Coolsculpting-สลายไขมันใต้ผิวหนังด้วยความเย็น

คุณกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่? ทั้งออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องไขมันสะสม ต้นแขน ต้นขาใหญ่ เอวหนา สะโพกใหญ่ หน้าท้องยื่น อยากกำจัดไขมันแต่ไม่อยากผ่าตัด ไม่มีเวลาพอที่จะพักฟื้น ทั้งหมดนี้แก้ไขได้ด้วยเทคโนโลยีสลายไขมันด้วยความเย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง CoolSculpting ที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างปลอดภัย เพราะผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา(FDA)ทั้งของสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย โดยไม่ต้องผ่าตัด และไม่ต้องพักฟื้น ยิ่งคนที่มีแผนที่จะออกกำลังกายหรือควบคุมน้ำหนักอยู่ จะยิ่งทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

หลักการทำงานของ Coolsculpting

เป็นการใช้เครื่องมือที่มีการส่งผ่านความเย็นผ่านหัวดูดผิว (Vacuum) หัวนี้จะทำการดูดทั้งผิวหนังและไขมันสะสมใต้ผิวหนัง จากนั้นจะปล่อยความเย็นที่อยู่ในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง-11°C ถึง -13°C ส่งผลให้ไขมันใต้ผิวหนังแข็งตัวเกาะเป็นผลึก ความเย็นจะเจาะจงกับเซลล์ไขมันเท่านั้น ทำให้เซลล์ไขมันหยุดทำงานและตายไป หลังการรักษา ไขมันที่เป็นผลึกจะค่อยๆ ถูกกำจัดออกทางระบบน้ำเหลือง ส่วนเซลล์ไขมันที่เหลือนั้นจะเรียงตัวใหม่ ทำให้ชั้นไขมันบางลง ส่งผลให้รูปร่างดูสมส่วนขึ้น โดยเซลล์ไขมันจะถูกทำลายมากถึง 20-25%

บริเวณที่สามารถสลายไขมันได้ด้วย Coolsculpting

ส่วนบริเวณที่ทำการสลายไขมันด้วยความเย็นได้ อาทิ ใต้คาง บริเวณหน้าอก ปีกหลังใต้วงแขน ท้องแขน หน้าท้อง เอว สะโพก ต้นขา

ข้อจำกัดในการสลายไขมันด้วยความเย็น

ภาวะที่ถือเป็นข้อจำกัดต่อการรักษา ได้แก่ ผู้ที่มีน้ำหนักมาก มีค่า BMI อยู่ในช่วงมากกว่า 30 (ทำให้เห็นผลน้อยและช้า),ผู้ที่เป็นโรคแพ้ความเย็น,โรคเลือดที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติเมื่อสัมผัสกับความเย็น, ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัวตามปกติ, หญิงตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าอาจตั้งครรภ์, หญิงหลังคลอดบุตรหรือผู้ที่รับการผ่าตัดมายังไม่เกิน 6 เดือน, หญิงให้นมบุตร, ผู้ที่มีแผลผ่าตัดในบริเวณที่จะทำการรักษาโดยแผลผ่าตัดยังมีอายุไม่เกิน 6 เดือน, ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการรักษา, ผู้ที่ใส่อุปกรณ์ควบคุมการเต้นของหัวใจ, ผู้ที่เป็นไส้เลื่อน หรือหญิงระหว่างมีประจำเดือน(อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้น)

ขั้นตอนการสลายไขมันด้วย Coolsculpting

เริ่มทำการรักษาด้วยการวางแผ่นเจลปกป้องผิว จากนั้นจะประกบหัวดูด (Vacuum) เข้ากับผิว ท่านจะรู้สึกตึง รั้ง หรือบีบรัดในช่วงแรก หลังผ่านไป 5-10 นาที อาการเหล่านี้จะทุเลาลง และเริ่มรู้สึกเย็นร่วมกับชาบริเวณที่ทำการรักษา การรักษาจะใช้เวลาประมาณ 60 นาที ต่อหนึ่งพื้นที่ของหัวดูด หลังการรักษา ผิวหนังบริเวณนั้นจะเย็นและอาจมีรอยแดงช้ำ บางท่านอาจรู้สึกผิวหนังแข็งตึงกว่าปกติ อาการเหล่านี้มักเกิดร่วมกับอาการชาซึ่งจะพบได้ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ระหว่างนี้ควรงดการทำทรีตเมนต์อื่นที่ตำแหน่งที่ทำการรักษาด้วย Coolsculpting รวมถึงการประคบร้อนหรือนวดชั่วคราว




ผลลัพธ์และคำแนะนำหลังสลายไขมันด้วย Coolsculpting

ผลการรักษาจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ และยิ่งชัดเจนมากยิ่งขึ้นใน 6 สัปดาห์ และดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนที่ 2 ร่างกายจะขจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกไปเรื่อยๆ จนเข้าเดือนที่ 4 เพื่อให้คงผลลัพธ์ของการสลายไขมันได้อย่างยาวนานและถาวร นั่นก็คือ ควรทำควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ

ค่ารักษา

สลายไขมันด้วยหัวดูดขนาดเล็ก (1 พื้นที่) 20,000 บาท
สลายไขมันด้วยหัวเรียบ(1 พื้นที่) 25,000 บาท
สลายไขมันด้วยหัวดูดขนาดใหญ่ (1 พื้นที่) 38,000 บาท

สลายไขมันด้วยหัวดูดขนาดเล็ก (1 พื้นที่)

20,000 บาท

สลายไขมันด้วยหัวเรียบ(1 พื้นที่)

25,000 บาท

สลายไขมันด้วยหัวดูดขนาดใหญ่ (1 พื้นที่)

38,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม