เวชกรรมฝังเข็ม

เวรกรรมฝังเข็ม

เวชกรรมฝังเข็ม

การรักษาโรคในปัจจุบัน ก้าวล้ำนำยุคไปมากด้วยวิทยาการรูปแบบต่าง ๆ กัน แต่หากมองย้อนกลับไปครั้งอดีตกาล เราคงมิอาจปฏิเสธได้ว่า การฝังเข็ม เพื่อรักษาโรคเป็นศาสตร์การแพทย์แผนโบราณจีนแขนงหนึ่ง ที่ได้รับการยอมรับมานานนับพันปี จวบจนปัจจุบัน…ศาสตร์นี้ก็ยังคงอยู่และได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้น

เวชกรรมฝังเข็มคืออะไร

เวชกรรมฝังเข็ม…เป็นศาสตร์การรักษาโรคที่มีกำเนิดมาจากการแพทย์แผนโบราณจีน ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ยอมรับกันในวงการแพทย์กว่า 120 ประเทศทั่วโลก  องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ประกาศรับรองผลการรักษาโรคด้วยวิธีนี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 และเมื่อเดือนพฤศจิกายน  พ.ศ.2540 สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (National Institute of Health หรือ NIH)  ก็ยอมรับว่าการฝังเข็มเป็น “ทางเลือกที่สมเหตุสมผล”  ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง

วิธีการรักษา

แพทย์จะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กปักลงบนตำแหน่งต่าง ๆ ของร่างกาย  แล้วกระตุ้นโดยใช้นิ้วมือหมุนปั่น  หรือใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า  เพื่อกระตุ้นระบบต่างๆ ภายในร่างกาย อาทิ ระบบประสาท, ระบบฮอร์โมน, ระบบการไหลเวียนโลหิต, ระบบภูมิคุ้มกัน, ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้อวัยวะต่างๆ สามารถทำงานได้สมดุลตามปกติ และแก้ไขพยาธิสภาพต่างๆ ทำให้สามารถรักษาโรคได้ โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลากระตุ้นประมาณ 20 – 30 นาที แล้วจึงถอนเข็มออก ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลแต่อย่างใด

เวชกรรมฝังเข็มรักษาโรคใดได้บ้าง

องค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติได้ประกาศรับรองรายชื่อโรคที่ฝังเข็มสามารถรักษาได้ผลจริง  ตามรายละเอียดต่อไปนี้

ข้อบ่งชี้ของเวชกรรมฝังเข็มเสนอโดยองค์การอนามัยโลกปี ค.ศ. 1996 (อ้างอิงจาก : WHO consultation on acupuncture, Milan, Italy October 28 -November 1, 1996)

  ก ) กลุ่มที่มีการวิจัยยืนยันผลแบบมีกลุ่มเปรียบเทียบโดยเลือกตัวอย่างแบบสุ่มเลือก (controlled, randomized clinical trials)

    –     Alcohol addiction – โรคติดสุรา
    –     Allergic rhinitis – โรคภูมิแพ้จมูก
    –     Athletics syndrome – กลุ่มอาการปวดจากการเล่นกีฬา
    –     Bell’s palsy – อัมพาตใบหน้า
    –     Biliary colic – อาการปวดท้องจากโรคทางเดินน้ำดี
    –     Bronchial asthma – โรคหอบหืด
    –     Cardiac neurosis – โรคประสาทกังวลที่มีอาการคล้ายโรคหัวใจ
    –     Cervical spondylitis – กระดูกต้นคออักเสบ
    –     Depression – โรคซึมเศร้า
    –     Drug addiction – โรคติดยาเสพติด
    –     Dysmenorrhoea – ปวดประจำเดือน
    –     Headache – ปวดศีรษะ
    –     Hemiplegia other postapoplectic sequelae – อัมพาตครึ่งซีกและความพิการอื่นๆ
    –     Herpes zoster – งูสวัด
    –     Hypertension – ความดันโลหิตสูง
    –     Primary hypotension – ความดันโลหิตต่ำแบบปฐมภูมิ
    –     Impotence -สมรรถภาพทางเพศหย่อน (defective ejaculation) (ภาวะหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ)
    –     Induction of labour – กระตุ้นคลอด
    –     Insomnia – นอนไม่หลับ
    –     Leucopenia – ภาวะเม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำ
    –     Lumbago – ปวดบั้นเอว
    –     Migraine – ไมเกรน
    –     Morning sickness – อาการแพ้ท้อง
    –     Nausea vomiting – คลื่นไส้อาเจียน
    –     Periarthritis of shoulder – ปวดไหล่
    –     Postoperative pain – ปวดจากการผ่าตัด
    –     Premenstrual tension – ปวดท้องก่อนมีประจำเดือน
    –     Radicular pain syndrome – ปวดรากเส้นประสาทสันหลังถูกกด
    –     Renal colic – ปวดนิ่วในไต
    –     Rheumatoid arthritis – ข้ออักเสบรูมาตอยด์
    –     Sprains strains – ปวดกล้ามเนื้อเคล็ดขัดยอก
    –     TMJ dysfunction – ปวดขากรรไกร
    –     Tension headache – ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว
    –     Tobacco addiction – ติดบุหรี่
    –     Trigeminal neuralgia – ปวดเส้นประสาทใบหน้าไตรเจมินัล
    –     Urinary calculus – นิ่วทางเดินปัสสาวะ

  ข ) กลุ่มที่มีการวิจัยยืนยันผลแบบมีกลุ่มตัวอย่างเปรียบเทียบ แต่ไม่ได้เลือกตัวอย่างแบบสุ่มเลือก (controlled, nonrandomized clinical trials)

    –     Acute tonsillitis , Pharyngitis – ต่อมทอนซิลอักเสบ, คออักเสบ
    –     Laryngitis – กล่องเสียงอักเสบเฉียบพลัน
    –     Back pain – ปวดหลัง
    –     Biliary ascariasis – พยาธิไส้เดือนอุดตันทางเดินท่อน้ำดี
    –     Chronic pharyngitis – คออักเสบเรื้อรัง
    –     Correction of abnormal fetus position – การแก้ไขภาวะทารกในครรภ์อยู่ผิดท่า
    –     Enuresis in children – ภาวะปัสสาวะรดที่นอนของเด็ก
    –     Epicondylitis – ปุ่มกระดูกบริเวณข้อศอกอักเสบ
    –     Gallstones – นิ่วถุงน้ำดี
    –     Irritable bowel syndrome – ภาวะท้องเสียจากลำไส้เคลื่อนไหวเร็วเกิน
    –     Myofasciitis – ปวดกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อพังผืด
    –     Myopia in children – สายตาสั้นในเด็ก
    –     Simple obesity – โรคอ้วน
    –     Pain after tonsillectomy – อาการเจ็บคอภายหลังผ่าตัดต่อมทอนซิล
    –     Schizophrenia – โรคจิตเภท

ค ) กลุ่มที่มีการวิจัยยืนยันผล แต่ไม่มีกลุ่มศึกษาเปรียบเทียบ

    –     Constipation – ท้องผูก
    –     Defective lactation – น้ำนมน้อย
    –     Diarrhea – ท้องร่วง
    –     Female infertility – ภาวะมีบุตรยากในฝ่ายหญิง
    –     Gastroptosis – กระเพาะอาหารหย่อน
    –     Hiccough – ภาวะสะอึก
    –     Incontinence of urine – การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่
    –     Male infertility(azoospermia) –ภาวะมีบุตรยากในฝ่ายชาย (น้ำกามขาดอสุจิ )
    –     Pain during childbirth – ภาวะปวดขณะคลอดบุตร
    –     Retention of urine – ปัสสาวะคั่ง
    –    Sinusitis – ไซนัสโพรงจมูกอักเสบ

เวชกรรมฝังเข็มปลอดภัยแค่ไหน

โดยทั่วไปแล้ว การฝังเข็มโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  แทบจะไม่มีอันตรายอะไรเลย  สามารถใช้การฝังเข็มรักษาควบคู่กับการใช้ยารักษาโรคได้ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ  เข็มที่ใช้รักษาเป็นเข็มใหม่แบบ “ใช้ครั้งเดียวทิ้ง” จึงสามารถป้องกันการติดเชื้อระหว่างบุคคลได้อย่างแน่นอน

การเตรียมตัวของผู้ป่วย

ผู้ป่วยควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย สามารถพับแขนเสื้อหรือขากางเกงได้ง่าย  ไม่ต้องงดอาหารและน้ำ  แต่ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างหรืออิ่มเกินไป และหลังการรักษาสามารถอาบน้ำ, รับประทานอาหารหรือเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723
การรักษา
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร 1723

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons