หอบหืด
วันอังคารแรกของเดือนพฤษภาคมของทุกปีจัดเป็นวันหืดโลก (World Asthma Day) แสดงให้เห็นว่าทั่วโลกให้ความสำคัญกับโรคนี้ เฉพาะ ในเมืองไทยจำนวนคนเป็นโรคหอบหืดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี ดังนั้นเราจึงควรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้อย่างถูกต้อง
โรคหอบหืด (Asthma)จัดเป็นโรคภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ โดยพบว่า ผู้ป่วยมักมีพ่อแม่ปู่ย่าตายายหรือญาติพี่น้องเป็นโรคภูมิแพ้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น อาจจะเป็นหืด, ภูมิแพ้อากาศ, ลมพิษ เป็นต้น โรคนี้มักมีอาการตั้งแต่เด็ก มีผู้ป่วยน้อยรายที่จะแสดงอาการตอนอายุมาก และมักมีประวัติเป็นๆ หายๆ เรื้อรังอยู่เป็นประจำ โดยเป็นบ่อยในฤดูฝนและฤดูหนาว แต่บางรายอาจเป็นอยู่ตลอดทั้งปี ซึ่งเวลาที่ผู้ป่วยไม่มีอาการหอบหืดจะแลดูแข็งแรงเช่นคนปกติทุกอย่าง
การที่โรคหืดเป็นโรคภูมิแพ้ ดังนั้น อาการของโรคจึงมักจะกำเริบเวลาที่ผู้ป่วยสัมผัสถูกสารที่แพ้ซึ่งมีอยู่มากมาย เช่น ฝุ่นละออง, เกสรดอกไม้, ขนสัตว์, ความเย็น, สารเคมี เป็นต้น หรือแม้แต่การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ เช่น เป็นไข้หวัด, เจ็บคอ, หลอดลมอักเสบ ฯลฯ หรือบางครั้งความเครียดทางอารมณ์ก็มีส่วนกระตุ้นให้เป็นหืดได้
ผู้ป่วยที่เป็นหืดจะมีอาการแน่นอึดอัดในหน้าอก หายใจเข้าออกลำบาก โดยเฉพาะในช่วงหายใจออก ถ้าเป็นมากๆ ผู้ป่วยจะหอบจนต้องลุกขึ้นนั่งเพื่อให้หายใจได้สะดวกขึ้น และอาจพูดได้เป็นคำๆ ไม่ต่อเนื่องเป็นประโยคเนื่องจากหายใจไม่ทัน ผู้ป่วยจะหายใจมีเสียงดังวี้ด ๆ และมักจะไอมากมีเสมหะเหนียว อาจมีอาการคันจมูก คัดจมูก คันคอ เป็นหวัด จามร่วมด้วยได้ ขณะที่ผู้ป่วยมีอาการหอบหากฟังปอดจะได้ยินเสียงวี้ด (Wheeze)ที่ปอดทั้ง 2 ข้าง และช่วงหายใจออกจะยาวกว่าปกติ ซึ่งเสียงวี้ดที่ได้ยินนั้นเกิดจากการตีบแคบของหลอดลม เนื่องจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อที่ผนังหลอดลม ทำให้ลมหายใจเข้าออกลำบาก
ในรายที่เป็นรุนแรงจะมีอาการหอบติดต่อกันนาน ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า สเตตัส แอสมาติคัส (Status asthmaticus) จะเป็นอันตรายถึงตายได้ เนื่องจากหายใจเอาอากาศเข้าปอดได้ไม่เพียงพอ
ส่่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่เป็นหืดจะไม่มีไข้ ในรายที่มีไข้มักเป็นหืดร่วมกับอาการของไข้หวัด,หลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบ หรือในรายที่พบว่าความดันโลหิตสูง เท้าบวม หน้าบวม และนอนราบไม่ได้ร่วมด้วย อาจเป็นอาการหอบที่มีสาเหตุจากโรคหัวใจหรือโรคไต ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาอย่างทันท่วงที
แม้โรคหืดจะเป็นโรคเรื้อรังและมักจะไม่หายขาด แต่การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องและการรักษาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้สามารถควบคุมอาการหอบได้และดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด
ในปัจจุบันเราทราบแล้วว่าโรคหืดเกิดจากภาวะหลอดลมตีบ จึงทำให้เกิดอาการหอบ ไอมาก เสมหะมากและเหนียว ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการอักเสบเรื้อรังของหลอดลมและการได้รับสิ่งกระตุ้นให้เกิดอาการหืด ดังนั้นการรักษาหืดเราจึงมุ่งเน้นแก้ไขภาวะต่างๆ เหล่านี้โดย
เมื่อเป็นโรคหืด สิ่งที่ต้องทำคือพบแพทย์เพื่อรักษาให้เร็วที่สุด ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดทั้งการใช้ยาและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น เพื่อให้คุณสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

รู้ไว้ได้ประโยชน์…สิ่งที่ผู้ป่วยโรคหอบหืดควรปฏิบัติ