โรคต่อมไทรอยด์

 “หน้ามืด ใจสั่น หิวบ่อย น้ำหนักลง อาการผิดปกติที่คุณควรตระหนัก”

เชื่อหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้มีโรคต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และถ้าตัวคุณเองเป็นคนสังเกตกับอาการผิดปกติในร่างกาย ไม่ว่าจะ หน้ามืด ใจสั่น หิวบ่อย น้ำหนักลงฮวบแม้จะรับประทานเยอะ เป็นต้น แล้วตัดสินใจไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษาว่าเป็นโรคอะไรก็คงจะไม่มีอะไรน่าห่วงนัก แต่สำหรับบางคน อาจมองข้ามและละเลยจนลืมคิดไปว่า อาการที่ดูเหมือนจะไม่อันตรายอาจเป็นอาการของโรคร้ายอย่าง โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคคอพอก โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือ โรคต่อมไทรอยด์อักเสบได้เช่นกัน

หากวันนี้คุณรู้สึกว่าตัวเองมีอาการเหนื่อยง่าย มือไม้สั่น หน้ามืด ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ขี้ร้อน หงุดหงิดง่าย หิวบ่อย รับประทานบ่อยแต่น้ำหนักลดลงจนน่าสงสัย ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ กล้ามเนื้ออ่อนแรง คอมีขนาดโตขึ้น หรือแม้กระทั่งตาโปน นั่นคืออาการที่สำคัญของโรคที่เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์ ซึ่งหากคุณรู้ตัวเร็วก็สามารถรักษาให้หายได้ แต่ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่มักจะไม่ใส่ใจกัน ถึงเวลาที่คุณต้องมาทำความรู้จักกับโรคนี้อย่างจริงจังเพื่อให้รักษาได้อย่างทันท่วงทีแล้วล่ะ

ไทรอยด เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ มีลักษณะคล้ายผีเสื้ออยู่บริเวณด้านหน้าหลอดลมใต้ลูกกระเดือก จะเคลื่อนที่ขึ้นลงตามการกลืน ต่อมไทรอยด์จะสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของฮอร์โมนนี้จะคอยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย และมีผลต่อการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกาย ทั้งการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ สภาพอารมณ์ การเจริญเติบโต สติปัญญาและพัฒนาการของเด็ก เมื่อวันใดที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติก็จะส่งผลต่อระบบต่างๆ ในร่างกายของเรานั่นเอง

สำหรับโรคของต่อมไทรอยด์นั้นสามารถแบ่งลักษณะการทำงานผิดปกติของต่อมไทรอยด์ได้เป็น 2 แบบคือ

– ไทรอยด์มีการทำงานมากเกินไป หรือที่เราเรียกว่า “โรคไทรอยด์เป็นพิษ” เป็นลักษณะที่ต่อมไทรอยด์มีการผลิตที่มากจนเกินไปส่งผลให้ต่อมใต้สมองไม่สามารถควบคุมการหลั่งฮอร์โมนได้ ทำให้มีการหลั่งฮอร์โมนไทรอยด์ออกมาในกระแสเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเกิดการเผาผลาญพลังงานเร็วผิดปกติ คนไข้จะรู้สึกมีอาการเหนื่อยง่าย ชีพจรเต้นเร็ว หน้ามืด ใจสั่น น้ำหนักลดลงแม้จะรับประทานมาก และยังอาจส่งผลให้เกิดโรคคอพอกเป็นพิษได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาไทรอยด์เป็นพิษอาจทำให้เกิดหัวใจวายได้ในคนไข้ที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว หรือในรายที่มีอาการไทรอยด์เป็นพิษรุนแรงอาจเกิดภาวะวิกฤตจากต่อมไทรอยด์ที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

– ไทรอยด์มีการทำงานน้อยเกินไป คือ “โรคไทรอยด์เป็นพิษ”อีกชนิดหนึ่ง แต่ต่างกันตรงที่เป็นภาวะฮอร์โมนหลั่งออกมาน้อยกว่าความต้องการของร่างกายทำให้มีการเผาผลาญในร่างกายลดลงกว่าปกติส่งผลให้มีอาการ ชีพจรเต้นช้าลง ง่วงนอนง่าย ปวดข้อ ผิวแห้ง เสียงแหบ ขี้หนาว ตัวบวม ท้องผูก ความจำเสื่อม ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจทำให้คนไข้สมองเสื่อมได้เลยทีเดียว หรือหากเกิดขึ้นในเด็กก็อาจทำให้เด็กคนนั้นมีสมองที่แคระแกรน หรือเป็นโรคเอ๋อได้เช่นกัน ซึ่งสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้ฮอร์โมนไทรอยด์มีการผลิตที่น้อยกว่าปกตินั้นก็มีเช่นกัน อาจเกิดขึ้นจาก การขาดสารไอโอดีน การอักเสบเรื้อรังของต่อมไทรอยด์ การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การได้รับยาต้านต่อมไทรอยด์มากเกินไป การกลืนน้ำแร่รังสีไอโอดีน และการขาดฮอร์โมนไทรอยด์ตั้งแต่เกิดนั่นเอง ซึ่งการทำงานที่ผิดปกติแบบนี้อาจทำให้เกิด โรคคอพอกธรรมดา ตามมาได้ เนื่องจากโรคนี้เกิดขึ้นจากการขาดสารไอโอดีน เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกายในหญิงตั้งครรภ์หรือในคนที่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการฮอร์โมนไทรอยด์มากขึ้น ทำให้เกิดเป็นโรคคอพอกโดยไม่ได้ขาดฮอร์โมนแต่อย่างใด หากตัวคุณเองพบว่ามีอาการคอโตกว่าปกติหรือมีลักษณะเป็นโรคคอพอกโดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ให้เข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุทันที

นอกจากไทรอยด์เป็นพิษและโรคคอพอก แล้วยังมีโรคอื่นที่เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์ได้อีก คือ ต่อมไทรอยด์อักเสบ ที่เกิดได้ทั้งจากเชื้อไวรัส คนไข้มักจะมีอาการเฉียบพลัน เจ็บคอ ต่อมไทรอยด์โตเร็ว กดเจ็บ มีไข้ต่ำๆ และเกิดได้จากภาวะแพ้ภูมิของต่อมไทรอยด์ตัวเอง คนไข้มักจะรู้สึกกดที่คอแล้วเจ็บ เนื่องจากคอพอกมีลักษณะค่อนข้างแข็ง ซึ่งหากคุณพบว่ามีอาการดังกล่าวอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาต่อไป ส่วนอีกโรคที่เกิดขึ้นจากต่อมไทรอยด์นั่นก็คือ มะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งมะเร็งชนิดนี้จะแตกต่างจากการเป็นมะเร็งชนิดอื่นๆ ตรงที่มะเร็งต่อมไทรอยด์มักจะสามารถรักษาให้หายขาดได้ ไม่มีอาการเจ็บปวด และการวินิจฉัยทำได้ง่าย ส่วนใหญ่คนไข้จะมาพบแพทย์เพราะอาการที่มีก้อนบริเวณคอ และแพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเนื้อดี ด้วยการใช้เข็มเจาะเนื้อต่อมไทรอยด์ไปตรวจโดยการส่องกล้องจุลทรรศน์ก็จะทำให้ทราบว่าเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์หรือไม่ แล้วจึงทำการรักษาโดยการผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก หากเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่แพร่กระจายอาจจะต้องตัดต่อมไทรอยด์ทิ้งทั้งหมด แต่หากเป็นชนิดที่ไม่แพร่กระจายจะตัดแค่เนื้อต่อมไทรอยด์บางส่วนออกเท่านั้น

หากวันนี้คุณพบว่าตัวเองมีอาการใกล้เคียงกับโรคของต่อมไทรอยด์ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น หิวง่าย อ่อนเพลีย หน้ามืด ใจสั่น น้ำหนักลง อยากให้ปรึกษาแพทย์ ซึ่งเบื้องต้นแพทย์อาจจะตรวจด้วยเครื่องตรวจคลื่นความถี่สูงเพื่อสังเกตอาการของต่อมไทรอยด์แล้วจึงทำการรักษา ซึ่งโดยทั่วไปวิธีการรักษาไทรอยด์เป็นพิษนั้นแพทย์จะให้รับประทานยาเพื่อลดการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ รับประทานติดต่อกัน 24-36 เดือน หรือรักษาด้วยวิธีการดื่มน้ำแร่รังสีไอโอดีน และรักษาด้วยผ่าตัด

และอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาด้วยแพทย์ นั่นก็คือการดูแลตัวเองของคนไข้ที่จำเป็นต้องใส่ใจให้มาก ควรรับประทานอาหารจำพวก ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แป้งไม่ขัดขาว พืชผักผลไม้ที่มีรสไม่หวาน รับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของไอโอดีน และควรงดเว้นการดื่มกาแฟ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะมากขึ้น งดสูบบุหรี่เพราะบุหรี่จะทำให้เกิดอาการตาโปนรุนแรงมากขึ้น ที่สำคัญควรงดออกกำลังกายหนักในช่วงแรกของการรักษา

สำหรับใครที่เริ่มกังวลว่าตัวเองเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษหรือไม่ สงสัยว่าทำไมอาการตัวเองเป็นเหมือนที่เล่ามาทั้งหมด อยากให้รีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าคุณเป็นโรคนี้จริงหรือไม่ และหากเป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคคอพอก โรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ หรือ โรคต่อมไทรอยด์อักเสบก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะโรคเหล่านี้เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ แต่ตัวคุณเองต้องมาพบแพทย์ตามเวลานัดอย่างเคร่งครัด รับประทานยาอย่างต่อเนื่องจนหายขาด หลังจากนั้นควรมาเช็คระดับฮอร์โมนไทรอยด์เป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละครั้ง เพราะโรคนี้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน และสุดท้ายหมั่นสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพียงแค่นี้โรคไหนๆ ก็เอาชนะคุณไม่ได้แล้วล่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723
Show Buttons
Hide Buttons