อโรร่า-(Aurora)

อโรร่า (Aurora)

เพื่อหน้าเด้ง ขาวใส

หน้าเด้งขาวใส…ใครๆ ก็อยากมี ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนที่รักสวยรักงาม  หรือต้องออกงานสังคมบ่อยๆ หรือประกอบอาชีพที่ใช้หน้าตาเป็นหลัก เช่น คนที่ทำงานประชาสัมพันธ์ เป็นพนักงานขาย หรือนักร้อง นักแสดง คนทั่วๆ ไปอย่างเราๆ ท่านๆ โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงาน ก็ล้วนอยากมีผิวหน้าขาวใส ไม่หมองคล้ำด้วยกันทั้งนั้นแหละ เวลาเข้าสังคมหรือพบปะผู้คนจะได้โชว์ผิวหน้าได้อย่างมั่นใจ

ถ้าจะดูเทรนด์เรื่องความงาม นอกจากสาวๆ จะนิยมดั้งโด่ง ตากลมโต หน้าอกตูมได้ขนาดพอเหมาะแล้ว ผิวหน้าใสก็เป็นเทรนด์ที่มาแรงอยู่เสมอ ถ้าติดตามสื่อต่างๆ ทุกวันนี้ก็คงจะได้เห็นโฆษณาเชิญชวนทำหน้าขาวใส ทั้งการทำหัตถการโดยผู้เชี่ยวชาญ หรือผลิตภัณฑ์บรรดามีที่อวดอ้างสรรพคุณว่าช่วยทำให้หน้าใสจำหน่ายกันอยู่เต็มไปหมด ซึ่งหลายท่านที่อยากผิวหน้าเด้ง ขาวใส ก็อาจจะลังเลใจว่าควรซื้อหามาลองใช้ดีหรือเปล่า ใช้แล้วแทนที่หน้าจะใสกลายเป็นหน้าพังจะยุ่งกันไปใหญ่

ถ้าอยากให้หน้าเด้ง ขาวใส แต่ไม่อยากเอาหน้าไปลองเสี่ยงกับอะไรที่ไม่รู้ว่าจะดีจริงหรือไม่ ขอแนะนำให้ลองปรึกษาแพทย์ผิวหนังที่เชี่ยวชาญดีกว่า สมัยนี้มีเทคโนโลยีเพื่อทำหน้าใสอยู่หลายตัว แพทย์จะพิจารณาว่าท่านเหมาะกับเทคโนโลยีไหนที่สุด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผิวหน้าเด้งขาวใสอย่างต้องการแถมมีความปลอดภัยที่สุดด้วยค่ะ

สำหรับเทคโนโลยีที่ได้ผลดีตัวหนึ่งก็คือ อโรร่า (Aurora) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้พลังงานแสงความเข้มสูง (Intense pulsed light หรือ IPL) ร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency หรือ RF) ช่วยทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้น

หลักการของเทคโนโลยีอโรร่าก็คือ จะใช้แสง IPL ให้ลงไปจับกับเป้าหมาย ได้แก่ เม็ดสีต่างๆ  และสาร Hemoglobin ในเม็ดเลือดแดงในชั้นหนังแท้ก่อน ทำให้เป้าหมายมีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีความต้านทานต่อ RF น้อยลง RF จึงสามารถผ่านลงไปในเป้าหมายได้มากขึ้น นั่นคือ เป้าหมายถูกทำลายได้มากขึ้น จึงทำให้เส้นเลือดฝอยดีขึ้น ผิวหน้าขาวใส รอยดำ กระ จางลง และการที่มีอุณหภูมิในชั้นหนังแท้เพิ่มขึ้น ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้ผิวหน้าเนียนเรียบ เต่งตึงขึ้น ริ้วรอยลดลง รูขุมขนกระชับขึ้น ผิวหน้าจึงดูใสอ่อนกว่าวัย

จริงๆ แล้วการทำหน้าใสด้วยแสง IPL (Intense pulsed light) อย่างเดียวก็มีใช้งานกันอยู่ แม้จะทำให้ผิวขาวใสได้ แต่มีข้อจำกัดตรงที่มักเกิดผลข้างเคียง คือ อาการแดง แสบ ไหม้ ได้ง่าย เทคโนโลยีอโรร่าที่มีการนำคลื่นความถี่วิทยุ RF มาใช้ร่วมด้วยจึงช่วยลดปัญหานี้ลงไปได้มาก

ขั้นตอนการทำหน้าใสด้วย อโรร่า

ผู้มารับการรักษาสามารถทำได้เลยในวันที่มาพบแพทย์ วิธีการรักษาไม่ยุ่งยาก ขณะทำการรักษาจะทาเจลเย็นที่ใบหน้าและเครื่องจะมีระบบเพิ่มความเย็นให้กระจายไปทั่วผิวหนังชั้นบน ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชาทาหรือฉีดยาก่อนทำแต่อย่างใด

  • แพทย์จะทำการฉายแสง IPL + RF ลงบนใบหน้า โดยอาจจะทำการเน้นในบางจุดที่มีปัญหาเป็นพิเศษ
  • ใช้เวลาในการทำประมาณ 30 – 40 นาที/ครั้ง
  • ถ้าจะให้เห็นผลดีชัดเจน ควรทำต่อเนื่องประมาณ 4-5 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 3 – 4 สัปดาห์

หลังทำหน้าขาวใสด้วย อโรร่า

การรักษาด้วยอโรร่าจะไม่ทำให้เกิดบาดแผลใดๆ บนใบหน้า จึงไม่ต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษ สามารถทำงานประจำวันได้ตามปกติทันที อย่างไรก็ตาม หลังทำในบางคนอาจมีผิวแดงระเรื่อได้บ้าง ก็ไม่ต้องตกใจ มักหายเป็นปกติใน 1 ชม. ส่วนการดูแลโดยทั่วไป ควรหลีกเลี่ยงการออกแดดจัด และควรใช้ครีมกันแดดที่มี SPF30 หรือมากกว่าเป็นประจำ

อย่างที่บอกไปแล้วว่า การทำหน้าขาวใสสมัยนี้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอยู่หลายตัว นอกจากอโรร่าแล้ว ก็ยังมี ออกซี่ไบร์ท (OxyBright) ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เพิ่มสารอาหารบำรุงผิว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าได้ และ ไฮโดรไบร์ท (HydroBright) โดยการพ่นละอองน้ำผสมวิตามินเพื่อผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เติมวิตามินเข้าสู่ผิว ทำให้ผิวสวยใสขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแต่ต้องไปพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจสภาพผิวกันก่อนและให้แพทย์เป็นคนพิจารณาว่าจะเลือกใช้เทคโนโลยีไหนให้เหมาะสมกับผิวหน้าของคุณที่สุดค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
AURORA หน้าใส ครั้งละ 5,000 บาท
AURORA หน้าใส & ริ้วรอย ครั้งละ 7,000 บาท
AURORA คอ ครั้งละ 5,000 บาท
AURORA คอ & V-Shape ครั้งละ 7,000 บาท
AURORA หลังมือ 2 ข้าง ครั้งละ 4,000 บาท
AURORA หลังแขน 2 ข้าง (ข้อศอกถึงข้อมือ) ครั้งละ 6,000 บาท
AURORA หลังมือ+หลังแขน 2 ข้าง ครั้งละ 8,000 บาท
AURORA ต้นแขน 2 ข้าง ครั้งละ 10,000 บาท
AURORA รักแร้ขาว ครั้งละ 4,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons