“หน้าอก” เป็นอวัยวะที่บ่งบอกถึงความเป็นเพศหญิง ส่งผลโดยตรงต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจในการใช้ชีวิต รวมถึงการประกอบอาชีพร่วมด้วย ขนาดที่ไม่สมดุลกับความต้องการหรือความพึงพอใจของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะด้วยขนาดที่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป ย่อมเป็นที่มาสำคัญของการตัดสินใจ “ทำนม-เสริมนม-ศัลยกรรมนม-ทำหน้าอก” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมหน้าอกเพื่อเพิ่มขนาดกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ “โรงพยาบาลยันฮี” ถือเป็นสถานพยาบาลที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับด้านศัลยกรรมเสริมหน้าอก เพราะมีทีมแพทย์ที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์และความชำนาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัยและปลอดภัย มีมาตรฐานได้รับการยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติ
การศัลยกรรมผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านกล้อง คือ วิธีการผ่าตัดโดยใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า ‘กล้องเอ็นโอสโคป’ (Endoscopic Breast Surgery) ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นสองส่วน คือ กล้องขนาดจิ๋วที่มีไฟติดอยู่ที่ส่วนปลายสุดของท่อ จอมอนิเตอร์ที่สามารถมองเห็นภาพขยายจากกล้องได้ เครื่องมือพิเศษที่ใช้ในการเลาะโพรงกล้ามเนื้อ ศัลยแพทย์จะดำเนินการผ่าตัดเปิดผิวหนังบริเวณใต้รักแร้ประมาณ 3-4 เซนติเมตร แล้วสอดกล้องเอ็นโอสโคปเข้าไปเพื่อเป็นการนำทางสายตา โดยภาพจะถูกส่งผ่านกล้องมายังจอมอนิเตอร์ โดยปกติการเสริมหน้าอกผ่านแผลทางรักแร้จะไม่สามารถมองเห็นช่องข้างในที่จะผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคนได้ ในอดีตจึงต้องใช้เครื่องมือที่เป็นแท่งขนาดใหญ่เข้าไปเลาะช่องภายในหน้าอก ส่งผลให้การผ่าตัดเสริมหน้าอกทางรักแร้มีข้อจำกัดมากกว่าแผลใต้ราวนม ใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่า เพราะช้ำและมีเลือดออกมาก รวมทั้งใช้เวลานานกว่าที่หน้าอกจะเข้าที่ได้ทรงอย่างที่ต้องการ รวมถึงมีโอกาสสูงในการเกิดพังผืดหลังการผ่าตัด
สำหรับซิลิโคนที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยวิธีส่องกล้องจะใช้ซิลิโคนที่มีความนุ่มมากเป็นพิเศษ ใกล้เคียงกับหน้าอกจริงของผู้หญิง ยืดหยุ่นสูง มีความเป็นธรรมชาติสูง เหมาะกับการใส่ในแผลผ่าตัดขนาดเล็ก โดยมีให้เลือกหลายรุ่นหลายขนาด จึงควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดทั้งชนิด ขนาด และยี่ห้อก่อนเข้ารับการผ่าตัด
ซิลิโคนที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกมีหลากหลายผิวสัมผัส ได้แก่

“ซิลิโคนแบบผิวเรียบ” มีพื้นผิวที่เรียบเนียนและโปร่งใสคล้ายถุงร้อนที่ใส่น้ำจนเต็ม สามารถมองเห็นไคเฮซีสเจล (Cohesive Gel) ด้านในได้อย่างชัดเจน ง่ายต่อการใส่ในหน้าอก มีระยะเวลาผ่าตัดสั้นและบวมน้อยกว่าซิลิโคนประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนแบบผิวเรียบควรนวดเต้านมเพื่อลดการเกิดพังผืดรอบซิลิโคนและลดอาการเจ็บ

“ซิลิโคนแบบผิวทราย” ผิวสัมผัสมีความสากและขรุขระ มีสีขาวขุ่น ออกแบบมาเพื่อลดปัญหาการเคลื่อนตำแหน่งหลังจากเสริมหน้าอกไปแล้ว เพราะผิวทรายจะช่วยยึดเกาะกับเนื้อเยื่อโดยรอบ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดได้เป็นอย่างดี แต่การใช้ซิลิโคนแบบผิวทรายที่ผิวสัมผัสมีความหยาบมากที่รายงานเกี่ยวกับมะเร็งพังผืดทำให้ความนิยมลดลงไปมาก

“ซิลิโคนแบบผิวนาโน” หรือ “ซิลิโคนผิวกำมะหยี่” เป็นการผสมผสานกันระหว่างข้อดีของซิลิโคนแบบผิวเรียบและผิวทรายรวมเข้าไว้ด้วยกัน มีผิวสัมผัสที่เรียบทำให้ใส่ในหน้าอกได้ง่าย เนื้อเยื่อบอบช้ำน้อยช่วยลดโอกาสในการเกิดพังผืด ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ข้อดี คือ ไม่ต้องนวดเต้านม หน้าอกมีความเป็นธรรมชาติและได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ซิลิโคนจะยึดติดและกลมกลืนกับทรงนมโดยลดการเกิดพังผืด ทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานอีกด้วย การผ่าตัดโดยการส่องกล้องจุดมุ่งหมายหลักคือการทำช่องเพื่อให้ถุงนมอยู่ในตำแหน่งที่พอดี ไม่ใหญ่เกินไปจนถุงนมผิดรูปอยู่ด้านข้างหรือต่ำเกินไปเพราะถุงผิวเรียบและผิวนาโน ถึงแม้จะเป็นถุงที่ปลอดภัย ยังไม่มีรายงานมะเร็งพังผืดแต่โอกาสเลื่อนหรือไหลของถุงนมมีมากกว่าถุงแบบผิวทรายหยาบ ดังนั้น ช่องที่ถุงนมอยู่จะต้องมีความแม่นยำมากขึ้น
ยี่ห้อ MENTOR ทรงกลม ผิวเรียบ/ผิวทราย
100,000 บาท
ยี่ห้อ MENTOR ทรงกึ่งหยดน้ำ ผิวเรียบ/ผิวทราย (พัก รพ. 1 คืน)
133,000 บาท
ยี่ห้อ MOTIVA รุ่น Silk Surface ทรงกลม ผิวนาโน
127,000 บาท
ยี่ห้อ MOTIVA รุ่น Ergonomix ทรงกึ่งหยดน้ำ ผิวนาโน
157,000 บาท
ยี่ห้อ MOTIVA รุ่น Ergonomix II ทรงกึ่งหยดน้ำ ผิวนาโน
255,000 บาท
กรณีเสริมหน้าอกแบบส่องกล่อง จ่ายเพิ่มอีก
30,500 บาท

หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบส่องกล้องควรดูแลตัวเองอย่างไร?