Chemical Peeling – ผลัดเซลล์ผิว เผยผิวขาวใส

ChemicalPeeling

 Chemical Peeling ผลัดเซลล์ผิว เผยผิวขาวใส

ผิวหน้าที่สวยใส เรียบเนียน ไม่มีสิว ฝ้า กระ รอยแผลเป็น จุดด่างดำ เป็นสิ่งที่ผู้หญิงแทบทุกคนปรารถนา แต่จากภาวะแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นจากธรรมชาติ เช่น แสงแดด, ความร้อน จากภาวะมลพิษรอบตัว ฝุ่นละออง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ ฯลฯ หรือจากโรคภัยไข้เจ็บ เช่น สิว อีสุกอีใส รวมถึงความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีผลทำให้ผิวหน้าของคุณหยาบกร้าน หมองคล้ำ ไม่เนียนเรียบได้หากปัญหาผิวหน้าดังกล่าวทำให้คุณหมดความมั่นใจ แน่นอนคุณคงไม่ยอมอยู่นิ่งเฉย และถ้าคุณกำลังมองหาวิธีทางการแพทย์ที่จะช่วยให้ผิวหน้าของคุณกลับมาขาวใส เนียนนุ่ม อย่างเป็นธรรมชาติอยู่ล่ะก็ วิธีหนึ่งที่เราอยากแนะนำให้รู้จักก็คือ การลอกหน้าผลัดเซลล์ผิว เพื่อผิวขาวใส หรือ Chemical Peeling

หลักการทำ Chemical Peeling ก็คือการใช้ตัวยาที่มีสรรพคุณช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใสดูอ่อนวัยขึ้น โดยตัวยาจะไปทำให้เซลล์ที่หมองคล้ำของผิวหน้าในชั้นหนังกำพร้าส่วนบนหลุดลอกออก พร้อมกับกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ที่สดใสขึ้น จึงส่งผลให้รอยหมองคล้ำ จุดด่างดำ ริ้วรอยเหี่ยวย่นรวมถึงรอยแผลเป็นตื้นๆ บนผิวหน้าลดหรือจางลงได้

สำหรับตัวยาที่นำมาใช้ในการทำ Chemical Peeling มีหลายตัว อาทิ กรดผลไม้อ่อน เช่น AHA, กรดวิตามินเอ (Retinoic acid), กรดไกลโคลิค (Glycolic acid) , กรดซาลิไซลิค (Salicylic acid) , TCA (Trichloroacetic acid) ซึ่งน้ำยาลอกหน้าแต่ละตัวจะมีคุณสมบัติในการรักษาและความแรงของระดับการรักษาต่างกัน โดยแพทย์ผิวหนังจะพิจารณาให้เหมาะกับสภาพผิวของคนไข้

ทีนี้มาดูกันว่าการทำ Chemical Peeling มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง โดยปกติ เมื่อคนไข้ไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาด้วยวิธีนี้ แพทย์จะต้องตรวจสภาพผิวหน้าของคนไข้ก่อนเสมอ เพื่อที่จะประเมินความพร้อม และเลือกความเข้มข้นของตัวยาที่เหมาะสม สิ่งนี้ถือว่าสำคัญมากนะคะเพราะผิวหน้าของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การรักษาก็ต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับคนไข้แต่ละรายไป

หลังจากเตรียมความพร้อมของคนไข้แล้ว ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการรักษาจริงๆ โดยเริ่มจากคนไข้จะต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยสบู่อ่อน แล้วซับหน้าให้แห้ง จากนั้นจึงทาตัวยาให้ทั่วทั้งใบหน้า ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเปล่า เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยในแต่ละครั้งที่มาทำการรักษา ส่วนระยะเวลาในการรักษาก็ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์ต่อครั้ง เพื่อให้ผิวที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไปเสียก่อน ส่วนที่ว่าควรทำกี่ครั้งหรือบ่อยครั้งเพียงใดคงต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของคนไข้ร่วมกับดุลยพินิจของแพทย์ค่ะ

แต่มีเรื่องหนึ่งที่จะต้องบอกให้คุณผู้อ่านเข้าใจตรงกันเสียก่อน นั่นคือ ในระหว่างหรือภายหลังการทำ Chemical Peeling อาจมีอาการข้างเคียงบางอย่างเกิดขึ้นได้ซึ่งไม่ต้องกังวลนะคะ เพราะเป็นอาการปกติที่ไม่มีอันตรายแต่อย่างใด เป็นต้นว่า อาจรู้สึกแสบยิบๆ หรือคันในระหว่างที่ทำ หรือภายหลังทำเสร็จใหม่ ๆ อาจมีจุดแดงเกิดขึ้นบ้างในบางจุด แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะหายไปได้เอง หรือแม้แต่หลังการทำประมาณ 1-2 วัน ผิวหน้าอาจลอกเป็นขุยขาว ๆ ได้ ซึ่งขุยนี้จะค่อย ๆ หลุดลอกไปเองเช่นกัน

