โรคพาร์กินสัน

เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมคนชราถึงมือเท้าสั่น?

คงจะมีหลายคนไม่มากก็น้อยที่เกิดคำถามนี้ขึ้นในใจ อาการสั่นที่มือ เท้า เวลานั่งเฉย ๆ เมื่อย่างเข้าสู่วัยชรา เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสมองชนิดหนึ่ง มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า โรคพาร์กินสัน หรือในชื่อภาษาไทยว่า โรคสั่นสันนิบาต บางทีเรียกโรคสันนิบาตลูกนก ก็มี หากเป็นสมัยก่อนพาร์กินสันอาจจะเป็นโรคที่ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักในบ้านเรา แต่เดี๋ยวนี้มีคนดังระดับโลกหลายคนเป็นโรคนี้ ทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันมาสนใจเกี่ยวกับโรคพาร์กินสันกันมากขึ้น

ความจริงแล้วโรคพาร์กินสันถูกค้นพบมานานแล้ว โดยนายแพทย์ชาวอังกฤษท่านหนึ่งนามว่า เจมส์ พาร์กินสัน(James Parkinson) มื่อปี พศ. 2360 คุณผู้อ่านบางท่านที่นึกสงสัยว่าชื่อโรคนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร หรือทำไมจึงใช้ชื่อโรคดังกล่าว คงทราบเหตุผลกันแล้ว

เอาล่ะ ทีนี้มาดูกันว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ?

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสมอง แม้ว่าปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเซลล์ประสาทที่อยู่ในสมองส่วนที่เรียกว่า เบซอลแกงเกลีย (basal ganglia)เกิดการเสื่อมสลายทำให้กระบวนการผลิตสารโดพามีน (dopamine) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณภายในสมองมีปริมาณลดลงจึงส่งผลให้เกิดอาการของโรคนี้ได้

ส่วนใหญ่โรคพาร์กินสันมักเริ่มเป็นในช่วงอายุระหว่างปี อาการจะเริ่มเป็นตั้งแต่เล็กน้อย และลุกลามมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีอาการและอาการแสดงที่มีลักษณะเฉพาะ ดังนี้

ผู้ป่วยจะมีอาการสั่น อาจเกิดขึ้นในขณะพักและจะสั่นมากในขณะตั้งใจทำงาน อาจเริ่มจากนิ้วมือ แขน ลำตัว แล้วสั่นไปทั่วร่างกาย กล้ามเนื้ออาจเกร็ง และเคลื่อนไหวได้ช้าลง การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อแสดงความรู้สึกลดลง ทำให้หน้าตาของผู้ป่วยดูถมึงทึง ตาจ้องไม่ค่อยกะพริบ น้ำลายไหลซึ่งเห็นได้ชัดบริเวณมุมปาก การพูดช้าลงหรือพูดค่อยไม่ได้ยินเสียง ผู้ป่วยจะสูญเสียการทรงตัว ลักษณะท่าทางการเดินจะงอตัวคล้ายคนหลังค่อมและซอยเท้าก้าวสั้น


 

เยียวยาได้เพียงใด?

ทราบถึงอาการแล้ว คุณผู้อ่านคงอยากทราบถึงวิธีการรักษากันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็มาดูไปพร้อม ๆ กันเลย

โรคพาร์กินสันถือว่าเป็นโรคเรื้อรัง ยังไม่มีการรักษาให้หายขาดหรือหยุดยั้งการดำเนินของโรคได้ สำหรับการรักษาในปัจจุบัน นอกจากการรักษาทั่วไปด้วยการทำกายภาพบำบัดตามสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายแล้ว การรักษาทางยาจะช่วยให้อาการดีขึ้นรวมถึงการลุกลามของโรคช้าลงได้ แต่ยาที่ใช้มักพบว่ามีผลข้างเคียงโดยเฉพาะหากใช้ในขนาดที่สูง ดังนั้น การรับประทานยาจึงควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้รักษาอย่างใกล้ชิด

สำหรับผู้ป่วยโรคพาร์กินสันที่ได้รับการรักษาด้วยยา แต่มีอาการมากขึ้นจนการรักษาด้วยยาไม่ให้ผลดีเท่าที่ควร แพทย์อาจรักษาด้วยการผ่าตัดฝังขั้วไฟฟ้าเพื่อไปกระตุ้นสมองส่วนลึก Deep Brain Stimulation)ส่วนการรักษาทางอื่น เช่น การผ่าตัดนำบางส่วนของสมองที่ถูกทำลายออกการปลูกถ่ายเซลล์สมองทารกเข้าไปในสมองของผู้ใหญ่ ล้วนแต่ยังไม่ได้รับการยอมรับว่าจะได้ผลดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่สามารถทำใจยอมรับกับโรคที่เป็น สามารถขจัดความเครียดและวิตกกังวล รวมถึงมีแรงสนับสนุนทางบวกจากครอบครัวและคนรอบข้างก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และสามารถดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้โดยไม่ทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วยของตนมากนัก

ดังนั้นท่านใดที่สงสัยว่าจะป่วยเป็นโรคพาร์กินสันหรือมีผู้สูงอายุในบ้านที่มีอาการชวนให้สงสัยว่าจะเป็นโรคนี้ ควรไปพบอายุรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยาเพื่อตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ ถึงโรคนี้จะไม่หายขาดแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้อาการดีขึ้นและชะลอการลุกลามของโรคให้ช้าลง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย

ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมของผู้สูงอายุแล้ว และเชื่อว่าในหลาย ๆ ครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่ร่วมด้วย ฉะนั้น “พาร์กินสัน” จึงเป็นโรคที่เรา ๆ ท่าน ๆ ควรทำความรู้จักเอาไว้

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723
Show Buttons
Hide Buttons