เติมเต็มไรผม แก้ไขผมบาง หน้าผากกว้าง
นอกจากเรื่องรูปร่างหน้าตาที่มีอิทธิพลต่อความมั่นใจแล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งในร่างกายที่มีผลต่อภาพลักษณ์นั่นก็คือ “เส้นผม” เพราะลักษณะเส้นผมบนศีรษะที่ดกหนา รวมถึงลักษณะไรผมบริเวณหน้าผากที่เต็ม ไม่เว้าแหว่ง ช่วยทำให้ใบหน้าดูมีมิติและอ่อนวัยได้อีกด้วย
แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้หลายคนหมดความมั่นใจเพราะปัญหาผมบาง ไรผมเว้าแหว่ง อาทิ กรรมพันธุ์ การดูแลเส้นผมที่ไม่ถูกวิธี อย่างสาวๆ บางคนที่มักจะรวบผมตึง ตลอดเวลา จนทำให้เส้นผมมีการดึงรั้ง นานวันเข้าไรผมก็ดูเว้าเข้าไปเยอะจนหน้าผากเถิก หรือปัจจัยที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด อย่างอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ศีรษะ เกิดแผลเป็นและทำให้เส้นผมบริเวณนั้นแหว่งไป เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย “การสักไรผม” ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีการสักเพื่อความงามที่ช่วยคืนความมั่นใจกลับมาให้คุณได้อีกครั้ง
การสักไรผมคือ การสักลายเสมือนเส้นผมที่บริเวณขอบรอยต่อระหว่างใบหน้ากับเส้นผม หรือที่เรียกว่า “ไรผม” เป็นการสักเพื่อเติมบริเวณไรผมให้เต็ม แก้ไขปัญหาผมบาง หน้าผากเถิกกว้าง ทำให้หน้าผากดูมีมิติและแคบลงได้
การสักไรผมเหมาะกับใครบ้าง
✔ คนที่มีไรผมบาง หรือ เว้าแหว่ง จนทำให้หน้าผากแลดูเถิกกว้าง
✔ กรณีที่เกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและทำให้เกิดแผลเป็น จนเส้นผมบริเวณนั้นแหว่งไป
✔ กรณีที่เส้นผมตรงกลางศีรษะบางเล็กน้อย
✔ คนที่มีเส้นผมแหว่งจากการผ่าตัดปลูกผม
แต่อาจมีบางกรณีที่แพทย์ผู้ชำนาญการจะไม่แนะนำให้แก้ไขด้วยการสักไรผมเช่น ผมบางจนเป็นแอ่งกว้าง หรือบางไม่มากแต่กินพื้นที่กว้างมากๆ หากแก้ไขด้วยการสักไรผมอาจทำให้ดูหลอกตา ไม่เป็นธรรมชาติ
สีที่ใช้ในการสักไรผม
เป็นสีที่ใช้ในทางการแพทย์และเครื่องสำอาง ไม่ก่อปฏิกิริยากับร่างกาย ไม่ก่อมะเร็งและพบปฏิกิริยาแพ้น้อยมาก ส่วนการเลือกใช้สีในการสักนั้น แพทย์ผู้ชำนาญการจะทำการเทียบสีให้ใกล้เคียงกับเฉดสีผมของคนไข้เพื่อความเป็นธรรมชาติกลมกลืนไปกับเส้นผมจริง
มั่นใจได้ในความปลอดภัย
ขั้นตอนการสักไรผมทั้งหมดทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ ทำในห้องปลอดเชื้อ ใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และเข็มที่ใช้ในการสักเป็นเข็มที่ใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง คนไข้จึงมั่นใจได้ในความปลอดภัยในทุกขั้นตอน
การเตรียมตัวก่อนสักไรผม
การสักไรผมเป็นการรักษาที่ใช้ครีมยาชาเฉพาะที่ ดังนั้นคนไข้ไม่ต้องงดน้ำ หรืองดอาหาร เพียงแต่ต้องล้างหน้าและสระผมให้สะอาด รวมถึงควรงดทานยาบางชนิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด แอสไพริน วิตามินอีและบี12 ก่อนเข้ารับการสักไรผมประมาณ 2-3 วัน เพราะอาจส่งผลต่อการหยุดไหลของเลือด (ในขณะทำการสักอาจมีเลือดซึมออกได้) ทำให้สีติดน้อยลงได้
ขั้นตอนในการสักไรผม
แพทย์ผู้ชำนาญการตรวจวิเคราะห์ลักษณะไรผมของคนไข้ รวมถึงพูดคุยกับคนไข้ถึงความต้องการ เช่น คนไข้ต้องการเติมไรผมมากน้อยแค่ไหนถึงแลดูเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา และลักษณะของไรผมที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้ เช่น ลักษณะโค้งเป็นวงกลม ลักษณะเป็นเส้นตรง หรือลักษณะเป็นตัว M เป็นต้น ต่อมาแพทย์จะทำการเลือกเฉดสีให้เหมาะสมกับสีเส้นผมจริงของคนไข้ และทำการแปะยาชาบริเวณที่จะทำการสักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนเวลาที่ใช้ในการสักไรผมนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและความกว้างในบริเวณนั้น โดยเฉลี่ยจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที
ผลลัพธ์การสักไรผม
