เสริมคาง

เสริมคาง แก้ปัญหาคางสั้น ทำให้หน้าเรียวยาวขึ้น

ว่ากันว่าลักษณะโครงสร้างใบหน้าที่สวยงาม ส่วนบนคือตั้งแต่ไรผมถึงคิ้ว, ส่วนกลางตั้งแต่คิ้วถึงปลายจมูก และส่วนล่างตั้งแต่ปลายจมูกถึงคางควรจะมีสัดส่วนเท่ากัน ถ้าใบหน้าส่วนล่างสั้นกว่าอีกสองส่วน ก็จะกลายเป็นคนคางสั้น คางเล็ก เมื่อมองภาพรวมใบหน้าจึงไม่ได้สัดส่วนสวยงาม

จริงๆ ปัญหาคางสั้นแก้ไขไม่ยาก สามารถ เสริมคาง ให้รูปหน้าดูยาวขึ้นได้ แถมยังไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องของรอยแผลผ่าตัดกันด้วย เนื่องจากแพทย์สามารถ เสริม คาง แบบไร้แผลได้ วิธีการก็คือ เปิดแผลผ่าตัดภายในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง แล้ววางแท่งซิลิโคนเข้าไป แค่นี้แผลก็จะถูกซ่อนไว้ในปาก ไม่ต้องโชว์หราให้ใครเห็น

นอกจาก เสริม คาง ด้วยซิลิโคนโดยไม่มีบาดแผลภายนอกที่นิยมทำกันมากที่สุดแล้ว การ เสริม คาง โดยการฉีดสารสังเคราะห์ที่ทางการแพทย์ให้การยอมรับก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิค ทำ คาง ที่ไม่มีบาดแผลให้เห็น เนื่องจากเป็นการฉีดคล้ายการฉีดยาทั่วไป ซึ่งเทคนิคนี้ปัจจุบันก็เห็นมีทำกันอยู่พอสมควร เช่น ฉีดด้วยสารคอลลาเจน, ฉีด ฟิลเลอร์ คาง , ฉีดสารไบโอพลาสติก แต่ความเป็นธรรมชาติ ความสวยงาม และความนิยมจะน้อยกว่าการเสริมคางด้วยการใช้แท่งซิลิโคนอยู่มาก ส่วนการฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารแปลกปลอมโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ไม่ควรทำ เพราะสารแปลกปลอมที่ฉีดเข้าไปมีโอกาสไหลย้อนไปในส่วนต่างๆ ภายใต้ผิวหนังโดยไม่ถูกย่อยสลาย ในระยะยาวอาจเกิดการอักเสบได้ เช่น อาจเกิดผิวแดง ผิวแข็งๆ หรือแตกทะลักออกนอกผิวหนังได้ การแก้ไขก็ยุ่งยาก ต้องตัดเอาเนื้อกล้ามเนื้อและสารซิลิโคนเหลวออก ทำให้คางเหี่ยว ปากเบี้ยว ปากเอียงได้

คุณผู้อ่านอาจคุ้นเคยกับการ เสริมจมูก  ด้วยซิลิโคน อันที่จริงการ ทำ คาง ก็ใช้แท่งซิลิโคนชนิดเดียวกับที่ใช้ในการเสริมจมูกนั่นแหละ โดยจะนำเข้ามาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีทั้งที่ขึ้นรูปมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน แพทย์อาจมาทำการตกแต่งอีกนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป กับชนิดที่แพทย์ต้องเหลาขึ้นรูปเองให้เหมาะกับคนไข้แต่ละคน จะเลือกใช้ชนิดไหนขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ในการนำมาใช้งาน

ทีนี้คนที่ต้องการ ทำ คาง หรือ เสริม คาง ด้วยซิลิโคน ต้องบอกก่อนว่า ใช่ว่าแพทย์จะผ่าตัดเสริมคางให้ได้ทุกราย แพทย์จะต้องตรวจดูสภาพของกรามทั้งหมดก่อนว่ามีความผิดปกติอื่นร่วมด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีแล้วเสริมไปทั้งที่ยังไม่แก้ไขความผิดปกติให้ดีขึ้นก่อน ก็อาจทำให้ผลที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือบางกรณีพบว่าไม่จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการเสริมคางก็มี เป็นต้นว่า

  • แพทย์จะตรวจดูการสบฟัน หากมีการสบฟันผิดปกติ ทำให้การขบเคี้ยวอาหารมีปัญหา จากการที่กระดูกกรามเล็กและถอยร่นไปด้านหลังมากผิดปกติ การรักษาโดยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางเพียงอย่างเดียว
  • หากมีขากรรไกรที่กว้างหรือใหญ่เกินไป แพทย์จะแนะนำให้ทำการรักษาด้วยการ ตัดกราม  เพื่อทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวขึ้น
  • หากมีปัญหาเรื่องกรามเอียง แพทย์จะทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้อาการกรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้
  • แพทย์จะพิจารณาความเล็ก-ใหญ่ของคาง หากคางเดิมเล็กมาก การเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างของกระดูกคางอาจเหมาะสมกว่าการเสริมคาง

จะเห็นว่าใครที่มาพบแพทย์เพื่อเสริมคาง แพทย์จะต้องพิจารณากันเป็นรายๆ ไป หากพิจารณาแล้วเห็นว่าปัญหาของผู้มารับการรักษาสามารถแก้ไขด้วยการ เสริม คาง อย่างเดียวก็เพียงพอ แพทย์ก็จะทำผ่าตัดให้ได้เลย ปัจจุบันการผ่าตัดเสริมคางเป็นการผ่าตัดที่ไม่ยุ่งยาก ปลอดภัย ยิ่งถ้าเลือกทำกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ผลที่ได้ก็จะออกมาน่าพึงพอใจ

เตรียมให้พร้อมก่อนผ่าตัด เสริม คาง

โดยปกติแพทย์จะเตรียมซิลิโคน เสริม คาง ให้พร้อมก่อนผ่าตัด โดยให้คนไข้เลือกทรงคางที่ต้องการ หน้าที่แพทย์คือช่วยพิจารณาว่ารูปทรงนั้นๆ เหมาะกับใบหน้าของคนไข้หรือไม่ ถ้าไม่เหมาะก็จะแนะนำและออกแบบให้เข้ากับใบหน้า โดยแพทย์จะวัดสัดส่วนของคางเดิมและใบหน้าทั้งหมด เพื่อที่จะเลือกขนาดของซิลิโคนและตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นแพทย์จะทำการแต่งซิลิโคนโดยการเหลาให้เข้ารูปพอดีกับฐานคางเดิม และกำหนดขอบเขตของคางที่จะทำการแก้ไขเพื่อให้ได้ตำแหน่งที่ชัดเจนแน่นอน

ส่วนการเตรียมตัวก่อนทำโดยทั่วไปมีดังนี้

  • หากมีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อน
  • หากรับประทานยาแอสไพรินหรือยาละลายลิ่มเลือด ต้องงดยาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด
  • งดสมุนไพร หรือวิตามินอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E เช่น อีฟนิ่งพริมโรส อย่างน้อย 3-5 วัน เพราะอาจจะทำให้มีเลือดออกมากผิดปกติได้
  • งดสูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
  • งดน้ำงดอาหารทุกชนิด ก่อนการผ่าตัดเป็นเวลา 6 – 8 ชั่วโมง

ขั้นตอนการ เสริม คาง ด้วยแท่งซิลิโคน

แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวล แล้วจึงค่อยฉีดยาชา ดังนั้นในระหว่างผ่าตัดจะไม่มีอาการเจ็บปวด จากนั้นแพทย์จะเปิดแผลภายในปาก บริเวณซอกเหงือกกับริมฝีปากล่างยาวประมาณ 2 เซนติเมตร หลังจากนั้นจะเลาะเข้าไปใต้กล้ามเนื้อ โดยเลาะติดกระดูกคางตามแนวขอบเขตที่กำหนดไว้ แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ต้องการ โดยซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคางเดิม จากนั้นจะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลาย ซึ่งไหมละลายจะสามารถสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังทำสามารถกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาล

อันที่จริงการผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน สามารถเปิดแผลภายนอกปากแล้วจัดวางซิลิโคนเข้าไปได้ แต่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่มีใครทำกันแล้ว เนื่องจากจะมีรอยแผลบริเวณใต้คาง ซึ่งคนไข้ก็มักจะไม่แฮปปี้กันสักเท่าไหร่ สถานพยาบาลหลายแห่งจึงหันมาเลือกที่จะใช้วิธีเปิดแผลภายในปากมากกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็น

ดูแลตนเองอย่างไรหลัง เสริม คาง

  • ในช่วง 1 – 3 วันแรกให้ประคบความเย็น เพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นอาการบวมจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยทั่วไป อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-3 เดือน
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนยกศีรษะสูงอย่างน้อย 30 องศา
  • บางรายอาจมีรอยเขียวช้ำ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 1-2 สัปดาห์ แนะนำให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ เพื่อให้รอยเขียวช้ำหายเร็วขึ้น
  • งดทานยาแอสไพรินหลังผ่าตัดต่ออีก 2 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
  • ควรรับประทานอาหารอ่อนและนิ่มที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล เนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณกรามทั้งสองข้างยังไม่มีแรงพอที่จะขบเคี้ยวของแข็งและเหนียว อาการเคี้ยวอาหารไม่ได้ หรือเคี้ยวลำบาก จะเป็นปกติประมาณ 1-3 เดือน
  • ควรงดสูบบุหรี่ประมาณ 1 สัปดาห์ และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และของหมักดองประมาณ 1 เดือน
  • ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปเกาะติดที่บริเวณปากแผล สามารถแปรงฟันได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้แปรงกระแทกบริเวณแผลผ่าตัด
  • ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3-4 สัปดาห์แรก ไม่ควรท้าวคาง ไม่ควรหัวเราะมากจนเกินไป และระมัดระวังไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ซิลิโคนที่ยังเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกไม่ดีพอขยับเขยื้อนได้

สำหรับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการผ่าตัด เสริม คาง นั้น ผู้ที่ตัดสินใจจะเสริมคางควรทราบไว้เป็นเบื้องต้น แต่ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไปเพราะแพทย์จะเป็นผู้ให้การดูแลและป้องกันให้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว และหากเกิดขึ้นจริงก็สามารถแก้ไขได้ เป็นต้นว่า

  • อาการชาบริเวณคาง ริมฝีปาก ฟันล่างด้านหน้า เนื่องจากเส้นประสาทถูกรบกวนจากการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว อาการชาจะค่อย ๆดีขึ้นตามลำดับและมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น ประมาณ 1-3 เดือน
  • การเอียงบิดของแท่งคาง คล้ายกับกรณีของการเสริมจมูก คางก็สามารถเอียงได้เช่นเดียวกัน ซึ่งมักพบได้ช่วงหลังทำใหม่ๆ จนถึงประมาณ 1 เดือน เนื่องจากในตอนแรก คางจะวางตัวเฉยๆ ไม่มีตัวอะไรไปยึดติดกระดูก ซึ่งร่างกายจะยึดแท่งซิลิโคนได้ด้วยตัวมันเอง ในเวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป หากไปกระแทกหรือกระทบอะไรแรง ๆ ก็อาจส่งผลให้คางเอียงได้เหมือนกัน การแก้ไขขั้นต้นแพทย์สามารถใช้มือดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเอียงมากเกินไปจะต้องผ่าเข้าไปจัดให้ใหม่ ซึ่งคนที่เสริมคางไปแล้วถ้าไม่อยากต้องมาตามแก้ไขให้ยุ่งยาก ก็ควรระมัดระวังตนเองไม่ให้มีอะไรไปกระแทกที่คางแรง ๆ ปัญหานี้ก็จะไม่มีอะไรที่น่ากังวล

ส่วนประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ที่คนผ่าตัดเสริมคาง มักเป็นห่วงกันก็ขอรวบรวมนำมาอธิบายให้เข้าใจกันซะตรงนี้เลย จะได้ไม่คิดมโนไปเองหรือฟังคนอื่นบอกเล่ามาผิดๆ เรื่องแรกก็เป็นเรื่อง “การเบี้ยว” เช่น โอกาสผ่าตัดแล้วไปโดนเส้นประสาททำให้ปากเบี้ยวได้หรือไม่ ก็ขอเรียนว่า ที่ผ่านมาทาง รพ.ยันฮี ยังไม่เคยพบปัญหานี้ในผู้ที่มารับการผ่าตัดเสริมคางแม้แต่รายเดียว เนื่องจากศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมคางมายาวนาน ส่วนโอกาสเกิดพังผืดจนคางเบี้ยวได้หรือไม่ ในกรณีนี้ถ้าผู้ที่มาเสริมคางไม่เคย ฉีด ฟิลเลอร์ คาง มาก่อน ก็ไม่ต้องเป็นกังวล การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนจะไม่มีภาวะเป็นพังผืดหลังการผ่าตัด และถ้าจะให้อุ่นใจจริงๆ แพทย์บางท่านก็จะแนะนำให้นวดคางหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการแข็งตึงของคาง

หลังผ่าตัดเสริมคางไปแล้วจะมีปัญหาการไม่สบของฟันหรือไม่ ถ้านี่ก็เป็นอีกเรื่องที่คุณกำลังพะวง ก็ขอบอกให้สบายใจเลยว่า หลังผ่าตัดเสริมคางจะไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการไม่สบของฟัน เนื่องจากก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะตรวจสภาพของกรามทั้งหมด รวมถึงการสบของฟันให้เรียบร้อยก่อน

เรื่องต่อมาสำหรับคนที่มีคางบุ๋มแล้วต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการเสริมคาง ตามปกติการผ่าตัดเสริมคางเพียงแค่ทำให้คางยาวขึ้นเท่านั้น อาจจะช่วยลดคางบุ๋มลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้แก้ไขให้หายไปได้ ถ้าต้องการแก้ไขคางบุ๋มแพทย์สามารถทำไปพร้อมการเสริมคางได้ แต่จะต้องมีขั้นตอนการรักษาเพิ่มเติมและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ส่วนการแก้ไขคางก็เป็นปัญหาที่ถามกันมาบ่อยๆ อันที่จริงซิลิโคนที่เสริมคางสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิต (แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของแต่ละคนด้วย) ถ้าพอใจรูปทรงคางที่ทำไปก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรอีก แต่ถ้าหากมีความผิดปกติหรือไม่พอใจรูปทรงคางเดิมแล้วอยากเปลี่ยนก็สามารถทำได้ ในกรณีเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้วไม่พอใจรูปทรงคางเดิม หากไม่มีอาการอักเสบหรืออาการอื่นๆ แทรกซ้อนบริเวณคาง แพทย์ก็สามารถผ่าตัดแก้ไขให้ใหม่ได้ แต่ถ้าเคยฉีดคางมาก่อนแล้วต้องการเสริมใหม่ด้วยแท่งซิลิโคน แพทย์จะต้องขูดของเหลวที่ฉีดออกก่อน ถ้าไม่มีอาการอักเสบใดๆ ก็สามารถทำการผ่าตัดเสริมแท่งซิลิโคนไปพร้อมกันได้ โดยระยะเวลาที่คางจะเข้าที่สวยงาม ประมาณ 2-3 เดือน

เรื่องสุดท้ายที่อยากฝากถึงคนที่ เสริม คาง บางท่านเข้าใจว่าเสริมคางแล้วรูปหน้าจะเรียว หรือได้รูปหน้าวีเชฟอะไรทำนองนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าการผ่าตัดเสริมคางอย่างเดียวช่วยปรับรูปหน้าให้แลดูยาวขึ้นได้แค่ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำให้ใบหน้าเรียวเป็นวีเชฟได้ ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเล็กเรียวอาจจะต้องทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม, การฉีด Botox  เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม, ตัดกราม  เป็นต้น

การจะมีใบหน้าที่สวยงามนั้น ทุกส่วนของใบหน้าต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อคางเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้เกิดความสมดุลของใบหน้าได้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ความนิยม เสริม คาง จะเพิ่มมากขึ้นและกระแสเป็นไปในทางบวกค่ะ

สามารถเลือกรูปทรงคางได้หรือไม่
ลูกค้าสามารถนำทรงที่ต้องการมาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดได้ โดยแพทย์จะช่วยพิจารณารูปทรงที่ลูกค้าต้องการว่าเหมาะกับใบหน้าลูกค้าหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะก็จะช่วยแนะนำและออกแบบให้เข้ากับใบหน้าของลูกค้า เพื่อความสวยงามของรูปหน้า
—————————————————-
อยากมีรูปหน้าที่เรียว แค่ทำการผ่าตัดเสริมคางอย่างเดียวได้หรือไม่
การเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้าให้แลดูยาวขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวอาจจะต้องทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ได้แก่
• ถ้ามีลักษณะใบหน้ากลม มีเนื้อแก้มมาก แนะนำตัดไขมันกระพุ้งแก้ม
• ถ้ากล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ แนะนำฉีด Botox เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม
• ถ้ากระดูกกรามใหญ่ แนะนำให้ผ่าตัดกราม
—————————————————-
อยากทราบว่าเสริมคางมาแล้ว พบก้อนเนื้อบริเวณคาง สามารถแก้ไขได้หรือไม่
ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเป็นก้อนอะไร เช่น เป็นก้อนเนื้องอก, ก้อนไขมันหรือเหนียงใต้คาง ฯลฯ ซึ่งแพทย์จะทำการแก้ไขตามสภาพของปัญหา โดยทางโรงพยาบาลยันฮีมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกวัน
—————————————————-
มีโอกาสผ่าตัดแล้วไปโดนเส้นประสาท ทำให้ปากเบี้ยวได้หรือไม่
เนื่องจากศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลยันฮีมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมคางมายาวนาน ที่ผ่านมายังไม่เคยพบปัญหาปากเบี้ยวในลูกค้าที่มาผ่าตัดเสริมคาง
—————————————————-
เสริมคางมาแล้วไม่พอใจรูปทรงคางสามารถแก้ไขใหม่ได้หรือไม่
การแก้ไขทรงคางหลังจากเสริมไปแล้วสามารถทำได้ แต่ต้องไม่มีอาการอักเสบ หรืออาการอื่นๆ แทรกซ้อนบริเวณคาง
—————————————————-
หลังการเสริมคางจะมีปัญหาการไม่สบของฟันหรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางจะไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการไม่สบของฟัน เนื่องจากก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะตรวจสภาพของกรามทั้งหมด รวมถึงการสบฟันให้เรียบร้อยก่อน
—————————————————-
หลังการผ่าตัดเสริมคางสามารถรับประทานอาหารได้หรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางสามารถรับประทานอาหารได้ แต่ควรเป็นอาหารอ่อนๆ งดอาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว อาหารหมักดอง หรือแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน
—————————————————-
หลังการเสริมคางจะมีอาการชานานหรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางจะมีอาการชาเกิดขึ้นชั่วคราว ประมาณ 1- 3 เดือน และอาการชาจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
—————————————————-
หลังการเสริมคางจะมีโอกาสเกิดพังผืดจนคางเบี้ยวหรือไม่ มีวิธีป้องกันอย่างไร
ถ้าลูกค้าไม่ได้ทำการฉีดคางด้วย Filler มา ก็ไม่ต้องเป็นกังวล การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนจะไม่มีภาวะเป็นพังผืดหลังการผ่าตัด แพทย์บางท่านจะแนะนำให้นวดคางหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการแข็งตึงของคาง
—————————————————-
แพทย์ใช้วัสดุอะไรในการเสริมคาง แล้วนำเข้ามาจากประเทศใด
ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางเป็นซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้เสริมจมูก ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา
—————————————————-
เสริมคางสามารถแก้ไขลักษณะคางบุ๋มได้หรือไม่
ตามปกติการผ่าตัดเสริมคางเพียงแค่ทำให้คางยาวขึ้นเท่านั้น อาจจะช่วยลดคางบุ๋มลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้แก้ไขให้หายไปได้ ถ้าต้องการแก้ไขคางบุ๋มจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่รวมกับค่าเสริมคาง
—————————————————-
แผลผ่าตัดจากการเสริมคางอยู่บริเวณใด
โดยทั่วไป แพทย์จะผ่าตัดใส่ซิลิโคนเสริมคางได้ 2 ทาง คือ ด้านนอกปากบริเวณใต้คาง กับ ด้านในปากบริเวณซอกเหงือก ซึ่งการผ่าตัดด้านในปากเป็นที่นิยม เพราะมองไม่เห็นรอยแผลเป็น
—————————————————-
แผลผ่าตัดเสริมคางมีขนาดใหญ่หรือไม่
แผลผ่าตัดจากการเสริมคางมีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 1-2 ซม. เท่านั้น และถูกซ่อนไว้บริเวณซอกเหงือก
—————————————————-
การผ่าตัดเสริมคางจะมีอาการเจ็บปวดหรือไม่
ในระหว่างผ่าตัดจะไม่มีอาการเจ็บปวด เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับและฉีดยาชาเพื่อให้คนไข้คลายความกังวลและไม่เจ็บขณะทำ หลังผ่าตัดจะมีอาการปวดบวม 2-3 วัน คนไข้สามารถประคบความเย็นและรับประทานยาแก้ปวดก็ช่วยให้อาการทุเลาลงได้
—————————————————-
การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมคางควรปฏิบัติอย่างไร
• ในระยะ 2 – 3 วันแรก ให้ประคบความเย็น
• งดสูบบุหรี่ 1 สัปดาห์
• ควรงดทานอาหารสจัด ของหมักดอง อาหารที่ใช้แรงบดเคี้ยว และแอลกอฮอล์
• ควรดูแลบ้วนปากบ่อยๆ ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคางประมาณ 3-4 สัปดาห์
• ถ้ามีอาการผิดปกติบวมแดง หรือมีไข้ให้เข้ามาพบแพทย์ทันที
—————————————————-
กรณีฉีดคางมา สามารถเสริมคางได้หรือไม่
สามารถเสริมคางได้ โดยแพทย์จะทำการขูดของเหลวบริเวณคางออกก่อน ถ้าไม่มีอาการอักเสบใดๆ ก็สามารถทำการผ่าตัดเสริมคางไปพร้อมกันได้ โดยคางที่เสริมจะเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน สำหรับค่ารักษาจะมีค่าขูดของเหลวเพิ่มจากการผ่าตัดเสริมคางปกติด้วย
—————————————————-
การผ่าตัดเสริมคาง สามารถช่วยปรับรูปหน้าได้หรือไม่
การเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูยาวขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวอาจจะต้องทำหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตัดกราม, ฉีดโบท๊อกซ์ เป็นต้น
—————————————————-
การเสริมคางสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือไม่
สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของลูกค้าแต่ละท่านด้วย ในกรณีมีความผิดปกติหรือลูกค้าอยากเปลี่ยนรูปทรงคางสามารถแก้ไขหรือถอดออกได้
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
เสริมคาง ซิลิโคนมาตรฐาน 25,000 บาท
เสริมคาง ซิลิโคนพิเศษ 35,000 บาท
แก้ไขคางซิลิโคน มาตรฐาน 30,000 บาท
แก้ไขคางซิลิโคน พิเศษ 40,000 บาท
ถอดคาง 8,000 บาท
ขูดคางที่ฉีด Silicone มา 20,000 บาท
ดูดไขมันคาง 25,000 บาท
แก้ไขคางบุ๋ม 18,000 บาท
ตัดไขมันใต้คาง 20,000 บาท
ตัดมุมกรามเข้านอกปาก พัก 2 คืน 55,000 บาท
เหลาคางแก้คางเหลี่ยม (V shape คาง เพิ่มจาก Gonioplasty) พัก 1 คืน 40,000 บาท
เหลาคางแก้คางเหลี่ยม (V shape คาง กรณีไม่ทำ Gonioplasty) พัก 1 คืน 59,000 บาท
ตัดมุมกรามเข้าในปาก พัก 2 คืน 75,000 บาท
เลื่อนกรามล่างแก้คางยื่นและฟันสบกันไม่ปกติ (ไม่รวมจัดฟัน) พัก 3 คืน 100,000 บาท
ตัดคางให้ยาวขึ้นหรือเล็กลง พัก 2 คืน 75,000 บาท
เพิ่ม Bone graft Genioplasty 8,000 บาท
เสริมกรามด้วยซิลิโคนแผ่น 2 ข้าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
กรอกระดูกคาง 8,000 บาท
ตัดคางเป็นรูปตัว T (V shape genioplasty) พัก 2 คืน 80,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons