ไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามกล้ามเนื้อในอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายได้สร้างปัญหาทั้งในเรื่องบุคลิกภาพความมั่นใจและปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณหน้าท้อง, เอว, สะโพก, ต้นขา ต้นแขน และข้างลำตัว ซึ่งยากต่อการลดหรือกำจัดออกด้วยการควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วยในการสลายไขมันอย่างมีประสิทธิภาพ “การสลายไขมันด้วยความเย็น” (Cool Sculpting) ถูกพัฒนาขึ้นจากโรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard Medical School) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาทั้งของสหรัฐอเมริกาและไทย
เป็นนวัตกรรมที่ช่วยลดไขมันส่วนเกินในร่ายกายด้วยกระบวนการไครโอไลโปไลซิส (Cryolipolysis) โดยใช้คลื่นความเย็นในระดับต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง -11 ถึง -13°C เปลี่ยนสภาพเซลล์ไขมันให้กลายเป็นผลึกน้ำแข็งก่อนสลายไปตามระบบของร่างกาย ด้วย “แอปพลิเคเตอร์” (Applicator) ส่งผลให้ไขมันใต้ผิวหนังแข็งตัวเป็นผลึก ทำให้เซลล์ไขมันหยุดทำงานและตาย หลังการรักษาไขมันที่เป็นผลึกจะถูกกำจัดออกทางระบบน้ำเหลือง ส่วนเซลล์ไขมันที่เหลือจะเรียงตัวใหม่ทำให้ชั้นไขมันบางลง ส่งผลให้รูปร่างดูสมส่วนและกระชับขึ้น
เซลล์ไขมันจะถูกทำลายมากถึงร้อยละ 20-25
ใช้เวลาในการทำประมาณ 35-60 นาที
ปลอดภัย ไม่เจ็บ
ไม่มีความเสี่ยงจากการดมยา
ไม่มีการดูดไขมันหรือผ่าตัด (Non-Invasive Lipolysis)
ไม่ต้องพักฟื้น
เกิดผลข้างเคียงน้อยมาก
นิยมใช้กำจัดไขมันบริเวณ
เอว
สะโพก
หน้าท้อง
ต้นขา
ก้น







มีให้เลือกหลากหลายขนาดตามความหนาและรูปร่างของชั้นไขมันแต่ละคน ก่อนเข้ารับการรักษาแพทย์จะตรวจประเมินร่างกายบริเวณที่จะสลายไขมันด้วยความเย็นก่อนในเบื้องต้น เพื่อพิจารณาว่าควรใช้ขนาดหัวให้เหมาะสมกับอวัยวะหรือสัดส่วนร่างกายของคนไข้ จากนั้นใช้แผ่นเจลคลุมผิวเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อเครื่องเริ่มทำงานคนไข้จะรู้สึกเย็น ตึง เจ็บเล็กน้อย เมื่อครบตามกำหนดเวลานำหัวออกผิวหนังบริเวณนั้นจะรู้สึกชา มีรอยแดง หรือบางรายอาจมีรอยช้ำร่วมด้วยเล็กน้อย ซึ่งอาการข้างเคียงทั้งหมดจะหายไปได้เองภายใน 2 สัปดาห์ หลังรับการรักษาจะมีการนวดผิวเพื่อช่วยให้ไขมันแตกตัว การสลายไขมันด้วยความเย็นเพียงครั้งเดียวสามารถช่วยลดเซลไขมันในจุดนั้นได้ประมาณร้อยละ 20-25




