วันศุกร์สัปดาห์ที่สองในเดือนมีนาคมของทุกปีเป็น “วันนอนหลับโลก” หรือ “World Sleep Day” เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องปัญหานอนไม่หลับ ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นปัญหาสุขภาพเพียงเล็กน้อย แต่ความจริงแล้วส่งผลกระทบต่อสุขภาวะทางร่างกายและอารมณ์ในระยะยาวอย่างที่คาดไม่ถึง นำมาซึ่งโรคร้ายมากมายจากพฤติกรรมนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ปัจจุบันพบว่าคนไทยมีปัญหานอนไม่หลับมากยิ่งขึ้น ไม่เฉพาะเพียงแค่วัยทองหรือผู้สูงอายุที่มีความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมทั้งวัยทำงานและวัยรุ่นที่มีความเครียดเรื่องการเรียนและการทำงานร่วมด้วย หากพบว่าตนเองมีสุขภาวะการนอนผิดปกติ ควรมาพบแพทย์เพื่อขอคำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการปรับพฤติกรรมการนอนของตัวเอง

โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) เป็นโรคความผิดปกติในการนอน เป็นภาวะนอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือหลับ ๆ ตื่น ๆจนเรื้อรังจะส่งผลเสียต่ออารมณ์ ความจำ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา ปกติแล้วในแต่ละวันเราควรนอนหลับเฉลี่ย 7-9 ชั่วโมง หรือมากกว่า หรือน้อยกว่านี้ตามช่วงวัย ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ตัวขณะหลับว่าตนมีภาวะผิดปกติ กระทั่งคนใกล้ชิดให้ข้อมูล หรือทำการตรวจหาความผิดปกติจากการนอนหลับ ควรสังเกตอาการเวลานอนว่ามีอาการกรนเสียงดัง หายใจลำบาก ติดขัด หรือหายใจเสียงดังออกทางจมูกหรือไม่ อาจเสี่ยงเป็นภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นโรคที่อันตราย ร่างกายจะเกิดความผิดปกติทางการหายใจ โดยหายใจได้เพียงตื้นๆ หรือเกิดการหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ตลอดทั้งคืน ทำให้ร่างกายหรืออวัยวะต่าง ๆ ขาดออกซิเจน
อาหารและเครื่องดื่มที่บริโภคเข้าไปแล้วส่งผลต่อระบบการย่อยอาหารและการขับถ่าย เช่น เครื่องดื่มคาเฟอีนจำพวกชากาแฟ เป็นต้น หรือทานอาหารมื้อหนักก่อนเข้านอน

การออกฤทธิ์ของยาบางชนิด เช่น ยาแก้หวัด, ยากลุ่ม psudoepheridrine, ยาลดน้ำหนัก, ยาแก้หอบหืด, ยาต้านซึมเศร้า, ยากลุ่ม methylphenidate เป็นต้น
ความเครียด ความตื่นเต้น และความกดดันจากการทำงานหรือการเรียน

อาการวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า ไบโพลาร์

ความผิดปกติของระบบการหายใจ เช่น หายใจไม่สะดวก ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารก่อนนอน แสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับ

สภาพแวดล้อมภายในห้องนอนหรือในบ้านที่รบกวนการนอน เช่น อุณหภูมิ ฝุ่นละออง มลภาวะ ทางเสียง แสงสว่างภายในห้องนอน
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ
อาการของโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหอบ โรคกรดไหลย้อน โรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น

พฤติกรรมนอนไม่หลับเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น ขี้ลืม ป่วยง่าย ไม่มีสมาธิกับการทำงาน , อารมณ์หงุดหงิดกระสับกระส่าย, ง่วงนอนตอนกลางวัน
แพทย์จะตรวจร่างกายและซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ปัญหาการนอนและอาการ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หากเป็นโรคนอนไม่หลับเรื้อรังกว่า 3 เดือนหรือแพทย์สงสัยว่ามีโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติในการนอนหลับอื่นๆ เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอนกรน แพทย์อาจตรวจคุณภาพการนอนหลับ (sleep test) ร่วมด้วย
สุขอนามัยที่ดีในการนอนหลับ
เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลา
จัดบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสม สะอาด ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป มืดและเงียบสงบ
ออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ แต่ไม่ควรออกกำลังกายใกล้เวลานอนมากเกินไป
ผ่อนคลายสมองก่อนนอน
ใช้เตียงนอนเพื่อการนอนหลับและกิจกรรมทางเพศเท่านั้น
อาบน้ำอุ่น แช่เท้าด้วยน้ำอุ่นทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
รับแสงแดดให้เพียงพอในตอนเช้า
ข้อไม่พึงปฏิบัติเพื่อสุขอนามัยการนอนที่ดี
งดงีบหลับระหว่างวัน
เลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน
หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ตื่นเต้น/เครียดก่อนนอน
หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก, รสจัดช่วงก่อนนอน
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากก่อนนอน
หลีกเลี่ยงการใช้ยานอนหลับโดยไม่จำเป็น
หากสาเหตุของการนอนไม่หลับเกิดจากภาวะโรคร่วมทางจิตเวช เช่น เครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล โรคอารมณ์แปรปรวน หรือโรคอื่น ๆ ทางจิตเวช ควรให้จิตแพทย์เป็นผู้ประเมินและพิจารณาให้ยาตามความเหมาะสม ไม่ควรซื้อยานอนหลับใช้เอง
ราคา
11,000 บาท

ผู้หญิงมีความเสี่ยงนอนไม่หลับได้มากกว่าผู้ชายจริงหรือไม่?
ในเชิงสถิติพบโรคนอนไม่หลับในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะมีประจำเดือน ขณะตั้งครรภ์ ขณะหมดประจำเดือน และภาวะสุขภาพ เช่น อาการซึมเศร้า วิตกกังวล ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ กลั้นปัสสาวะลำบาก มีถุงน้ำที่รังไข่ เป็นต้น

ผลกระทบข้างเคียงจากการนอนไม่หลับ?
เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์และจิตใจ ได้แก่ ซึมเศร้า วิตกกังวล หงุดหงิดง่าย ไม่มีสมาธิในการเรียนและการทำงาน ความจำด้อยประสิทธิภาพ เสี่ยงเป็นโรคร้ายต่าง ๆ อันเป็นผลมาจากภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งนำไปสู่การเจ็บป่วยได้ง่าย ได้แก่ โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน สมองเสื่อม อัมพฤกษ์ อัมพาต สมรรถภาพทางเพศเสื่อม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นโรคอ้วน ทั้งยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากหลับในขณะขับขี่ยานพาหนะอีกด้วย