นอกจากนั้น สิ่งสำคัญที่ห้ามละเลยเด็ดขาด ก็คือ หลังจากทำการรักษาด้วย Chemical Peeling แล้ว ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ๆ และควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นด้วยค่ะ ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้จะมาโอดโอยกับหมอภายหลังไม่ได้นะว่าทำไมผลการรักษาถึงไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ

  “คงจะเห็นแล้วนะคะว่าการทำ Chemical Peeling นั้นสะดวก ไม่ยุ่งยากอะไรเลย และด้วยเหตุผลนี้แหละจึงได้มีเปิดให้บริการกันดาษดื่นทั่วไป แต่ก็ควรระมัดระวังกันเอาไว้ด้วย มีบางท่านที่ไปหลงเชื่อคำโฆษณาที่เกินกว่าเหตุ เป็นต้นว่า การทำ Chemical Peeling ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด ซึ่งต้องคิดให้รอบคอบกันสักนิด เพราะการทำ Chemical Peeling เพื่อผลัดเซลล์ผิวนั้น หากไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง ก็อย่าวางใจเป็นอันขาด เพราะถ้าใช้อย่างไม่ถูกต้องโดยผู้ที่ไม่มีความรู้พอ เช่น ใช้ตัวยาที่แรงเกินไป ระยะเวลาที่ทำต่อครั้งมากเกินไป หรือสภาพผิวหน้ายังไม่พร้อมที่จะทำ อาจทำให้ผิวหน้าระคายเคืองหรือถึงขั้นผิวหน้าพังได้ค่ะ” 

การทำ CHEMICAL PEELING เหมาะทำในคนกลุ่มไหน
1. ผู้ที่มีสภาพผิวแข็งแรงอย่างผิวธรรมชาติ หรือผิวมันที่ต้องการผลัดเซลล์ผิวให้สดใส
2. ผู้ที่เป็นสิวอุดตันอยู่ใต้ผิว ต้องการจะลดการอุดตัน
3. ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ มีรอยสิว ผิวหยาบ มีริ้วรอยเล็กๆ
4. ผู้ที่ใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่ต้องเจอแดดจัด แดดแรง เพราะหลังทำควรหลีกเลี่ยงแสงแดด
—————————————————-
การเตรียมตัวก่อนทำ CHEMICAL PEELING
• สามารถทำได้เลยในวันที่มาพบแพทย์
• ควรงดแต่งหน้า เพื่อสะดวกในการทำความสะอาด
—————————————————-
หลังทำ CHEMICAL PEELING ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
• ทาครีมกันแดด SPF 30 PA+++ ขึ้นไป อย่างสม่ำเสมอ
• หลีกเลี่ยงแสงแดดประมาณ 2 สัปดาห์
• งดครีมบำรุงผิว หรือผลิตภัณฑ์ผสมสูตรไวท์เทนนิ่งหรือช่วยผลัดเซลล์ผิวทุกชนิด
• ใช้ครีมบำรุงที่เน้นให้ความชุ่มชื่นเพียงอย่างเดียว ภายหลังทำ
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
รักษา หน้าใส,รอยสิว,รอยดำ,ฝ้า,รอยดำรักแร้,หลัง(Ionto) ครั้งละ 500 บาท
Ionto หลังจาก 10 ครั้ง (Maintain) ครั้งละ 400 บาท
รักษา หน้าใส,รอยสิว,รอยดำ,ฝ้า,กระชับหน้า (Phono) ครั้งละ 600 บาท
Phono หลังจาก 10 ครั้ง (Maintain) ครั้งละ 500 บาท
รักษารอยคล้ำรอบดวงตา(Phono) ครั้งละ 300 บาท
รักษารอยคล้ำที่คอ (Phono) ครั้งละ 400 บาท
รักษารอยคล้ำที่คอ+ V Shape (Phono) ครั้งละ 600 บาท
Phono หลังจาก 10 ครั้ง (Maintain) ครั้งละ 500 บาท
รักษารอยแตกลาย (Phono) ครั้งละ 1,000 บาท
ฉีดยาสิว.กดสิว (น้อย) ครั้งละ 300 บาท
ฉีดยาสิว.กดสิว (มาก) ครั้งละ 500 บาท
ผ่าตัดไฝ,ซีสต์ (ไม่รวมยา) 1 ตำแหน่ง 1,500-3,000 บาท
ผ่าตัดชิ้นเนื้อ(BIOPSY) (ไม่รวมยา และค่าส่งตรวจชิ้นเนื้อ) 1 ตำแหน่ง 1,800 บาท
เจาะหู Blomdahl - 1 ข้าง ครั้งละ 1,000 บาท
เจาะหู Blomdahl - 2 ข้าง ครั้งละ 1,500 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons