ปัญหาสำคัญของการศัลยกรรมจมูก คือ เกิดรอยฟกช้ำ หน้าบวม ตาเขียว และต้องใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นยาวนาน แต่ปัจจุบันมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการแพทย์แบบใหม่เข้ามาช่วยแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวด้วยคลื่นความถี่สูง Piezo (Ultrasonic) Rhinoplasty ที่ใช้คลื่นเสียงและเครื่องมือ Piezoelectric ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังกระดูกโดยตรง ช่วยขัด-ตัด-เฉือนกระดูกด้วยความแม่นยำสูง แก้ไขปัญหาจมูกคด, สันจมูกสูง และความไม่สมมาตรของจมูกได้ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่ออ่อน ผลลัพธ์ที่ได้หลังผ่าตัดจึงลดอาการบวมช้ำและช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น

การศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูง Piezo (Ultrasonic) Rhinoplasty คือ การศัลยกรรมจมูกแบบใหม่ที่อาศัยการสั่นของคลื่นความถี่สูงประมาณ 22 kHz ในการตัดขูดกระดูกจมูก ทดแทนเครื่องมือของการผ่าตัดแบบเดิมที่ใช้ค้อน (hammer), สิ่ว (chisel) และตะไบ (rasps) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทักษะฝีมือเฉพาะตัวของศัลยแพทย์แต่ละบุคคล ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ กระดูกอ่อน และเส้นเลือดบริเวณโดยรอบได้ จนนำมาซึ่งอาการฟกช้ำและบวม จนต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นค่อนข้างยาวนาน
มีความแม่นยำในระดับมิลลิเมตร ช่วยให้เกลารูปทรงกระดูกได้ละเอียดมากขึ้น โดยเฉพาะส่วนขอบที่มีความเรียบเนียนและสมมาตร ได้อัตราส่วนของรูจมูก สันจมูก ปลายจมูกที่ลงตัว ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ

อาการบวมและฟกช้ำลดลง เนื้อเยื่อโดยรอบได้รับความเสียหายน้อยลง
ระยะฟักฟื้นน้อยลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำงานได้หลังพักฟื้นน้อยกว่า 1 สัปดาห์
ทรงจมูกเนียนสวยเป็นธรรมชาติ อันเกิดจากกระบวนการเหลาให้เล็กลงแทนการทุบ ทำให้เส้นโค้ง จมูกเรียบเนียนขึ้น
ผู้ที่มีกระดูกจมูกโก่ง สันกระดูกกว้าง หรือไม่สมมาตร
ผู้ที่ต้องการศัลยกรรมจมูกครั้งแรกหรือเพื่อแก้ไขบริเวณกระดูกฐานจมูก
ผู้ที่ต้องการระยะเวลาในการพักฟื้นน้อย เพื่อโอกาสกลับไปทำงานและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
ต้องการผลลัพธ์หลังผ่าตัดที่มีความเป็นธรรมชาติ
เข้ารับคำปรึกษาจากศัลยแพทย์เรื่องโครงสร้างใบหน้าและรูปทรงจมูก โดยศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการผ่าตัดทุกขั้นตอน โดยคำนึงถึงความเหมาะสมและปลอดภัยของคนไข้เป็นสำคัญ
ก่อนผ่าตัดแพทย์จะซักถามประวัติคนไข้ เช่น ประวัติแพ้ยา ประวัติโรคประจำตัว ฯลฯ และประเมินโครงสร้างใบหน้ากับจมูก เพื่อวางแผนการผ่าตัด
ยังมีข้อจำกัด โดยต้องผ่าตัดเปิดจมูก (open rhinoplasty) เนื่องจากต้องใช้พื้นที่สำหรับวางเครื่องมือ
ใช้เวลาผ่าตัดโดยเฉลี่ย 1-2 ชั่วโมง มีการดมยาสลบระหว่างผ่าตัด
ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับประสิทธิภาพหลังการรักษา
ต้องใช้แพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดแบบ Ultrasonic
การศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูงมีความแม่นยำระดับมิลลิเมตรขณะที่ ศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) ขึ้นอยู่กับทักษะฝีมือของศัลยแพทย์แต่ละบุคคล
ศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) ใช้เวลาพักฟื้นนานมากกว่า 1 สัปดาห์ ขณะที่การศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูงใช้เวลาน้อยกว่า 1 สัปดาห์
เส้นทางตัดของการศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) ไม่ชัดเจน ขณะที่การศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูงเห็นกระดูกชัดและเจาะได้ตรงกว่า
การศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) มีโอกาสเกิดความผิดพลาดได้มากกว่า อันนำไปสู่การแก้จมูกได้ เนื้อเยื่อบาดลึกและฟกช้ำมาก ขณะที่ การศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูงลดความเสี่ยงในการแก้ซ้ำน้อย เนื้อเยื่อฟกช้ำน้อยกว่า
งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อหลังผ่าตัด
งดการทานยาสลายลิ่มเลือด ควรแจ้งแพทย์หากจำเป็นต้องทานยาโรคประจำตัว
งดการใช้อาหารเสริม เช่น วิตามิน อี และแปะก๊วย เป็นต้น ก่อนทำการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
หลีกเลี่ยงการทานอาหารหมักดองและอาหารทะเลเพื่อลดโอกาสเกิดอาการอักเสบและบวมช้ำ
พักฟื้นที่ รพ. 1 คืน
95,000 บาท

ศัลยกรรมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) คืออะไร? ต่างจากการศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) อย่างไร?
ศัลยกรรมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty) คือ การผ่าตัดศัลยกรรมจมูกที่ศัลยแพทย์ทำการเปิดแผลบริเวณใต้ฐานจมูก เพื่อให้สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกได้อย่างชัดเจน ทำให้สามารถปรับแก้ปัญหาโครงสร้างจมูกได้อย่างครอบคลุมและแม่นยำ ต่างจากการการศัลยกรรมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty) ตรงที่เป็นการผ่าตัดเสริมจมูกโดยเปิดแผลเล็กๆ ภายในรูจมูก ไม่มีแผลภายนอกให้เห็น เพื่อใส่ ซิลิโคน หรือวัสดุอื่น ๆ เข้าไปปรับรูปทรงของจมูก

วิธีดูแลตัวเองหลังศัลยกรรมจมูกด้วยคลื่นความถี่สูง?
-ทานยาแก้ปวดและแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
-ควรนอนหมอนสูงหรือใช้หมอนรองคอช่วยเวลานอนเพื่อลดอาการบวม
-ห้ามแกะ แคะ เกา บริเวณจมูก
-ในช่วง 4 วันแรกควรประคบผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งตามคำแนะนำของแพทย์หลังจากวันที่ 7 เป็นต้นไปหากมีรอยช้ำสามารถใช้วิธีการประคบร้อนช่วยได้
-ควรระมัดระวังไม่ให้แผลสัมผัสน้ำ
-หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการแพ้และอาหารที่ทำให้หน้าบวมแดง เช่น อาหารที่ร้อนจัด อาหารที่มีรสเผ็ด อาหารรสเค็ม
-งดสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 1 เดือน
-หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ที่เสี่ยงต่อการกระแทก
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม