เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงของโรงพยาบาลยันฮีมีหลายเทคนิค เช่น
เทคนิคต่อลำไส้
เทคนิคซ่อนรอยแผล เพื่อปกปิดรอยแผลผ่าตัดบนแคมใหญ่
เทคนิคสกินกราฟ ใช้ผิวหนังบริเวณถุงอัณฑะมาสร้างเป็นช่องคลอด โดยไม่ต้องผ่าตัดช่องท้อง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปริมาณผิวหนังอัณฑะมากพอ และไม่เคยตัดอัณฑะมาก่อน
เทคนิคเยื่อบุช่องท้อง (PPV) คล้ายกับวิธีสกินกราฟ แต่เปลี่ยนมาใช้เยื่อบุช่องท้องสร้างช่องคลอด ทำให้สีช่องคลอดมีความเป็นธรรมชาติ และผิวสัมผัสที่เรียบลื่นมากกว่า (คล้ายเยื่อบุกระพุ้งแก้มในปาก) และในบางรายเยื่อบุช่องท้องสามารถสร้างน้ำหล่อลื่นได้ แผลผ่าตัดบริเวณหน้าท้องเป็นแบบส่องกล้อง
ปัจจุบัน ศัลยแพทย์ได้ใช้เทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โรงพยาบาลยันฮีเท่านั้น ซึ่งต่อยอดมาจากเทคนิคเยื่อบุช่องท้อง (PPV) นั่นคือ เทคนิคแปลงเพศ Full Length PPV เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาเรื่องขนและมีปริมาณผิวหนังอัณฑะไม่เพียงพอ

การผ่าตัดแปลงเพศโดยใช้วิธีดึงเยื่อบุช่องท้อง (Full-Length Peritoneal Flap Vaginoplasty) เป็นวิธีการผ่าตัดเล็ก (Minimally invasive surgery) ผ่านกล้องเพื่อสร้างช่องคลอดใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการแปลงเพศจากชายเป็นหญิง โดยการใช้เยื่อบุช่องท้อง (Peritoneal membrane) ที่มีเส้นเลือดมาเลี้ยง สร้างเป็นช่องคลอด การผ่าตัดนี้ช่วยให้ได้ช่องคลอดที่ลึกและมีลักษณะใกล้เคียงกับช่องคลอดตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องใช้ลำไส้ เป็นการผ่าตัดด้วยกล้อง จะเกิดแผลเล็ก ๆ ความยาวไม่เกิน 1 เซนติเมตรจำนวน 3-4 แผล
1.การเตรียมเยื่อบุช่องท้อง (Laparoscopic Harvesting) ศัลยแพทย์จะแยกและเคลื่อนย้ายแผ่นเยื่อบุช่องท้องส่วนล่างขนาด 20×20 ซม.ออกมาสร้าง ช่องคลอดอย่างระมัดระวัง เพื่อรักษาการไหลเวียนของเลือด อย่างไรก็ตาม ขนาดของเนื้อเยื่อจะถูกกำหนดเป็นรายบุคคลโดยพิจารณาจากเส้นรอบวงของเครื่องมือขยายช่องคลอดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3.5 ซม. และยาว 15 ซม. เนื้อเยื่อจะยาวเกินความยาวของช่องคลอดเพื่อให้สามารถพลิกกลับได้
2. การสร้างช่องคลอด (Shaping the Canal) เยื่อบุช่องท้องที่ถูกแยกออกมาจะถูกม้วนเป็นท่อดึงลงไปยังบริเวณอุ้งเชิงกรานเพื่อสร้างช่องคลอดใหม่ โดยอาจมีการปรับแต่งรูปทรงและขนาดเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
3.ไม่มีการเชื่อมผิวหนัง (No Skin Bridge Needed) ต่างจากเทคนิค PPV ทั่วไปที่ใช้ทั้งผิวหนังองคชาติ อัณฑะ และเยื่อบุช่องท้องผสมกัน วิธีใหม่นี้ใช้เฉพาะเนื้อเยื่อบุช่องท้องเท่านั้น จึงไม่ต้องใช้ผิวหนังภายนอกหรือผิวหนังที่มีขน ซึ่งดีต่อสุขอนามัยและความสะอาดในช่องคลอดใหม่
