หลายคนอาจเคยเข้าใจผิดว่าอาการปวดท้องเป็นผลจากพฤติกรรมการทานอาหารไม่ตรงเวลา หรือทานอาหารรสจัดเท่านั้น นำมาซึ่งอาการปวดท้องรุนแรง โดยไม่ทำให้เกิดเนื้อร้ายใดๆ แต่ความจริงแล้วสาเหตุของอาการปวดท้องหลายอย่าง อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งกระเพาะอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียเอชไพโลไร ซึ่งองค์การอนามัยโลกจัดเป็นเชื้อก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงกระเพาะอาหารบางรูปแบบ เช่น Intestinal Metaplasia อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็งในอนาคตได้เช่นกัน ภาวะเสี่ยงเหล่านี้หากตรวจพบในระยะเริ่มต้น สามารถรักษาหายขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือให้ยาเคมีบำบัดใด ๆ

การส่องกล้องกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) คือ การตรวจภายในกระเพาะอาหารด้วยกล้องขนาดเล็ก ปรับโค้งงอได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร ที่ปลายกล้องจะมีเลนส์ขยายภาพ ปลายอีกข้างหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงและส่งภาพมายังจอรับภาพ ส่องเข้าไปในปาก ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อให้แพทย์เห็นสาเหตุของรอยโรคได้ชัดเจน เป็นวิธีวินิจฉัยโรคในกระเพาะอาหารที่ละเอียดที่สุดในปัจจุบัน ใช้เวลาตรวจประมาณ 10-15 นาที

ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวหรือญาติสายตรงเคยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมาก่อน
ผู้ที่มีภาวะซีด (โลหิตจาง) ที่หาสาเหตุไม่พบ
ผู้ที่มีอาการผิดปกติของทางเดินอาหารส่วนบน เช่น ปวดท้องเรื้อรังและไม่ตอบสนองต่อการรักษา เบื้องต้น คลื่นไส้อาเจียนมาก อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ
เริ่มมีอาการปวดท้องครั้งแรกในผู้มีอายุ 45 ปีขึ้นไป
มีอาการปวดท้อง ร่วมกับ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ท้องอืด แน่นท้อง หรือคลำ ก้อนได้ในท้อง
ทานยาลดกรดต่อเนื่อง 2-4 สัปดาห์ แล้วแต่อาการยังไม่หาย
มีปัญหาการกลืน เช่น กลืนลำบาก กลืนแล้วเจ็บ
อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดสีแดงหรือดำ
คลื่นไส้อาเจียนเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
ท้องเสียเรื้อรัง โดยไม่ทราบสาเหตุ
เจ็บคอ คอแห้ง เสียงแหบหรือไอบ่อยๆ โดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการกรดไหลย้อน แม้ทานยารักษาต่อเนื่อง แต่ยังไม่หายสนิท
ผู้ป่วยโรคตับแข็ง ที่มีแรงดันเส้นเลือดในช่องท้องสูง
งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนตรวจ
กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้ประจำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาหยุดยาบางตัวที่มีผลต่อการส่องกล้องตรวจ
ก่อนรับการส่องกล้องผู้ที่สวมใส่แว่นตา คอนแทคเลนส์ หรือฟันปลอมจะต้องถอดออกทั้งหมด
ก่อนการส่องกล้องผู้ป่วยจะได้รับการพ่นยาชาในคอ 2 ครั้ง หรืออาจใช้ยาระงับความรู้สึกแบบฉีดแทน ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสม
นำกล้องซึ่งเป็นสายยางขนาดเล็ก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ใส่ผ่านปากและลำคอลงไป ปลายกล้องจะมีหลอดไฟเพื่อให้แสงสว่างระหว่างการตรวจ
แพทย์จะเริ่มตรวจดูตั้งแต่ในคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร จนถึงลำไส้เล็กส่วนต้น หากเจอรอยโรคหรือความผิดปกติ แพทย์จะนำตัวอย่างเนื้อที่เห็นไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติม ระยะเวลาในการรอผลตรวจชิ้นเนื้อ ประมาณ 3-7 วันทำการ
ระหว่างการตรวจ แพทย์จะใส่ลมเล็กน้อยเข้าไปในกระเพาะอาหาร เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เจ้าหน้าที่จะดูดน้ำลายที่ออกมาด้วยเครื่องดูดเสมหะ
กรณีพบติ่งเนื้องอกขนาดเล็ก แพทย์จะใช้เครื่องมือตัดติ่งเนื้อออก
การวินิจฉัยที่แม่นยำ ช่วยให้แพทย์ตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะ เช่น แผลอักเสบ เนื้องอก ติ่งเนื้อ (Polyp) หรือรอยโรคต่าง ๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งการตรวจอื่น ๆ อาจมองไม่เห็น
มีการรักษาไปพร้อมกัน ในขณะส่องกล้อง แพทย์สามารถใช้อุปกรณ์พิเศษรักษาได้ทันที เช่น การตัดติ่งเนื้อ (Polyp) ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคต หรือการห้ามเลือดจากแผลในกระเพาะอาหาร
การส่องกล้องช่วยคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โดยมักตรวจพบ “ติ่งเนื้อ (Polyp)” ที่ยังไม่พัฒนากลายเป็นมะเร็ง การตัดติ่งเนื้อเหล่านี้เป็นการ หยุดยั้งการเกิดมะเร็งได้

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร ผลข้างเคียง?
– นอกจากความรู้สึกง่วงซึม การส่องกล้องยังอาจทำให้มีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น เจ็บคอนาน 1-2 วัน ปวดบีบที่ท้อง ท้องอืดหรือมีแก๊สในท้องที่จะค่อย ๆ ดีขึ้นเองเมื่อผายลมหรือเรอ
– มีภาวะเลือดออกจากการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ โดยปกติแผลจากการตัดชิ้นเนื้อจะมีขนาดเล็กและเลือดหยุดได้เอง แต่ถ้าผู้ป่วยรับประทานยาในกลุ่มยาละลายลิ่มเลือด อาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะเลือดออกภายในกระเพาะได้ ควรแจ้งแพทย์ก่อนส่อง
– หากมีสัญญาณแสดงถึงปัญหาร้ายแรง เช่น เจ็บหน้าอกหรือปวดท้องรุนแรง อาเจียนต่อเนื่อง อาเจียนเป็นเลือด มีไข้สูง หรือหายใจหอบเหนื่อย ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ส่องกล้องกระเพาะกับลำไส้ใหญ่ ทำพร้อมกันในวันเดียวได้ไหม??
– การส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหาร (Gastroscopy) และการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวได้ เพราะสะดวกสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากใช้การดมยาสลบ เพียงครั้งเดียวและลดการเตรียมตัวงดน้ำงดอาหาร และการเดินทางมาหลายครั้ง
รายงานอ้างอิงศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและห้องปฏิบัติการประสาททางเดินอาหารและการเคลื่อนไหว. (2569). ขั้นตอนการส่องกล้องกระเพาะอาหาร. กรุงเทพฯ: คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล.