คงไม่มีใครอยากใส่ฟันปลอม แต่ในเมื่อไม่สามารถรักษาฟันแท้ชุดสุดท้ายไว้ได้อีกต่อไป ทางเลือกก็คือ การใส่ฟันปลอม เพื่อทดแทนฟันธรรมชาติที่สูญเสียไป หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นผู้สูงอายุอย่างคุณตาคุณยายใส่ฟันปลอม แต่ในคนหนุ่มสาวก็มีสาเหตุที่ทำให้ต้องใส่ฟันปลอมได้เช่นกัน อย่างการมีฟันผุจนต้องถอนฟันออกไปหรือการสูญเสีย ฟันจากอุบัติเหตุ ทำให้ฟันหลอ โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นกับฟันหน้าด้วยแล้ว จะขาดความมั่นใจ นอกจากนั้นยังทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร ลดลงอีกด้วย
ฟันปลอมเปรียบเหมือนฟันชุดที่ 3 รองจากฟันน้ำนมและฟันแท้ เรียกได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่มีฟันไม่ครบทั้งปาก เพราะถ้ามีช่องว่างระหว่างฟันแล้วไม่ใส่ฟันปลอม ก็จะส่งผลให้ฟันที่อยู่ข้างเคียงโยก ล้ม หรือเอียง และทำให้ฟันหลุดเพิ่มได้ ทำให้การสบฟันผิดปกติ ส่งผลให้โครงสร้างของใบหน้าผิดรูปไปจากเดิม
สำหรับคนที่กำลังมองหาฟันปลอมเพื่อทดแทนฟันธรรมชาติอยู่นั้น เรามาทำความรู้จักกับชนิดของฟันปลอมกันก่อนดีกว่า ว่าฟันปลอมมีกี่ชนิด ซึ่งโดยปกติแล้วฟันปลอมที่เรารู้จักทั่วไปจะมีด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ ฟันปลอมชนิดถอดได้และฟันปลอมชนิดติดแน่น
1. ฟันปลอมชนิดถอดได้
ฟันปลอมชนิดถอดได้จะมี 2 แบบ คือ ฟันปลอมแบบโครงโลหะและแบบฐานพลาสติก ทั้งสองแบบสามารถใช้ได้กับการสูญเสียฟันตั้งแต่ 1 ซี่ หรือหลายซี่ จนถึงไม่มีฟันทั้งปาก
ข้อดี
สามารถถอดเข้าถอดออกได้ ทำให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย และไม่เสียเวลามาก และเมื่อเทียบ กับฟันปลอมชนิดติดแน่น ราคาต่อชิ้นจะถูกกว่า
ข้อด้อย
ชิ้นของฟันปลอมจะค่อนข้างใหญ่ ทำให้ไม่สะดวกสบาย อาจทำให้รู้สึกรำคาญ ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดทุกวัน และ ที่สำคัญอาจเห็นตะขอเวลายิ้ม ทำให้เสียความสวยงามไปบ้าง
2. ฟันปลอมชนิดติดแน่น
ฟันปลอมชนิดติดแน่นจะมี 2 แบบคือ ฟันปลอมชนิดติดแน่น ด้วยสะพานฟันที่จะเป็นฟันปลอมถาวร ติดยึดแน่นในช่องปาก ไม่สามารถถอดออกมาทำความสะอาดได้ และ ฟันปลอมชนิดติดแน่นด้วยรากฟัน เทียม ที่เป็นการจำลองลักษณะของ ฟันธรรมชาติทั้งในส่วนของตัวฟันและรากฟัน จึงเหมือนกับเป็นการปลูกฟันธรรมชาติที่สูญเสียไปแล้ว ขึ้นมาใหม่
ข้อดี
ไม่ขยับ ไม่หลวม หรือหลุดในขณะ พูดหรือเคี้ยวอาหารทำให้มีความมั่นใจ รวมทั้งขนาดของฟันที่ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ ทำให้ไม่รู้สึกรำคาญ นอกจากนั้นฟันที่ใส่ยังมี ความสวยงามใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากและยังมีประสิทธิภาพ ในการบดเคี้ยวเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ ฟันปลอมรากฟันเทียม
ข้อด้อย
มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะฟันปลอมรากฟันเทียม การทำความสะอาดอาจจะยุ่งยาก กว่าฟันปลอมชนิดถอดได้เพราะไม่สามารถถอดออกมาล้างได้ ต้องใช้แปรงสีฟันหรือไหมขัดฟันช่วยทำความสะอาดบริเวณซอกฟันด้วย
ถึงจะเป็นแค่ฟันปลอม แต่มันก็มีวันเสื่อม หมดอายุการใช้งานที่มักมีปัญหาแตก หัก บิดเบี้ยว หลวม หรือเกิดปัญหาจากการใส่ฟันปลอมได้เหมือนกัน เช่น เหงือกอักเสบจากการที่ฟันปลอมไปถูหรือกดเหงือก หรือเนื้อเยื่อในปาก มีการยุบตัวของสันเหงือกรวมถึงปัญหาอื่นๆ ในช่องปากที่ จำเป็นต้องแก้ไข อาทิ อุดฟัน, ขูดหินปูน หรือรักษาโรคเหงือก เป็นต้น ดังนั้นจึงควรไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้ง
คงเห็นแล้วว่า การใส่ฟันปลอมไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด นอกจากช่วย ให้คุณกลับมายิ้มได้อย่างเต็มที่แล้ว การใส่ฟันปลอมยังสามารถทำให้คุณมีความสุขในการรับประทานอาหารที่ชอบและเข้าสังคมได้อย่างมั่นใจอีกด้วย
ฟันปลอมทั้งปาก ฐานเป็นพลาสติก
25,000 บาท
ฟันปลอมถาวร ถอดได้ ฐานเป็นโลหะ ชิ้นละ
14,000-16,000 บาท
ครอบฟัน ซี่ละ
8,800-21,000 บาท