chat


มองโลกสดใส ด้วยการทำเลสิค

การได้มองเห็นโลกอย่างสดใส เป็นความหวังและความต้องการของคนที่มีสายตาผิดปกติทุกคน ไม่ว่าจะสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง คนที่มีสายตาปกติสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเรียบง่ายหรือมีขั้นตอนในการดูแลตัวเองน้อยกว่าคนที่มีภาวะสายตาผิดปกติ คนที่มีสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง หลังจากตื่นนอนทุกวันก็ต้องมีแว่นสายตาไว้คู่กาย หรือเริ่มต้นวันใหม่ด้วยคอนแทคแลนส์ เพราะถ้าไม่พึ่งพาอาศัยอุปกรณ์สองอย่างนี้แล้ว ก็เห็นจะเดินออกจากบ้านไม่ได้ ไปไหนไม่เป็น หรือหลงทาง สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องของการทำงาน การเรียนหนังสือ การประกอบอาชีพ และการพบปะผู้คน

บางคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ชอบออกกำลังกาย ชอบว่ายน้ำ ดำน้ำ หรือต้องเผชิญกับฝุ่นควันและลมแรงอยู่เสมอ จึงทำให้มีปัญหากับการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์บ่อยๆ ซึ่งปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ที่สามารถช่วยให้คุณกลับมามีสายตาปกติได้ก็คือการทำเลสิค (Lasik) หลายคนเคยได้ยินกันมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเลสิค หรือบางคนอาจกลัวที่จะต้องทำการผ่าตัดบริเวณดวงตา แต่คุณสามารถมั่นใจได้ว่า สายตาที่ผิดปกติของคุณจะกลับมามองเห็นได้เช่นเดียวกับคนที่มีสายตาปกติและปลอดภัยแน่นอน เพราะการทำเลสิค ถือว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัยมากในการรักษาความผิดปกติของสายตา และยังไม่มีรายงานการสูญเสียดวงตาจากการทำเลสิค

เลสิค คืออะไร

เลสิค เหมาะกับใครบ้าง

ผู้ที่ไม่สามารถทำเลสิคได้

ข้อดีของการทำเลสิค

เตรียมตัวก่อนทำเลสิค

ขั้นตอนการทำเลสิค

ดูแลหลังทำเลสิค

ราคา

ภาวะความผิดปกติเป็นอย่างไร?

โดยปกติการมองเห็นเกิดจากแสงจากวัตถุตกกระทบที่ผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหและโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี จึงทำให้ภาพที่มองเห็นมีความชัดเจน ไม่ว่าวัตถุนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกล ซึ่งเป็นภาวะสายตาที่ปกติ แต่ถ้าหากว่าความโค้งของกระจกตา หรือความยาวของลูกตา มากหรือน้อยเกินไป จึงทำให้เกิดภาวะสายตาผิดปกติ




ภาวะสายตาผิดปกติ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ประเภทแรกคือ สายตาสั้น (Myopia) สายตาสั้นเกิดจากความโค้งของกระจกตามาก หรือขนาดของลูกตายาวเกินไป ทำให้แสงตกกระทบและโฟกัสก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้มองเห็นภาพในระยะใกล้ได้ชัดเจนมากกว่าระยะไกล ประเภทที่สองคือสายตายาว (Hyperopia) สายตายาวมี 2 ประเภท คือ สายตายาวโดยกำเนิด และสายตายาวเมื่อสูงอายุ สายตายาวเกิดจากความโค้งของกระจกตาน้อย หรือขนาดของลูกตาเล็กเกินไป ทำให้แสงตกกระทบและโฟกัสหลังจอประสาทตา ทำให้มองเห็นภาพในระยะไกลได้ชัดเจนมากกว่า แต่ระยะใกล้กลับมองเห็นไม่ชัด

และภาวะความผิดปกติของตาประเภทสุดท้ายคือ สายตาเอียง (Astigmatism) สายตาเอียงเกิดจากความโค้งของกระจกตาในแต่ละแนวไม่เท่ากัน มักเกิดจากกระจกตาที่มีลักษณะไม่กลม ทำให้แสงตกกระทบและโฟกัสที่จอประสาทตาไม่เป็นจุดเดียว จึงมองเห็นเป็นภาพซ้อน อาจเกิดร่วมกับสายตาสั้นหรือสายตายาวก็ได้ การแก้ไขปัญหาสายตาทั้ง 3 ประเภท สามารถทำได้โดยการสวมแว่นสายตา การใส่คอนแทคเลนส์ หรืออาจใช้เทคโนโลยีล่าสุดนั่นคือการทำ เลสิค (Lasik)

“เลสิค” คืออะไร

เลสิค หรือ LASIK ย่อมาจากคำว่า Laser In Situ Keratomileusis เป็นวิวัฒนาการในการผ่าตัดแก้ไขภาวะสายตาที่ผิดปกติ ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยการใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับอัลตราไวโอเลต โดยจะทำปฏิกิริยากับพื้นผิวที่สัมผัสเท่านั้น ไม่กระจายออกไปด้านข้างหรือทะลุผ่านเข้าไปภายในลูกตา ซึ่งโรงพยาบาลยันฮีพร้อมที่จะให้การผ่าตัดรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์ Wavefront เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดความแม่นยำสูงสุดในปัจจุบัน การรักษาใช้ร่วมกับเครื่องมือแยกชั้นกระจกตาที่เรียกว่า ไมโครเคอราโตม (Microkeratome) ซึ่งการผ่าตัดแก้ไขภาวะสายตาที่ผิดปกติด้วยเลสิค เป็นการรักษาที่แน่นอนและแม่นยำที่สุด และให้ผลการรักษาที่ดีมากในปัจจุบัน

เลสิค เหมาะกับใครบ้าง

ก่อนอื่นต้องทราบว่า ใครที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยเลสิค เพราะไม่ใช่ว่าตรวจพบว่าเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แล้วจะรักษาได้ทันที โดยคนที่ทำเลสิคได้ควรมีอายุ 20 ปีขึ้นไป มีค่าสายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5D) อย่างน้อย 1 ปี ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคอักเสบเรื้อรังในลูกตา ภาวะตาแห้งอย่างรุนแรง โรคเบาหวาน กลุ่มโรครูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี (SLE) สะเก็ดเงิน , HIV ไม่อยู่ในระหว่างตั้งครรภ์ และควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ ถึงจะสามารถรักษาด้วยเลสิคได้

ผู้ที่ไม่สามารถทำ เลสิคได้

  • อายุ น้อยกว่า 18 ปี ยกเว้น อายุน้อยกว่า 18 ปี ที่ต้องการไปสอบเตรียมทหาร/ตำรวจ จะพิจารณาเป็นรายๆไป
  • โรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน รูมาตอยด์ สะเก็ดเงิน HIV และSLE หรือโรคทางจักษุได้แก่ ต้อหิน ต้อกระจก
  • โรคจิตเวช หรือ ผู้ที่มีภาวะเจ็บป่วยทางจิตที่ยังรักษาอยู่ในความดูแลของแพทย์

(หมายเหตุ : หากผู้ป่วยยืนยันที่จะทำเลสิค ต้องได้รับการยินยอม/มีใบรับรองจากแพทย์ที่รักษาโรคจิตเวชของผู้ป่วย)

ข้อดี ของการทำเลเสิค

เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติอย่างถาวร

ใช้เวลาผ่าตัดและพักฟื้นสั้น แผลหายเร็ว

ไม่ต้องฉีดยา เพียงแต่ใช้ยาหยอดตา และไม่มีการเย็บแผล

การมองเห็นชัดเจนขึ้น ลดการพึ่งพาแว่นตาและคอนแทคเลนส์

เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ

เพิ่มความคล่องตัวในการประกอบกิจกรรม งานอดิเรก และกีฬา โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำและกีฬากลางแจ้ง