4.หลังจากสร้างช่องคลอดแล้ว ศัลยแพทย์จะเย็บปิดบริเวณเยื่อบุช่องท้อง และดูแลแผลผ่าตัดอย่างเหมาะสม (Secure Attachment)
ช่องคลอดที่ลึกและมีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ เนื่องจากใช้เยื่อบุช่องท้อง ซึ่งมีความยืดหยุ่นและมีลักษณะใกล้เคียงกับเยื่อบุช่องคลอดจริง
ช่องคลอดหดตัวตื้นลงได้ยากกว่าเทคนิคสกินกราฟ เพราะมีเส้นเลือดมาเลี้ยง
วิธีนี้จะช่วยให้ช่องคลอดใหม่มีความหล่อลื่นและยืดหยุ่น มีความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากใช้เยื่อบุช่องท้อง ซึ่งมีความยืดหยุ่นและมีลักษณะใกล้เคียงกับเยื่อบุช่องคลอดจริง ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเมื่อตรวจภายในพบว่า พื้นผิวช่องคลอดเป็นเยื่อเมือก มีความยืดหยุ่นสูง และหล่อลื่นตัวเองได้
ความเสี่ยงของการผ่าตัดต่ำกว่าเทคนิคต่อลำไส้
ลดปัญหาเรื่องขน ช่องคลอดที่สร้างจากเยื่อบุช่องท้องจะไม่มีปัญหาเรื่องขนเหมือนกับการใช้ผิวหนัง จากองคชาติหรืออัณฑะ ซึ่งดีต่อสุขอนามัยและความสะอาดในช่องคลอดใหม่ ผู้หญิงข้ามเพศบางคนชอบช่องคลอดใหม่ที่ไม่มีขนเลย เนื่องจากขนที่เหลืออาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและมีปัญหาด้านสุขอนามัย
เป็นการผ่าตัดเล็กผ่านกล้อง ไม่ต้องพักฟื้นนาน (นอนพักฟื้นที่ รพ. 9 คืน)
ผู้ที่มีปริมาณผิวหนังอัณฑะไม่เพียงพอต่อการผ่าตัดแปลงเพศ
ผู้ที่มีขนบริเวณอวัยวะเพศมาก
ผู้ที่เคยกำจัดขนหรือทำศัลยกรรมมาก่อนจนเหลือผิวหนังให้สร้างใหม่ได้จำกัด
ผู้ที่ไม่ต้องการแปลงเพศด้วยวิธีต่อลำไส้
**เทคนิคนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อน เนื่องจากเกิดรอยแผลภายใน **
| ประเด็นเทียบเคียง | |
|---|---|
| เทคนิค Full Length PPV | เทคนิคเยื่อบุช่องท้อง (PPV) |
| ขนบริเวณช่องคลอด (Hairless Vaginal Canal) | |
| ช่องคลอดไร้ขน | ช่องคลอดยังคงมีขนขึ้น |
| เนื้อเยื่อที่ใช้ (Tissue Type) | |
| เยื่อบุช่องท้อง | ผสมกันระหว่างเยื่อบุช่องท้องกับผิวหนังองคชาตหรืออัณฑะ |
| ความสามารถในการหล่อลื่น (Lubrication & Comfort) | |
| ช่องคลอดใหม่มีความหล่อลื่นและยืดหยุ่น มีความเป็นธรรมชาติ | ปากทางเข้าช่องคลอดยังคงเป็นกราฟ (ผิวหนัง) มักจะแห้ง ต้องใช้สารหล่อลื่นทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลถลอกจากการเสียดสี |
| ความเรียบเนียนไร้รอยแผล (Aesthetic Uniformity) | |
| เรียบเนียนไร้รอยแผลเป็น | เกิดตะเข็บเย็บแผลเชื่อมระหว่างเยื่อบุช่องท้องกับผิวหนังองคชาตหรืออัณฑะ |
| โอกาสเกิดการงอกใหม่ของขน (Risk of Hair Regrowth) | |
| ขนถูกกำจัด | ยังมีโอกาสเกิดการงอกใหม่ของขนบริเวณผิวหนังอัณฑะที่ใช้สร้างช่องคลอดใหม่ |
| การปลูกถ่ายผิวหนัง (Skin Grafts Required) | |
| ไม่มี (ยกเว้นว่าแผ่นปิดจะสั้นเกินไป) | มักเชื่อมระหว่างเยื่อบุช่องท้องกับทวาร |
| เหมาะสำหรับ | |
| ผู้ที่มีปัญหาเรื่องขนและมีปริมาณผิวหนังอัณฑะไม่เพียงพอ | ผู้ที่มีปริมาณผิวหนังอัณฑะเพียงพอและไม่มีปัญหาเรื่องขน |
| ความรู้สึกทางเพศ (Sensory Function) | |
| เก็บรักษาเส้นประสาทเพื่อความรู้สึกทางเพศอย่างมีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น หล่อลื่น และเป็นธรรมชาติกว่า | ยังคงรักษาเส้นประสาทเพื่อความรู้สึกทางเพศไว้เช่นกัน แต่ผิวหนังที่แห้งอาจก่อให้เกิดการเสียดสีระหว่างร่วมเพศ |
อาจเกิดพังผืดในช่องท้อง
หากผ่าตัดด้วยเทคนิค Full Length PPV ไม่ได้ผล อาจใช้เทคนิคต่อลำไส้ หรือเทคนิคอื่นๆที่ศัลยแพทย์ประเมินว่าเหมาะสมและปลอดภัยแทน
หลังการผ่าตัด ผู้ป่วยจะต้องได้รับการติดตามและดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าช่องคลอดใหม่จะหายดีและทำงานได้ตามปกติ อาจมีการใช้เครื่องขยายช่องคลอด (Dilators) หลังการผ่าตัดเพื่อรักษาความลึกและความกว้างของช่องคลอดใหม่ และป้องกันการหดตัวหรือการตีบตัน
ในช่วง 1 ปีแรกควรพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อติดตามการหายของบาดแผล และตรวจความลึกของช่องคลอด หลังจาก 1 ปีไปแล้ว ควรพบแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อตรวจอวัยวะเพศภายนอกและส่องกล้องตรวจภายใน
ยาทาแผลมี 2 ชนิด คือ โพวิโดนไอโอดีนชนิดน้ำ (Povidone Iodine Solution) และชนิดเจล (Povidone Iodine Gel) ยาชนิดน้ำใช้สำหรับทาแผล “แคมนอก” ส่วนยาชนิดเจลใช้สำหรับทาแผลบริเวณแคมในและรอบท่อปัสสาวะ ภายหลังขับถ่ายและขยายช่องคลอด ควรทำความสะอาดบาดแผลร่วมกับทายาทุกครั้ง และสวมใส่ผ้าอนามัยเพื่อซึมซับคราบเลือด โดยทั่วไปแผลผ่าตัดจะหายภายใน 2-3 สัปดาห์หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน
การดูแลภายในช่องคลอด ควรใช้วิธีการสวนล้างช่องคลอดทุกครั้งหลังขยายช่องคลอดเสร็จ โดยใช้น้ำเกลือผสมกับยาโพวิโดนไอโอดีนชนิดน้ำ ในอัตราส่วน 1:10 (เช่น ผสมน้ำ 100 ซีซี เข้ากับยา 10 ซีซี) ควรสวนล้างช่องคลอดครั้งละ 100-200 ซีซี
ห้ามนั่งยองหรือแยกขาก่อนที่แผลผ่าตัดจะหายสนิท เนื่องจากจะทำให้แผลปริแยกได้ ไม่ควรใช้น้ำสบู่สวนล้างช่องคลอดเพราะอาจเกิดการระคายเคืองได้ โดยทั่วไปแพทย์จะอนุญาตให้มีเพศสัมพันธ์ ภายหลังจากผ่าตัด 1-2 เดือน (เมื่อแผลภายในช่องคลอดหายสนิท) ส่วนกลิ่นภายในช่องคลอดอาจมีได้ในช่วง 3-6 เดือนแรกเนื่องจากยังมีคราบเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัดและของหมักดอง เพราะอาจทำให้บริเวณที่ผ่าตัดบวมได้นาน
ภายหลังจากผ่าตัดแปลงเพศ จะต้องใช้ยาฮอร์โมนเพศหญิงภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด“ภาวะวัยทองจากการผ่าตัด” หรือการขาดฮอร์โมนเพศอย่างฉับพลัน สำหรับหญิงข้ามเพศที่ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงคู่กับยาต้านฮอร์โมนเพศชายก่อนผ่าตัด เมื่อทำการผ่าตัดแปลงเพศไปแล้วสามารถหยุดใช้ยาต้านฮอร์โมนเพศชายได้และใช้เฉพาะฮอร์โมนเพศหญิงเพียงอย่างเดียว
สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้หลังผ่าตัดไปแล้วอย่างน้อย 3 เดือน และแนะนำให้ใช้สารหล่อลื่นระหว่างมีเพศสัมพันธ์
หลังการผ่าตัดช่วงแรกอาจมีสารคัดหลั่งไหลออกมาบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นต้องสวมผ้าอนามัย
(พักฟื้นที่ รพ. 9คืน)
630,000 บาท/ครั้ง

ความลึกของช่องคลอดที่ได้หลังผ่าตัดด้วยเทคนิค Full Length PPV?
– การผ่าตัดแปลงเพศศัลยแพทย์จะสร้างช่องคลอดที่มีความลึกเท่ากับความลึกของกระดูกเชิงกรานของคนไข้แต่ละบุคคลซึ่งอาจไม่เท่ากัน เฉลี่ยอยู่ที่ 5.5-6 นิ้ว แต่ถ้าหากผ่าตัดด้วยเทคนิคต่อลำไส้หรือเยื่อบุช่องท้อง อาจมีความลึกเพิ่มมากขึ้นได้อีก 1-2 นิ้ว

อวัยวะเพศใหม่หลังผ่าตัดด้วยเทคนิค Full Length PPVจะมีความรู้สึกหรือไม่?
– ศัลยแพทย์จะแพทย์จะเก็บเส้นประสาทรับความรู้สึก เพื่อสร้างจุดรับความรู้สึกต่าง ๆ ของอวัยวะเพศใหม่ ซึ่งประกอบด้วย คลิตอริส แคมใน และรอบท่อปัสสาวะ หากได้รับการกระตุ้นภายนอกจะมีความรู้สึกทางเพศได้ ส่วนภายในช่องคลอดจะไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกโดยตรง แต่ในบางรายอาจมีความรู้สึกทางเพศได้เช่นกันจากการกระตุ้นบริเวณต่อมลูกหมาก (prostate gland)
– ข้อแนะนำสำหรับการรับประทานโซเดียม สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคไตทุกระยะ ควรจำกัดปริมาณการทานอย่างเคร่งครัด ไม่ควรรับประทานโซเดียมเกิน 2-3 กรัม/วัน ควรลดปริมาณการปรุงซอสต่างๆ แต่ไม่ควรรับประทานเครื่องปรุงประเภท Low sodium เนื่องจากจะได้รับแร่ธาตุอื่นที่เป็นภาระต่อไตในการขับออกมาแทน เช่น โพแทสเซียม เป็นต้น
เอกสารอ้างอิง
Worapon Ratanalert, MD. “Full-length Peritoneal Flap Vaginoplasty: A Feasible Approach for Hairless Neovaginal Reconstruction in Gender-affirming Surgery.
ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก
เผยแพร่เทคนิคใหม่ระดับสากลในการผ่าตัดแปลงเพศจากชายเป็นหญิงตีพิมพ์ในวารสาร PRS Global Open อ่านเพิ่มเติม