คนไข้สามารถกลับมารับการรักษาเพิ่มเติมได้อีก เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือน หากต้องการทำในจุดเดิม
ภายหลังการสลายไขมันด้วยความเย็นแนะนำให้คนไข้ทาครีมบำรุงผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดอาการคันหรือแห้งตึงบริเวณที่ได้รับการรักษา หากมีการออกกำลังกายและควบคุมอาหารเพื่อดูแลสุขภาพควบคู่ไปกับการทำ Cool Sculpting ด้วยจะยิ่งทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน คือ มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 30 จะทำให้เห็นผลลัพธ์ได้น้อยและต้องทำหลายครั้ง
ผู้ที่เป็นโรคแพ้ความเย็น
โรคเลือดที่มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติเมื่อสัมผัสกับความเย็น
ผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือดหรือยาที่ทำให้เลือดไม่แข็งตัวตามปกติ
หญิงตั้งครรภ์
หญิงให้นมบุตร
ผู้ที่มีแผลผ่าตัดในบริเวณที่จะทำการรักษาไม่เกิน 6 เดือน
ผู้ที่มีแผลเปิด ผิวหนังอักเสบ หรือติดเชื้อในบริเวณที่จะรักษา
ผู้ที่ใส่อุปกรณ์ควบคุมการเต้นของหัวใจ
ผู้ที่เป็นไส้เลื่อน
สตรีมีประจำเดือน อาจทำให้อาการปวดประจำเดือนเป็นมากขึ้น
ราคาเริ่มต้นการสลายไขมันด้วยความเย็น (1 ไซเคิล)
12,000 บาท
ราคาเริ่มต้นการสลายไขมันด้วยความเย็น (2 ไซเคิล)
22,000 บาท

การสลายไขมันด้วยความเย็นแตกต่างจากการลดน้ำหนักอย่างไร?
การสลายไขมันด้วยความเย็นแบบ “Cool Sculpting” ไม่ใช่การลดน้ำหนัก คนไข้อาจไม่เห็นความแตกต่างของค่าน้ำหนักตัวหลังรับบริการ เพราะเป็นเทคโนโลยีสำหรับลดสัดส่วนของร่างกายด้วยกระบวนการสลายไขมันเพื่อปรับสัดส่วนของร่างกายเป็นหลัก

การสลายไขมันด้วยความเย็นสามารถช่วยลดไขมันในช่องท้องได้หรือไม่?
ไม่สามารถลดไขมันในช่องท้องได้ เพราะเป็นไขมันที่อยู่ในอวัยวะภายใน

ระหว่างสลายไขมันด้วยความเย็น ต้องนั่ง-นอน-หรืออยู่ในอิริยาบถใดจึงจะเหมาะสม?
คนไข้สามารถนอนหรือนั่งเอนหลังได้ตามความเหมาะสมของบริเวณที่ทำการรักษา
นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลยันฮียังมีเทคโนโลยีการสลายไขมันส่วนเกินเพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนอีกหลายนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความร้อนหรือ “เวลาเชป” (Vela Shape) เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลามาทำหัตถการที่โรงพยาบาลยันฮีได้บ่อยครั้งโดยมีบริการทั้งแบบรายครั้งและแบบเป็นคอร์ส 6 ครั้ง
แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ภาระงาน อาศัยอยู่ในต่างจังหวัดหรือต่างประเทศขอแนะนำการสลายไขมันด้วยความเย็นแบบ Cool Sculpting ที่ทำหัตถการเป็นรายครั้ง นอกจากนี้ที่โรงพยาบาลยันฮียังมีเทคโนโลยีการสลายไขมันส่วนเกินเพื่อรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนอีกหลายนวัตกรรม อาทิ
เทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยความร้อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลามาทำหัตถการที่โรงพยาบาลยันฮีได้บ่อยครั้ง โดยมีบริการทั้งแบบรายครั้งและแบบเป็นคอร์ส 6 ครั้ง
เทคโนโลยีการสลายไขมันด้วยคลื่นอัลตราซาวนด์ที่จำเพาะในการทำให้เซลล์ไขมันแตกสลายและคลื่ยวิทยุความถี่สูงเพิ่มการเผาผลาญไขมันใต้ผิวหนัง โดยรักษาต่อเนื่อง ประมาณ 4-6 ครั้ง
เทคโนโลยีการนำก๊าซ CO2 เข้าสู่ชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อลดไขมันส่วนเกิน สัดส่วนกระชับ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ทำต่อเนื่องกันประมาณ 4 ครั้ง
เทคโนโลยี Cryolipolysis ทำลายเซลล์ไขมันด้วยความเย็นอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง เห็นผลลัพธ์ภายในเวลา 6-10 สัปดาห์
อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและการประเมินของแพทย์ว่าปัญหาไขมันส่วนเกินของแต่ละบุคคลนั้นเหมาะกับเทคโนโลยีประเภทใด ภายใต้เงื่อนไขของความปลอดภัย ประสิทธิภาพการรักษา และเงื่อนไขชีวิตของคนไข้เป็นสำคัญ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม