วัณโรคปอด(TB)
วัณโรค โรคติดต่อที่ร้ายแรง 1 ในสาเหตุการตายที่สำคัญ
สงสัยกันไหม ไอแบบไหนที่เข้าข่ายวัณโรคปอด
เคยไหม ไอเรื้อรัง จนเจ็บหน้าอก ไอแห้งๆ แต่มีเสมหะ หรือบางครั้งนั่งรถสาธารณะ เห็นคนไอจนตัวโยน ใช่ไหม เป็นวัณโรคปอดหรือเปล่า แทบไม่อยากหายใจ กลัวเอาเชื้อเข้าไปในปอด แล้วจะรู้ได้อย่างไร แบบไหนที่เข้าข่าย ต้องรู้ให้แน่ เห็นคนไอหนักๆ จะได้ไม่กลัวจนตัวสั่น
วัณโรค โดยปกติเรียกว่าโรค(TB) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium ซึ่งมีหลายชนิด เชื้อที่พบบ่อยที่สุดและเป็นปัญหาในประเทศไทย คือ เชื้อ Mycobacterium tuberculosis วัณโรคเกิดได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย ส่วนใหญ่มักเกิดที่ปอดพบร้อยละ 80 ส่วนวัณโรคนอกปอดเป็นผลมาจากการแพร่กระจายของการติดเชื้อไปยังอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ เยื้อหุ้มปอด ต่อมน้ำเหลือง กระดูกสันหลัง ข้อต่อ ช่องท้อง ระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท เป็นต้น
วัณโรคปอด แพร่กระจาย หรือติดต่อกันได้อย่างไร
เชื้อวัณโรคจะแพร่กระจายจากปอด หลอดลม หรือกล่องเสียงของผู้ป่วยวัณโรค เมื่อผู้ป่วยไอจามพูดดังๆ ตะโกน หัวเราะ หรือร้องเพลง เชื้อเหล่านี้จะอยู่ในละอองฝอยของเสมหะที่ออกมาสู่อากาศ อนุภาคของละอองฝอยขนาดใหญ่มักตกลงพื้นและแห้งไป เหลือส่วนที่เล็กที่สุดที่มีเชื้อวัณโรคจะลอยอยู่ในอากาศได้หลายชั่วโมง และถูกทำลายโดยแสงแดด ซึ่งการไอในเวลา 1 ชั่วโมง ผู้ป่วยระยะแพร่เชื้อสามารถปล่อยละอองเสมหะที่มีเชื้อ
ได้ตั้งแต่ 18-3,798 ละออง
เมื่อคนสูดหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย เชื้อวัณโรคที่มีขนาดใหญ่จะติดอยู่ที่จมูกหรือลำคอ ซึ่งมักไม่ก่อให้เกิดโรค แต่ส่วนที่มีขนาดเล็กๆ จะเข้าไปสู่ที่ปอด เชื้อจะถูกทำลายด้วยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากมีเชื้อที่ถูกทำลายไม่หมดจะแบ่งตัวทำให้เกิดการติดเชื้อ ถ้าระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงจะสามารถยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อวัณโรคได้ แต่การติดเชื้อในคนเราส่วนมากส่งผลให้เกิดการติดเชื้อแบบแฝง และราวหนึ่งในสิบท้ายที่สุดเชื้อจะพัฒนาไปเป็นโรคที่มีฤทธิ์ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ผู้ป่วยขั้นเสียชีวิตได้
อาการสงสัยวัณโรคปอด
ใครบ้างที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
ระยะการติดเชื้อวัณโรค
2. การติดเชื้อระยะป่วยเป็นโรคอาจมีการป่วยเป็นโรคขึ้นมาในภายหลังได้ หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เชื้อวัณโรค ที่อาศัยอยู่ในร่างกายอาจได้รับการกระตุ้นก่อให้เกิดวัณโรคและอาการที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีและเชื้อวัณโรคร่วมกันมีแนวโน้มจะป่วยเป็นวัณโรคมากขึ้น สำหรับในบางคน ระยะป่วยเป็นโรคอาจเกิดขึ้นได้ภายหลังติดเชื้อวัณโรคเพียงไม่กี่สัปดาห์
ติดเชื้อวัณโรค…รักษาได้
ในปัจจุบัน วัณโรคปอดเป็นโรคที่รักษาให้หายขาดได้ โดยใช้ระยะเวลาการรักษาสั้นที่สุด 6 เดือน แต่บางรายอาจจะ 1 ปี หรือมากกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยด้วย ว่ากินยาครบตามที่แพทย์สั่งหรือไม่ ถ้ากินๆ หยุดๆ อาจทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อวัณโรคดื้อยาได้ จะทำให้ระยะเวลาการรักษายาวนานและการรักษายากมากยิ่งขึ้น โดยปกติแล้วผู้ป่วยวัณโรคจะกินยาวันละ 8-12 เม็ด นาน 6-8 เดือน อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะเป็นสีเหลืองเข้ม ก็ไม่ต้องกังวลไปเป็นผลข้างเคียงจากยา หลังจากผ่านไปสองอาทิตย์สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ตามปกติ แต่ยังคงต้องกินยาอย่างต่อเนื่อง ผู้ป่วยหลายท่านคงเบื่อและไม่ชอบการกินยาซักเท่าไหร่ เพราะค่อนข้างเยอะและต้องมีวินัย แต่เชื่อเถอะค่ะว่ากินแล้วส่งผลดีต่อตัวท่านเองแน่นอน ยาวัณโรคในปัจจุบันหลักๆ จะมีอยู่ 4ชนิด ได้แก่ Isoniazid, Rifampicin, pyrazinamide, Ethambutol ยาที่กล่าวมาในข้างต้นนี้มีผลข้างเคียงทุกตัว จึงต้องอยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ ถ้าซื้อหรือหามารับประทานเองอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ดูแลตัวเองยังไง…เมื่อป่วยเป็นโรคนี้
ป้องกันวัณโรคปอดได้อย่างไร
2. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่
3. ควรตรวจร่างกายโดยการเอกซ์เรยปอดหรือตรวจเสมหะ (AFBอย่างน้อยปีละ 1ครั้ง ถ้าพบว่าเป็นวัณโรคจะได้รีบรักษาก่อนที่จะลุกลามมากขึ้น
4. ถ้ามีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยว่าเป็นวัณโรค เช่น ไอเรื้อรัง 2 สัปดาห์ขึ้นไป มีไข้ต่ำๆโดยเฉพาะตอนบ่ายหรือค่ำ เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดควรรีบไปรับการตรวจรักษาโดยการเอกซเรย์ปอด ตรวจเสมหะ
ถึงโรควัณโรคปอดจะร้ายแรงจนอาจทำให้ใครๆ เสียชีวิต แต่ก็สามารถป้องกัน เป็นโรคแล้วก็หายได้ สิ่งที่น่ากลัว คือเราไม่ป้องกันและไม่ดูแลตัวเองให้ดีพอ ถ้าเรายังไม่รักตัวเอง จะหวังให้ใครมารัก จริงไหมคะ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม