เหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิต ตกงานหรือถูกไล่ออกจากงาน เผชิญกับภัยธรรมชาติ อยู่ท่ามกลางภาวะสงครามหรือความขัดแย้งรุนแรง ถูกล่วงละเมิดหรือทำอนาจาร ได้รับความกระทบกระเทือนจากจิตใจจากความรุนแรงภายในครอบครัว เหตุจลาจล ฆาตกรรม กราดยิง ก่อการร้าย ฯลฯ นอกจากผลกระทบทางร่างกายแล้วยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของผู้ที่ประสบเหตุด้วย หนึ่งในโรคที่ส่งผลกระทบ คือ โรคความผิดปกติทางจิตใจหลังเผชิญภยันตราย หรือโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD)

โรค PTSD หรือ Post-Traumatic Stress Disorder เป็นโรคจิตเภทชนิดหนึ่งที่เกิดจากสภาวะจิตใจของผู้ป่วยได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์เลวร้าย เช่น การก่อการร้าย สงคราม การถูกข่มขืน ประสบภัยพิบัติ ประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น ซึ่งผู้ป่วยอาจจะเป็นผู้ที่ประสบเหตุการณ์โดยตรง หรือเป็นผู้ที่ได้รับการสูญเสียจากเหตุการณ์ทางอ้อม สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นโรค PTSD อาจพบว่ามีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน รู้สึกแปลกแยกจากพ่อแม่และผู้ใหญ่คนอื่น ๆ นึกถึงเหตุการณ์นั้น ๆ ขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ อาจมีปัญหาด้านพัฒนาการ อย่างการฝึกเข้าห้องน้ำ การเคลื่อนไหวร่างกาย และการใช้ภาษา เป็นต้น
1. การรักษาด้วยยา จิตแพทย์อาจใช้ยารักษาอาการซึมเศร้า เพื่อควบคุมความรู้สึกเศร้าและวิตกกังวลของผู้ป่วยหรือยาอื่นเพื่อลดอาการที่เกิดร่วม
2. การรักษาด้วยวิธีจิตบำบัด เช่น บำบัดความคิดและพฤติกรรม ให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้และยอมรับที่จะปรับเปลี่ยนความคิด จิตแพทย์อาจพูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกและความคิดของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจ หรือจิตบำบัดแบบไดนามิค ให้ผู้ป่วยรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของเหตุการณ์ในอดีตที่มีผลต่อพฤติกรรมในปัจจุบัน และปรับทัศนคติที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น

3.บำบัดด้วยการเผชิญหน้ากับสิ่งที่กลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้วิธีการรับมือกับเหตุการณ์นั้น อย่างไรก็ตาม การบำบัดด้วยวิธีนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของจิตแพทย์ เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยบางคนเสี่ยงเกิดอาการรุนแรงได้
4.ครอบครัวบำบัด ปรับบทบาทหน้าที่และปฏิสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัวให้เหมาะสมกับการอยู่ร่วมกับผู้ป่วย PTSD

5.บำบัดแบบกลุ่ม เป็นวิธีการบำบัดโดยให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้แบ่งปันเรื่องราว ความคิด ความกลัว และความรู้สึกกับผู้ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของจิตแพทย์ตามอาการของคนไข้แต่ละบุคคล

ภาวะแทรกซ้อนจากโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) มีอะไรบ้าง?
โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) อาจมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย ทั้งในด้านการทำงาน ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว สุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งยังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ อย่างโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคกลัวแบบจำเพาะได้ อาจทำให้เกิดพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง ใช้ยาเสพติด หรือดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดศีรษะ ปวดหน้าอก ปวดท้อง หรือมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติในกรณีที่อาการค่อนข้างรุนแรง ผู้ป่วยอาจมีความคิดฆ่าตัวตาย

มีวิธีป้องกันโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) อย่างไร?
โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง (PTSD) เป็นปัญหาสุขภาพที่ป้องกันได้ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผลมาจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดและควบคุมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม อาจดูแลตนเองและเรียนรู้วิธีรับมือกับอาการที่เกิดขึ้นเมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดได้ เพื่อป้องกันการเกิดโรคนี้ เช่น ปรึกษาจิตแพทย์เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่อันตรายหรือเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง เป็นต้น