เสริมสร้างบุคลิกภาพและเพิ่มความมั่นใจ ให้คุณมองเห็นโลกใหม่ที่สดใสกว่าเดิม

เตรียมตัวก่อนทำเลสิค

  • ควรงดการใช้คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มอย่างน้อย 3 วัน ชนิดแข็งอย่างน้อย 7 วัน
  • ควรสระผมให้สะอาด ไม่แต่งหน้า และไม่ใช้เครื่องหอมก่อนมาโรงพยาบาล
  • ควรสวมเสื้อผ้าที่ใส่-ถอดได้สะดวก เช่น เสื้อติดกระดุมผ่าหน้าตลอด
  • ควรรับประทานอาหารพออิ่ม หลังจากนั้นถ้าหิวให้ดื่มน้ำ หรือรับประทานของว่างเล็กๆ น้อยๆ
  • ควรพาญาติมาด้วย 1 ท่าน เพื่อคอยดูแลหลังทำเลสิค
  • งดทานยารักษาสิว ก่อนทำการตรวจหรือผ่าตัด 1 เดือน เนื่องจากทำให้ตาแห้ง วัดค่าสายตาไม่แม่นยำ
  • งดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1-2 วัน
  • ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาบวมแดง มีขี้ตา เป็นหวัด ไอ จาม มีไข้สูง โปรดแจ้งให้แพทย์ทราบ

ขั้นตอนการทำเลสิค

หยอดยาชาเพื่อให้คนไข้ไม่มีความเจ็บปวด พร้อมกับอธิบายขั้นตอนการรักษา หลังจากนั้นจักษุแพทย์ใช้เครื่องมือ Microkeratome ในการแยกชั้นกระจกตา โดยจะแยกชั้นของกระจกตาออกประมาณ 1 ใน 3 ของความหนาของกระจกตา แล้วใช้เครื่องเลเซอร์ชนิดพิเศษที่เรียกว่า Excimer Laser ยิงขัดผิวกระจกตาบางส่วนออก เพื่อปรับเปลี่ยนความโค้งของผิวกระจกตา โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาแตกต่างกัน ตามความมากน้อยของความผิดปกติของสายตา จากนั้นจึงทำการปิดชั้นกระจกตาด้านบนกลับเข้าที่เดิมโดยไม่มีการเย็บ ใช้เวลาเพียง 3-5 นาที กระจกตาก็จะสมานกลับเข้าที่เดิมโดยธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ได้คือกระจกตามีความโค้งพอดีที่จะทำให้แสงจากวัตถุตกกระทบลงบนจอประสาทตาเหมือนกับคนที่มีสายตาปกติ ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 10-15 นาที

ดูแลหลังทำเลสิค

  • งดใช้สายตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆ ในระยะ 24 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าในการขับรถ อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระคายเคืองตามากขึ้น
  • ควรปิดที่ครอบตาก่อนนอนทุกคืนเป็นเวลา 7 คืน เพื่อป้องกันการขยี้ตาในขณะที่นอนหลับ
  • ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละอองหรือควันบุหรี่ และควรระวังไม่ให้ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ และน้ำเข้าตาประมาณ 7 วัน
  • หลังจากทำเลสิค ท่านสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ แต่ระวังอย่าออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายรุนแรง ระวังไม่ให้เหงื่อเข้าตาประมาณ 7 วัน
  • ในสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อทางศีรษะ งดใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา งดแต่งหน้า
  • งดว่ายน้ำเป็นเวลา 1 เดือน งดดำน้ำลึกเป็นเวลา 3 เดือน
  • ควรสวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดดอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและแสงแดด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 7 วัน รับประทานอาหารได้ตามปกติ
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น การมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว ตาแดงมากขึ้น ให้มาพบแพทย์ทันที โดยไม่ต้องรอถึงวันนัด

ราคา

การตรวจก่อนทำเลสิค (Lasik)

500 บาท

รักษาสายตาด้วยระบบเลสิค 1 ข้าง SBK

25,500 บาท

รักษาสายตาด้วยระบบเลสิค 2 ข้าง SBK

38,500 บาท