โดยเฉลี่ยแล้ว การสักไรผมจะให้ผลลัพธ์นานถึง 2-3 ปี ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการติดทนของสีนั้น ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพสีที่ใช้ แต่ยังมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ลักษณะผิวหนัง (กรณีที่ผิวมันและผิวแห้ง อาจมีผลต่อการติดของสี) การดูแลตัวเองหลังสัก เป็นต้น ฉะนั้นแพทย์ผู้ชำนาญการจึงต้องมีการพูดคุยกับคนไข้ให้เข้าใจถึงผลลัพธ์การรักษาก่อนตัดสินใจสักไรผม และหลังจากสักไรผมแล้วในครั้งแรก คนไข้ต้องกลับมาพบแพทย์เพื่อทำการประเมินการติดของสีที่สักไปแล้ว ว่าควรกลับมาสักเพิ่มเพื่อเติมสีอีกครั้งหรือไม่และเมื่อไหร่ โดยเฉลี่ยแล้วจะเว้นระยะในการเติมสีครั้งต่อไปประมาณ 2 เดือนหลังการสักครั้งแรก แต่หากสีที่สักนั้นติดดีแล้วคนไข้ก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาเติมสีอีกครั้ง
การดูแลตัวเองหลังการสักไรผม
ทันทีหลังการสักจะไม่มีอาการบวมแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะมีเลือดซึมออกมาเพียงเล็กน้อย โดยแพทย์จะทายาและติดผ้าก๊อซให้ (คนไข้สามารถแกะผ้าก๊อซออกได้หลังจากทำการสักประมาณ 4-6 ชั่วโมง) จากนั้นคนไข้สามารถเดินทางกลับบ้านได้เลย และควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ดังนี้
โดยแพทย์จะนัดคนไข้กลับมาติดตามผลของการสักประมาณ 2 เดือนหลังจากการสักครั้งแรก
การแก้ไขหรือลบรอยสักไรผมเดิม
ในกรณีที่คนไข้ต้องการแก้ไขการสักไรผมที่เคยสักมาก่อน สามารถทำได้โดยการเข้ารับการตรวจวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแพทย์ผู้ชำนาญการ หากเป็นจุดบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ สามารถแก้ไขโดยการใช้น้ำยาลบรอยได้ แต่หากเป็นจุดบกพร่องที่มีพื้นที่หรือขนาดที่ใหญ่ โดยส่วนมากแพทย์จะแนะนำวิธีการลบด้วยเลเซอร์แทนการใช้น้ำยาลบรอย ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
การสักไรผมทำได้ทุกคนหรือไม่
การสักไรผมเป็นการรักษาที่ไม่ใช่การผ่าตัด แต่อาจมีผลให้เกิดแผลและมีเลือดซึมออกได้บ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด เพราะทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญการและเครื่องไม้เครื่องมือที่สะอาดได้มาตรฐาน จึงทำให้มีความปลอดภัย แต่ยังมีข้อควรระวังหรือข้อจำกัดในคนไข้บางราย เช่น คนไข้ที่เป็นโรคทางผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ เชื้อรา หรือ มีสิวเห่อ ผื่นแพ้ แพทย์ยังไม่แนะนำให้ทำการสักไรผม คนไข้ควรรักษาให้อาการเหล่านี้หายดีเสียก่อน ต่อมาในกรณีที่คนไข้เป็นโรคเบาหวาน จำเป็นต้องคุมน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่ดีก่อนถึงจะเข้ารับการสักไรผมได้ เพราะหากระดับน้ำตาลในเลือดยังสูงอยู่ เมื่อเกิดแผลแล้วจะหายยาก และในรายที่เป็นโรคหัวใจที่ต้องทานยาละลายลิ่มเลือด รวมถึงแพทย์ได้วินิจฉัยแล้วว่าต้องทานยาตลอด หยุดทานไม่ได้ แพทย์จะไม่แนะนำให้สักไรผม เพราะยาละลายลิ่มเลือดมีผลต่อการหยุดไหลของเลือด เป็นต้น
การสักไรผมเป็นวิธีที่ให้ผลลัพธ์ที่ดี แลดูเป็นธรรมชาติในกรณีที่ผมบางเป็นส่วนน้อย หรือ ในรายที่ต้องการเติมเต็มไรผมในปริมาณที่เหมาะสม หรือ ในคนที่ทำการรักษาโดยการปลูกผมมาก่อนแล้วและต้องการเติมเต็มไรผมให้ดูเต็มมากขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีผมบางมาก หรือ ศีรษะล้านมาก ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์เพื่อรักษาโดยวิธีการปลูกผม แทนการแก้ไขด้วยการสักไรผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า และดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
นอกจากการสักไรผมแล้ว ก็ยังมีการสักเพื่อความงามอื่นๆ ที่ช่วยทำให้คุณมั่นใจและดูดีขึ้นได้อีกเช่นกัน อาทิ การสักขอบตา การสักปากชมพู หรือการสักหัวนมชมพู
ทั้งนี้การสักเพื่อความงามทุกประเภทนั้น คนไข้จำเป็นต้องหาข้อมูลและทำความเข้าใจอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ รวมไปถึงเลือกทำกับแพทย์ หรือบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรม มีประสบการณ์ และสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงคือ เรื่องของความสะอาดและได้มาตรฐานของวัสดุอุปกรณ์และสถานที่ที่ทำ เพื่อความสวยงามที่อยู่กับคุณอย่างปลอดภัยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม