เคลือบฟันมุก (Veneer)

“เคลือบฟันมุก (Veneer) หมดปัญหาฟันหมองด้วยการเคลือบฟันมุก”

ฟันเป็นส่วนประกอบสำคัญส่วนหนึ่งบนใบหน้าที่ไม่ว่าคุณจะยิ้ม หัวเราะ หรือพูดคุยกับใคร ปากและฟันก็จะเป็นจุดที่คู่สนทนาของคุณจะมองมาเสมอ และหากว่าวันนี้คุณมีฟันที่เรียงตัวสวย ฟันขาวสะอาดใสไม่หมองคล้ำ ดำ และเหลืองก็คงจะไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลอะไร แต่หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าอวดยิ้มเพราะอายสีของฟันอยู่ล่ะก็ ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีด้านทันตกรรมที่จะมาเปลี่ยนสีฟันของคุณให้กลับมาดูมีสุขภาพที่ดีและสวยเหมือนเดิม ด้วยการ ‘เคลือบฟันมุก’ หรือ‘เคลือบผิวฟันเทียม’ นั่นเอง การเคลือบฟันมุกเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะคืนความสดใสของสีฟันให้กลับมาเหมือนเดิม ซึ่งการเคลือบฟันนี้จะเหมาะกับคนที่มีสีฟันค่อนข้างคล้ำ จากการดื่มกาแฟ หรือสูบบุหรี่จัด หรือคนที่เคยฟอกสีฟันมาแล้วไม่ได้ผลที่น่าพอใจนัก เพราะวิธีเคลือบฟันมุกจะสามารถเปลี่ยนสีฟันได้เร็วและค่อนข้างติดทนนานกว่าการฟอกสีฟัน

ในปัจจุบันแพทย์จะใช้วัสดุในการเคลือบฟันอยู่ 2 ประเภทคือ เรซิน คอมโพสิต (RESIN COMPOSITES) วัสดุประเภทนี้จะมีราคาถูก สามารถทำเสร็จได้ในครั้งเดียว ผลที่ได้อาจจะไม่ค่อยสวยงามและคงทนนัก ส่วนวัสดุประเภทที่ 2 คือ พอร์ซเลน (PORCELAIN) หรือ เซรามิค (CERAMIC) จะมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่จะให้ผลลัพธ์ของสีฟันที่สวยกว่าเหมือนไข่มุก ใกล้เคียงสีจริง และแข็งแรงทนทานกว่า ไม่ดูดน้ำ ไม่เปลี่ยนสีและรูปร่าง จึงมักเป็นที่นิยม

ซึ่งข้อดีที่คนไข้จะได้รับจากการเคลือบฟันด้วย พอร์ซเลน (PORCELAIN) หรือ เซรามิค (CERAMIC) นอกจากในเรื่องของคุณภาพที่จะได้รับแล้ว ยังมีข้อดีในเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น วัสดุชนิดนี้จะกรอเนื้อฟันน้อย, แรงยึดระหว่างเซรามิค-ซีเมนต์-ฟัน จะแข็งแรงกว่าแรงยึดของเคลือบผิวฟันเทียมจากวัสดุอื่นๆ, ผิวของฟันดูเรียบเงา ไม่สะสมคราบจุลินทรีย์ และสามารถแก้ไขเรื่องการเรียงตัวหรือรูปร่างผิดปกติของฟันได้ในกรณีที่เป็นไม่มากนักซึ่งง่ายและรวดเร็วกว่าการจัดฟัน

นอกจากประโยชน์ต่างๆ ที่เราจะได้รับจากการเลือกวัสดุที่นำมาเคลือบฟันแล้ว การเคลือบฟันมุกที่เรากำลังจะพาคุณไปสัมผัสนี้ยังมีประโยชน์อื่นๆ ที่สำคัญที่เราจะได้รับนอกจากแค่เรื่องสีของฟันอีก ไม่ว่าจะเป็น การช่วยปิดช่องว่างบริเวณฟันด้านหน้า, การแก้ไขรูปร่างฟันที่ผิดปกติอย่าง ฟันรูปหมุด (Peg-shaped) หรือฟันเขี้ยวอยู่ผิดตำแหน่งในฟันหน้า, การแก้ไขสีฟันที่คล้ำมากซึ่งไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการฟอกสีฟัน เช่น สีฟันคล้ำจากการรับประทานยา TETRACYCLINE กรณีคล้ำปานกลางจะสามารถปกปิดสีได้ดี และการแก้ไขฟันธรรมชาติให้มีแนวปลายฟันโค้งขนานไปกับริมฝีปากล่าง อีกทั้งยังแก้ไขสัดส่วนรูปร่างและขนาดของฟันให้ดีขึ้นอีกด้วย

ก่อนทำการเคลือบฟันแพทย์จะวิเคราะห์ลักษณะของฟันในแต่ละซี่ก่อนว่ามีรูปร่างอย่างไร ฟันห่างมากน้อยแค่ไหน หรือรูปทรงของฟันผิดรูปไปในทิศทางใด หลังจากนั้นจึงจะเริ่มขั้นตอนในการเคลือบฟันมุก ซึ่งโดยปกติจะใช้เวลา 3 ครั้ง ในการนัดคนไข้เข้ามารับการรักษา

ขั้นตอนแรกแพทย์เริ่มด้วยการออกแบบฟันก่อน แล้วจึงจะกรอผิวฟันบริเวณด้านหน้าออกเล็กน้อยใช้เวลาประมาณ 30 นาทีต่อหนึ่งซี่ หลังจากนั้นจะพิมพ์ปากด้วยวัสดุพิมพ์ปากเพื่อทำเคลือบฟันเทียม และเมื่อได้ชิ้นงานแล้วก็จะนำมายึดกับฟันซี่นั้นๆ ด้วยกาวชนิดพิเศษ สุดท้ายแพทย์จะนัดมาตรวจเช็คฟันต่อไป ซึ่งหากวัสดุเคลือบฟันแตกหักหรือชำรุดก็สามารถซ่อมแซมได้ในภายหลัง

หลังจากเคลือบฟันเสร็จแล้วควรงดเคี้ยวอาหารที่มีลักษณะแข็งใน 24 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมของเหงือกเกิดขึ้นอาจบ้วนปากเบาๆ หรือรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ ในบางรายอาจจะเกิดอาการเสียวฟันได้ แต่อาการดังกล่าวจะหายไปเองในระยะต่อมา ทั้งนี้จะใช้เวลาในการพบแพทย์เพื่อทำการเคลือบฟันและตรวจเช็คฟันหลังทำทั้งหมด 2-3 สัปดาห์

การดูแลตัวเองหลังการเคลือบฟันมุก ควรงดการกัดหรือแทะของแข็งเพราะอาจทำให้วัสดุที่เคลือบฟันแตกหรือหักได้ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อรักษาสุขภาพเหงือกและฟัน ส่วนผู้ที่ชอบใช้ฟันหน้ากัดของแข็งควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียใหม่ และหมั่นตรวจเช็คสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์อยู่เสมอทุก 6 เดือนและสำหรับใครที่ยังสงสัยว่าการเคลือบฟันมุกมีข้อจำกัดหรือไม่นั้น หากคุณไม่ใช่คนที่อายุยังน้อยฟันยังไม่ขึ้นเต็มที่ หรือเป็นคนที่มีสุขภาพช่องปากไม่ดี เป็นโรคปริทันต์ มีฟันโยก ฟันสึกมาก หรือชอบนอนกัดฟัน ใช้ฟันแบบรุนแรง รวมไปถึงเป็นผู้ที่คาดหวังกับผลที่จะได้รับเกินความเป็นจริง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ต้องกังวลในการทำการเคลือบฟัน เพราะทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นล้วนแต่เป็นข้อจำกัดในการเคลือบฟันมุกทั้งสิ้น

เห็นมั้ยล่ะว่าการเคลือบฟันที่เราเล่ามาตั้งแต่ต้นจนจบนี้ไม่ได้มีประโยชน์แค่เรื่องของสีฟันที่สวยงามขึ้นอย่างเดียว แต่ยังช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ของฟันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย หากคุณเองอยากมีรอยยิ้มที่มั่นใจขึ้น หมดปัญหาเรื่องฟันที่หมองคล้ำดำจากการดื่มชา กาแฟ และสูบบุหรี่จัด ลองปรึกษาทันตแพทย์เรื่องการเคลือบฟันดูสิ แล้วคุณจะได้รอยยิ้มสดใสกลับมาดังเดิม

ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-
ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-
ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-
ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-
ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-
ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำเคลือบฟันมุก (Veneer) ได้เลยหรือไม่
ควรมาพบทันตแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์พิจารณาว่าสามารถทำ ได้หรือไม่ ท่านสามารถสอบถามข้อสงสัยกับแพทย์โดยตรง ถ้าตัดสินใจทำ จึงค่อยวางแผนการรักษาและทำการนัดหมายเพื่อรับการรักษาต่อไป
—————————————————-

 

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
วีเนียร์คอมโพสิต (Partial compostie veneer from caries) ซี่ละ 2,000 บาท
วีเนียร์คอมโพสิต (Composite veneer) ซี่ละ 3,000 บาท
Poreclain veneer (Empress Esthetics) ซี่ละ 9,000 บาท

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons