืน 40,000 บาท
แขวนไหวคิ้วร่วมกับดึงหน้าผาก (เพิ่ม) 5,000 บาท
เสริมโหนกคิ้ว พัก 1 คืน 50,000 บาท
ร้อยไหม (เส้นละ) 1,000 บาท
ดึงหน้าด้วยไหม Spring เส้นละ 12,000 บาท
ดึงหน้าด้วยไหม Spring midface 6 เส้น พัก 1 คืน 72,000 บาท
ดึงคอด้วยไหม Spring midface 4 เส้น พัก 1 คืน 48,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons