Carboxy Therapy – สลายไขมันส่วนเกิน

Carboxy

เอวหนา ขาใหญ่ พุงยื่น ผิวไม่เรียบเนียนมี เซลลูไลท์ หรือผิวเปลือกส้ม  ผิวแตกลาย เหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ทำให้คุณผู้หญิงส่วนใหญ่รู้สึกกังวลใจ และพยายามมองหาวิธีการที่ได้ผลดีในการกำจัดไขมันส่วนเกินดังกล่าวออกไป เพื่อให้รูปร่างกลับมากระชับได้สัดส่วน ผิวดูเรียบเนียนขึ้น

โชคดีที่สมัยนี้มีเทคนิคอยู่หลากหลายที่ช่วย สลายไขมัน ส่วนเกิน ตั้งแต่การผ่าตัด เช่น การดูดไขมัน  วิธีนี้จะได้ผลดีและเร็ว แต่บางคนที่ไม่ชอบการผ่าตัด ก็ยังมีเทคโนโลยีอื่นที่ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ เช่น ใช้วิธีการนวดสลายไขมัน , ฉีดยาสลายไขมัน หรือจะเป็นการฉีดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ เข้าไปทำให้ไขมันสลายไป ที่เรียกว่า Carboxy therapy ที่เรากำลังจะพูดถึงกันในตอนนี้ก็ได้

Carboxy therapy คืออะไร

เป็นการรักษาโดยการฉีดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เข้าไปช่วย สลายไขมัน เฉพาะที่ ลดเซลลูไลท์ และ ลดรอยแตกลาย ซึ่งแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้เป็นชนิดเดียวกับที่ร่างกายผลิตออกมาแล้วขับออกทางการหายใจ หรือเป็นเหมือนแก๊สที่อยู่ในน้ำอัดลมที่เราดื่มเข้าไป จึงไม่มีอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใด โดยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะไปทำให้เกิดขบวนการสลายไขมัน (Oxidative Lipolysis) และการสลายของเซลล์ไขมัน (Lipolysis) จึงช่วยลดปัญหาไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ เซลลูไลท์ หรือ รอยแตกลาย ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้

การนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมานานกว่า 70 ปีแล้ว แรกเริ่มเดิมทีแพทย์ชาวฝรั่งเศสได้นำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาใช้ในการรักษาโรคเส้นเลือดตีบ เนื่องจากแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด, ทำให้มีการเพิ่มขึ้นของแก๊สออกซิเจน  และเชื่อว่ามีผลทำให้เกิดขบวนการสลายไขมันด้วย  จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวได้นำมาต่อยอดทดลองนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มาฉีดสลายไขมันเฉพาะที่ แล้วพบว่าได้ผลดี เกิดขบวนการสลายไขมันและสลายเซลล์ไขมัน ทำให้สัดส่วนลดลง, ผิวหนังยืดหยุ่นดีขึ้น เซลลูไลท์ และรอยแตกลายลดลง

การฉีดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ปลอดภัยเพียงใด 

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่ใช้มีความปลอดภัยสูงมาก ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐว่าปลอดภัยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ยกเว้นหลังการฉีดจะรู้สึกอุ่น แสบ และตึงๆ ผิวบริเวณชั้นไขมันใต้ผิวหนัง และควรระมัดระวังในผู้ที่มีปัญหาโรคปอด การรักษาด้วยวิธีนี้จะไม่ก่อพิษต่อร่างกาย เนื่องจากโดยปกติแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิดขึ้นภายหลังจากกระบวนการสันดาปของร่างกายอยู่แล้ว และร่างกายมีกลไกในการกำจัดออกจากร่างกายได้ตามธรรมชาติ วิธีการรักษานี้เป็นเพียงการไปเพิ่มปริมาณแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้นเพื่อเร่งกระบวนการขจัดไขมันส่วนเกินให้เป็นไปได้มากขึ้นเท่านั้น จึงไม่ถือว่าแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสิ่งแปลกปลอมหรือผิดปกติต่อร่างกายแต่อย่างใด

การเตรียมตัวก่อนรักษา 

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหลังการรักษาจะมีอาการง่วงนอน หรือหายใจลึกขึ้น
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • งดรับประทานยาแก้หวัด หรือยาลดน้ำมูก เพราะจะส่งผลให้น้ำในร่างกายลดลง

 ขั้นตอนการรักษา

เป็นการรักษาที่ง่าย ใช้เวลาไม่นาน หลังทำเสร็จสามารถกลับไปทำงานได้

  • พบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีปัญหาส่วนใดบ้าง เช่น มีปัญหาไขมันสะสมหน้าท้อง สะโพก ต้นขา แขน มีปัญหาเซลลูไลท์หรือรอยแตกลาย
  • แพทย์จะฉีดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านท่อที่ต่อกับเข็มขนาดเล็กลงไปในตำแหน่งที่จะทำการรักษา ขณะฉีดจะรู้สึกอุ่นๆ ตึงๆ ในบริเวณที่ฉีด เนื่องจากมีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือด
  • ใช้เวลาในการทำประมาณ 10-20 นาที
  • แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ควรทำต่อเนื่องกันประมาณ 5 – 10 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ไขมันจะลดลง 30% เซลลูไลท์ลดลง ผิวหนังดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สำหรับจำนวนครั้งในการรักษาที่เห็นผลได้ชัดเจน ขึ้นกับปริมาณไขมันที่สะสมมีมากหรือน้อย ถ้ามีมากอาจต้องทำหลายครั้ง

การดูแลหลังการรักษา

  • งดน้ำเย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • งดรับประทานยาแก้หวัด หรือยาลดน้ำมูก เพราะจะส่งผลให้น้ำในร่างกายลดลง
  • หลังการรักษาอาจมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ง่วงนอน ตึงบริเวณที่ฉีด บางรายพบรอยช้ำจากเข็มได้ แต่จะค่อยๆ หายไปเองโดยไม่ทำให้เกิดแผลเป็น

“การรักษาด้วย Carboxy therapy จะให้ผลการรักษาถาวรหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองหลังทำ หากต้องการให้การรักษาเห็นผลดีและยาวนานถาวร ควรปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ลดอาหารจำพวกแป้ง น้ำตาล ไขมัน อาหารทอด ขนมหวาน และทานผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัดให้มากขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้ไขมันส่วนเกินไม่กลับมาพอกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายค่ะ”

—————————————————-

การรักษาด้วย Carboxy Therapy มีผลข้างเคียงหรือไม่
หลังการรักษาอาจมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ง่วงนอน ตึงบริเวณที่ฉีด หรืออาจพบรอยช้ำจากเข็ม เกิดจ้ำเลือดเป็นรอยเขียวช้ำบริเวณที่ฉีดได้
—————————————————-
การรักษาด้วย Carboxy Therapy ผลการรักษาถาวรหรือไม่
หลังรักษาด้วย Carboxy Therapy ถ้าต้องการให้ผลการรักษายาวนานถาวร จะต้องควบคุมอาหารอย่างต่อเนื่อง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
—————————————————-
ก่อนการรักษาด้วย Carboxy Therapy ต้องเตรียมตัวอย่างไร
• พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหลังการรักษาจะมีอาการง่วงนอน หรือหายใจลึกขึ้น
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• งดทานยาแก้หวัด หรือยาลดน้ำมูก เพราะจะส่งผลให้น้ำในร่างกายลดลง
—————————————————-
ระหว่างทำการรักษามีอาการเจ็บหรือไม่
แพทย์จะใช้เข็มเล็ก ๆ ต่อกับท่อปล่อยแก๊ส CO2 ผ่านเข้าไปในตำแหน่งที่รักษา ท่านจะรู้สึกเพียงตึงๆ อุ่นๆ เล็กน้อยในบริเวณที่ฉีด ประมาณ 20 นาที เนื่องจากมีการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณดังกล่าว
—————————————————-
การรักษาด้วย Carboxy Therapy ต้องรักษากี่ครั้ง จึงจะเห็นผล
รักษาประมาณ 5-10 ครั้ง จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ไขมันจะลดลง 30% เซลลูไลท์ลดลง ผิวหนังดูกระชับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
—————————————————-
หลังการรักษาด้วย Carboxy Therapy ควรปฏิบัติอย่างไร
• งดน้ำเย็นประมาณ 4 ชั่วโมง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะหลังการรักษาอาจมีอาการเมื่อยล้า อ่อนเพลีย ง่วงนอน
• งดทานยาแก้หวัด หรือยาลดน้ำมูก เพราะจะส่งผลให้น้ำในร่างกายลดลง
ขั้นตอนและวิธีการรักษาเป็นอย่างไร
แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กต่อกับท่อปล่อยแก๊ส CO2 ผ่านเข้าไปในชั้นไขมันโดยไม่ต้องทายาชา แล้วปล่อยแก๊สเข้าไป ขณะทำจะรู้สึกเพียงตึงๆในบริเวณที่ฉีด ใช้เวลาทำประมาณ 10-20 นาที ซึ่งแก๊ส CO2 ที่ฉีดเป็นแก๊สชนิดเดียวกับที่ร่างกายผลิตออกมาแล้วขับออกทางการหายใจ ซึ่งจะค่อยๆ สลายไปได้เอง

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ลดไขมันด้วยเครื่อง CARBONIZE (1 ตำแหน่ง) ครั้งละ 2,000 บาท
ลดไขมันด้วยเครื่อง CARBONIZE (2 ตำแหน่ง) ครั้งละ 3,000 บาท
ลดไขมันด้วยเครื่อง CARBONIZE (3 ตำแหน่ง) ครั้งละ 4,000 บาท
ลดไขมันด้วยเครื่อง CARBONIZE (4 ตำแหน่ง) ครั้งละ 5,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons