เปลี่ยนเสียง

เปลี่ยนเสียง

เปลี่ยนเสียง

เสียงเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นหญิงหรือชายได้ โดยทั่วไปเสียงผู้หญิงจะแหลมสูง เสียงผู้ชายจะทุ้มต่ำ ซึ่งธรรมชาติที่ว่านี้สร้างความหนักอกหนักใจให้กับทั้งสาวประเภทสองและสาวหล่ออย่างยิ่ง อย่างกรณีสาวประเภทสอง หากแปลงเพศจากชายเป็นหญิงแล้ว แต่เสียงพูดยังคงห้าวทุ้ม พยายามดัดเสียงแล้วก็ยังไม่นุ่มนวลชวนฟัง ความรู้สึกว่ายังไม่เป็นผู้หญิงสมบูรณ์แบบก็คงตามรบกวนจิตใจ ส่วนกรณีสาวหล่อ ถ้าเสียงยังคงเป็นหญิงไม่ทุ้มห้าวแบบชายแท้ ก็คงจะขาดความมั่นใจอยู่มิใช่น้อย

ถามว่าแล้วจะแก้ไขได้ไหม? ตอบเลยว่า ได้ โดยการ ผ่าตัดกล่องเสียง จะช่วยปรับ เปลี่ยนเสียง ให้แหลมสูงหรือทุ้มต่ำอย่างที่ต้องการได้ ในกรณีผ่าตัด แปลงเพศ จากชายเป็นหญิง จะช่วยยกระดับความถี่ของเสียงที่ห้าว ๆ ต่ำ ๆ ให้เปลี่ยนเป็นเสียงที่เล็ก แหลมสูงขึ้นได้ และยังมีผลพลอยได้ตามมาด้วยคือ ความแหลมนูนเด่นของลูกกระเดือกจะถูกลบออกไปด้วยในการผ่าตัดครั้งเดียวกัน ทำให้ลำคอเรียบเนียน ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ในกรณีผ่าตัด แปลงเพศ จากหญิงเป็นชาย จะช่วยลดระดับเสียงที่แหลมสูงให้ห้าวทุ้มขึ้น

จริงๆ แล้วการผ่าตัด เปลี่ยนเสียง ไม่ได้จำกัดเฉพาะในผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศเท่านั้น แต่ด้วยความที่คนกลุ่มนี้มักนิยมทำกันและยังมีจำนวนมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ก็เลยดูเหมือนเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มไป ในกรณีอื่นๆ ก็สามารถแก้ไขด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงได้เช่นกัน ได้แก่

  • กรณีสาวแท้แต่ไม่พอใจกับเสียงห้าวไม่เป็นหญิงของตนเอง สามารถแก้ไขให้เสียงแหลมสูง นุ่มนวลขึ้นได้
  • ผู้หญิงที่เป็นทอมบอย ต้องการให้เสียงห้าวใหญ่คล้ายกับเสียงผู้ชายผ่าตัดแก้ไขให้เป็นเสียงต่ำลงและห้าวใหญ่มากขึ้นได้
  • ผู้ชายที่มีเสียงผิดปกติเหมือนเสียงผู้หญิง คือมีเสียงเล็กแหลม สูง มากกว่าปกติ สามารถแก้ไขให้เป็นเสียงต่ำลงและห้าวใหญ่มากขึ้นได้

หากท่านมีปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น แล้วคิดว่าการผ่าตัด เปลี่ยนเสียง จะช่วยให้เสียงเปลี่ยนไปอย่างที่ต้องการได้ ก็ให้มาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์จะแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมตัว ขั้นตอนการทำ การดูแลหลังทำ ไปจนถึงผลที่จะได้รับ

จะเตรียมตัวก่อนผ่าตัดอย่างไร

  • ก่อนผ่าตัดแพทย์จะต้องตรวจการทำงานของกล่องเสียงและสายเสียงอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งวิธีการตรวจจะใช้กล้องกำลังขยายสูงซึ่งเป็นสายเล็ก ๆ สอดเข้าไปในรูจมูกหรือปาก ไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บ เพราะแพทย์จะพ่นยาชาในจมูกก่อนสอดสายเข้าไป สำหรับสิ่งที่จะตรวจ เป็นต้นว่า ความพลิ้วไหวของสายเสียง, ความถี่ของเสียง, โครงสร้างและรูปร่างของสายเสียงและกล่องเสียง, ความดังกังวานของเสียงก่อนทำการผ่าตัด
  • ถ้ามีอาการไอมากหรือเป็นหวัดต้องรักษาให้หายก่อน
  • งดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัด 6 ชั่วโมง เนื่องจากการผ่าตัดจะต้องดมยาสลบ
  • หากท่านรับประทานยาชนิดใดอยู่เป็นประจำ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด หรือสูบบุหรี่ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบ เนื่องจากมีผลต่อการสมานของแผลผ่าตัด โดยทั่วไป แพทย์จะให้หยุดรับประทานยาละลายลิ่มเลือดและการสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะผ่าตัดโดยเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 1.5 – 2 ซ.ม. ที่รอยพับของผิวหนังบริเวณลูกกระเดือก ที่ต้องเปิดแผลตรงรอยพับก็เพื่อซ่อนรอยแผลผ่าตัดไว้ในรอยพับของผิวหนังทำให้ยากต่อการมองเห็น ในบางคนหากไม่สังเกตดีๆ แทบจะไม่เห็นรอยแผลผ่าตัดเลย

สำหรับระยะเวลาที่ใช้ในการผ่าตัดประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง หลังผ่าตัดต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล 1 คืน วันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้ แผลผ่าตัดใช้เวลา 1 สัปดาห์ จะติดสนิทและตัดไหมได้

ดูแลอย่างไรหลังผ่าตัด

ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ผลการรักษาออกมาน่าพึงพอใจ ดังนี้

  • หลังผ่าตัดเสร็จ งดใช้เสียงไปเลย 7 วัน เช่น ผ่าตัดวันจันทร์ ต้องงดใช้เสียงไปถึงวันจันทร์ถัดไป ห้ามใช้เสียงก่อนกำหนดเด็ดขาด เพื่อรอให้มีการสมานแผลเรียบร้อยดีก่อน หากจะสื่อสารให้ใช้การเขียนแทน
  • งดการไอ ขากเสมหะแรงๆ เพื่อไม่ให้สายเสียงบวม
  • ระมัดระวังอย่าให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะตัดไหมเสร็จเรียบร้อย เพื่อป้องกันแผลติดเชื้อ
  • งดอาหารที่เคี้ยวยาก กรอบๆ แข็งๆ อาหารประเภททอดหรือมัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะอาหารเหล่านี้จะไประคายเคืองต่อช่องคอทำให้เกิดอาการไอได้
  • เริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆได้ และยาฮอร์โมน(ถ้ามี) ในวันรุ่งขึ้น
  • มาพบแพทย์ตามนัดหลังผ่าตัด 10 วัน เพื่อตัดไหม พร้อมกับตรวจสภาพการทำงานของสายเสียงโดยละเอียด

โดยทั่วไป หลังผ่าตัดเสร็จใหม่ๆ ถ้าเป็นในกลุ่มสาวประเภทสอง ระดับความถี่ของเสียงจะแหลมสูงขึ้นชัดเจน แล้วจะค่อยลดระดับลงจนเข้าที่เป็นเสียงผู้หญิงใน 1-2 เดือน การที่จะเข้าที่ช้าหรือเร็วขึ้นกับอายุด้วย ถ้าอายุมากจะเข้าที่ช้า ถ้าอายุน้อยก็จะเข้าที่เร็ว ส่วนผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นชาย หรือทอมบอย ที่เสียงเป็นผู้หญิง ระดับความถี่ของเสียงจะค่อนข้างสูงอยู่แล้ว หลังผ่าตัดก็ค่อยๆ ลดลงๆ จนเข้าที่เป็นเสียงผู้ชายภายใน 3 เดือน แต่บางคนอาจเข้าที่ก่อนกำหนดก็มี

หากเสียงเข้าที่ช้ากว่ากำหนด เช่น เสียงควรเข้าที่ภายใน 2 หรือ 3 เดือน แต่ 6 เดือนแล้วก็ยังไม่เข้าที่ แสดงว่ายังออกเสียงไม่ถูกวิธี ก็ไม่ต้องตกใจ แพทย์จะให้ฝึกพูด ฝึกออกเสียง ก็จะช่วยปรับให้เสียงเข้าที่ได้

ในกรณีที่เสียงเข้าที่ดีแล้ว เมื่อเวลาผ่านไปโอกาสที่เสียงจะเพี้ยนเกิดขึ้นได้หรือไม่ มีโอกาสเกิดขึ้นได้ถ้ากลับไปสูบบุหรี่หรือชอบส่งเสียงดังบ่อยๆ เช่น การกรี๊ด, การตะโกน จึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ว่านี้

อีกประการที่อยากฝากไว้ และถือว่าสำคัญไม่น้อย คือ สาวประเภทสองที่ต้องการผ่าตัด เปลี่ยนเสียงไม่ควรไปเหลากระเดือกมาก่อน เพราะอาจทำให้เสียงไม่ขึ้นได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สวย คอไม่เรียบ เพราะถึงยังไงลูกกระเดือกก็จะหายไปอยู่แล้วจากการผ่าตัดเปลี่ยนเสียงโดยไม่จำเป็นต้องเจ็บตัวซ้ำซ้อน นอกจากนั้นแล้วการเหลากระเดือก ถ้าเหลาลึกเกินไปจนไปกระทบโดนเส้นเสียง ก็อาจทำให้เสียงแหบ หรือเสียงหายได้ ก็ต้องมาตามแก้ไขกันอีก ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขได้ทุกกรณีไป กรณีเหลาไปโดนเส้นเสียงเพียงเล็กน้อย มีอาการเสียงแหบก็อาจยังพอแก้ไขได้ แต่ถ้าหลังทำในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก เสียงหายไปเลย พูดแล้วมีแต่ลม อย่างนี้จะแก้ไขไม่ได้ ก็ต้องพิจารณาเรื่องการเหลากระเดือกกันให้รอบคอบด้วยนะคะ

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons