โรคจอประสาทตา

จะเป็นอย่างไรหากวันหนึ่งข้างหน้าดวงตาคุณเกิดฝ้าฟาง อาการตามองไม่ชัด มองเห็นจุดดำ หรือแยกสีไม่ชัดเจน ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อโรคจอประสาทตามาเยือน และที่สำคัญ โรคจอประสาทตาสามารถแบ่งย่อยออกไปได้อีก ไม่ว่าจะเป็น โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา, จอประสาทตาเสื่อม, จอประสาทตาฉีก และจอประสาทตาหลุดลอก ทั้งหมดนี้หากไม่รีบรักษาอย่างถูกวิธีและปล่อยไว้เนิ่นนานอาจมีผลทำให้ตาของคุณบอดได้เลยทีเดียว

จอประสาทตา (Retina) คือ ชั้นบางๆ ของเซลล์รับภาพที่อยู่ด้านหลังของดวงตา จอประสาทตาจะช่วยให้การมองเห็นของคุณชัดขึ้น หากจอประสาทตาของคุณปกติการมองเห็นภาพก็จะไม่มีปัญหาอะไร แต่หากจอประสาทตาของคุณมีปัญหาขึ้นล่ะก็ ภาพที่มองเห็นก็จะไม่ชัด เหมือนเวลาที่เราถ่ายรูปแล้วไม่สามารถโฟกัสภาพได้ หรือมีจุดดำๆ ติดอยู่ที่เลนส์ถ่ายภาพนั่นเอง ซึ่งจุดสำคัญของกลางจอประสาทตา คือ จุดรับภาพ (Macula) มีลักษณะเป็นบริเวณเล็กๆ ที่สำคัญมาก ส่วนบริเวณรอบๆ ของจอประสาทตาจะช่วยในการมองภาพด้านข้าง (Peripheral vision) ตามลำดับ

สำหรับโรคที่เรามักพบได้บ่อยว่าเกิดขึ้นกับจอประสาทตานั้น ได้แก่ โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา, จอประสาทตาเสื่อม, จอประสาทตาฉีก และจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งแต่ละโรคนั้นก็จะมีอาการที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นได้เวลาที่เราจะมาทำความรู้จักกับโรคจอประสาทตาในแต่ละแบบกัน

  • โรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา หรือที่เรามักเรียกกันว่าเบาหวานขึ้นตานั้น ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการอะไรที่ชัดเจนมากนัก โรคจะกำเริบไปเรื่อยๆ จนกระทั่งบางรายมีอาการตาบอดตามมาในที่สุด สำหรับอาการที่พอจะสังเกตได้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคนี้หรือไม่นั้น ได้แก่ อาการตามองไม่ชัด, มักเห็นเศษชิ้นส่วนลอยในตา, มีปัญหาเวลามองตอนกลางคืน, มองเห็นจุดดำ และแยกสีไม่ชัดเจน ซึ่งหากพบว่ามีอาการดังกล่าวควรเข้ารับการตรวจตาสำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น ผู้ที่เป็นเบาหวานกลุ่มแรก อายุมากกว่า 10 ปี และเป็นเบาหวานมาแล้วอย่างน้อย 5 ปีควรจะได้รับการตรวจจอรับภาพทุกคน, ผู้ที่เป็นเบาหวานกลุ่มที่ 2 ควรจะได้รับการตรวจจอประสาทตาหลังจากวินิจฉัยโรคเบาหวานแล้ว ทั้งนี้การติดตามผลการตรวจนั้นจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของจอรับภาพ หากปกติอาจจะติดตามทุก 2-3ปี หากผิดปกติต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญหากเป็นสตรีมีครรภ์ที่เป็นเบาหวานจะต้องเข้ารับการตรวจจอรับภาพด้วย

    เมื่อพบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตาแล้ว สิ่งที่จะต้องปฏิบัติตามมาคือ เข้ารับการขยายม่านตา ตรวจจอประสาทตาจากจักษุแพทย์ เพื่อตรวจดูว่าตาได้รับผลกระทบอะไรจากโรคเบาหวานหรือยัง และเข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1ครั้ง ในบางรายจักษุแพทย์จะทำการนัดตรวจบ่อยขึ้นตามระดับความรุนแรงของโรคเบาหวานขึ้นจอประสาทตา คนไข้ควรปฏิบัติตัวตามแพทย์แนะนำ ได้แก่ งดสูบบุหรี่, ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด, ถ้ามีโรคความดันโลหิตสูง ต้องรับการรักษาและดูแลจากแพทย์ เพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ, เคร่งครัดในการใช้ยาให้ถูกต้องตามเวลาและวิธีการใช้ที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันทีไม่ควรปล่อยปละละเลย

  • โรคจอประสาทตาเสื่อม คือ อาการที่สูญเสียการมองเห็น อาการตามองไม่ชัดโดยเฉพาะตรงกลางภาพ แต่จะสามารถมองเห็นด้านข้างของภาพได้ชัดเจน และอาจมีการเกิดภาพบิดเบี้ยว (Distortion) ในโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดเปียก จนทำให้อ่านหนังสือลำบาก ทำงานที่ละเอียดไม่ค่อยได้ บางรายจะเกิดอาการโรคจอประสาทตาเสื่อมขึ้นอย่างช้าๆ จนไม่รู้สึกว่าการมองเห็นนั้นมีปัญหา แต่ก็มีบางรายอาจมีอาการต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งโรคจอประสาทตาเสื่อมนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อายุที่เพิ่มมากขึ้น, พันธุกรรม หากคนในครอบครัวเป็นคุณควรเข้ารับการตรวจเช็คจอประสาทตาทุก 2 ปี, เชื้อชาติ มักพบมากในคนผิวขาว (Caucasian), พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย, บุหรี่ การสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคอย่างน้อย 6 เท่า, ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน

สำหรับการรักษาโรคจอประสาทตาเสื่อมนั้น โดยปกติแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เป็นเพียงการช่วยชะลอไม่ให้โรคมีอาการรุนแรงเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคนไข้สามารถป้องกันได้ด้วยตัวเองโดยการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ช่วยลดอาการรุนแรงของโรค เช่น หมั่นตรวจเช็คสุขภาพตาเป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี , งดสูบบุหรี่, เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างพวก ผักใบเขียวและผลไม้, รับประทานวิตามินเสริมพวก วิตามินซี วิตามินอี เบต้าแคโรทีน สังกะสี คอปเปอร์ และหมั่นรับประทานปลา เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเพิ่มความรุนแรงของโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

 

  • จอประสาทตาฉีกและหลุดลอก โดยปกติแล้ว จอประสาทตา จะมีลักษณะเป็นเยื่อบางๆ และใสอยู่ด้านในผนังลูกตา ทำหน้าที่เป็นจอรับภาพคล้ายๆ กับฟิล์มในกล้องถ่ายภาพ แสงที่ผ่านจากด้านหน้าของลูกตา รับภาพไปตามเส้นประสาทตา และเข้าสู่สมองเพื่อแปลภาพว่าเป็นภาพอะไร แต่หากจอประสาทตาฉีกและหลุดลอกจากผนังด้านหลังของตา เซลล์ที่ไวแสงจะเริ่มเสื่อมสมรรถภาพจนไม่สามารถส่งภาพเข้าสู่เส้นประสาทตาและสมองได้ ดวงตาจึงเริ่มมีปัญหาในการรับภาพ ซึ่งหากปล่อยไว้นานๆ อาจส่งผลให้ตาบอดลงในที่สุด ซึ่งสาเหตุที่ทำให้จอประสาทตาหลุดลอกนั้นมักเกิดจากการเสื่อมของน้ำวุ้นตาเกิดการสลายตัว ขาดน้ำหล่อเลี้ยงตา ส่งผลให้จอประสาทตาฉีกและหลุดลอก

 

สำหรับอาการของจอประสาทตาฉีกและหลุดลอกนั้น ส่วนใหญ่จะมองเห็นจุดดำหรือเงาดำเป็นจุด อาจมีไฟแลบเกิดขึ้นทั้งในเวลาหลับตาและลืมตา หรือมีเงาคล้ายม่านดำมาบัง ทำให้สายตัวมัวและมืดลงในที่สุด ซึ่งการรักษาจอประสาทตาฉีกขาดหรือมีรูรั่ว จักษุแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งของโรค เพื่อวินิจฉัยว่าจะรักษาวิธีใด โดยปกติมักจะใช้วิธีการฉายแสงเลเซอร์ที่จอประสาทตา และการรักษาโดยใช้ความเย็น ส่วนการรักษาจอประสาทตาหลุดลอกนั้นสามารถรักษาได้ 3 วิธีคือ การใช้แสงเลเซอร์ ฉายไปรอบๆ แผลรูฉีกของจอประสาทตา, การจี้ด้วยความเย็น เหมือนการใช้แสงเลเซอร์ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉีกขาดเพิ่มขึ้น และสุดท้าย การผ่าตัด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของคนไข้ ในบางรายอาจใช้วิธีการฉีดแก๊สเข้าในตาเพื่อดันจอประสาทตาไว้จึงมีความจำเป็นที่จะต้องก้มศีรษะไว้เป็นเวลาหลายวันหลังผ่าตัด เพื่อจอประสาทตาจะได้ติดกลับไปที่เดิม

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับจอประสาทตาแบบใด หากคนไข้เริ่มมีอาการที่ผิดสังเกตเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น อาการตามองไม่ชัด มองเห็นจุดดำ, แยกสีไม่ชัดเวลามอง, มองภาพตรงกลางไม่ชัด หรืออาการอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการรับภาพ คุณควรปรึกษาแพทย์ทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้นานหรือรักษาไม่ตรงจุดอาจจะส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาวได้นั่นเอง

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดต้อกระจก (เลนส์พับไม่ได้) (ข้างละ) พัก 1 คืน 37,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับได้ (ข้างละ) พัก 1 คืน 42,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับสายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 65,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล (ข้างละ) พัก 1 คืน 90,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล และแก้สายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 98,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว 17,000 - 18,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว 22,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เปลือกตา (ข้างละ) 5,500 บาท
Laser รักษาต้อหิน (ข้างละ) 15,000 บาท
Laser รักษาต้อหิน (2 ข้าง) 18,000 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (ข้างละ) 9,500 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (2 ข้าง) 15,000 บาท
ตรวจจอประสาทตา (funduscopy) 1,500 บาท
ตรวจจอประสาทตาด้วย Slit Lamp (90D) 1,000 บาท
ผ่าตัดท่อน้ำตาตันจากด้านนอก (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 41,000 บาท
ส่องกล้องผ่าตัดท่อน้ำตาตัน (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 62,000 บาท
ผ่าตัดต้อหิน (ข้างละ) พัก 1 คืน 38,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 41,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 39,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 35,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 31,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons