ลดริ้วรอย… ด้วยโบท็อกซ์

ผู้หญิงเราพออายุอานามเริ่มมากขึ้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าก็เริ่มมาเยือน ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยใต้ตา รอยย่นบนหน้าผาก หว่างคิ้ว รอยย่นบริเวณหางตา หรือรอยตีนกา แต่เรื่องริ้วรอยจะโทษอายุอย่างเดียวคงไม่ได้ การถูกแสงแดดบ่อย ๆ, การใช้เครื่องสำอางมากเกินไป, ความเครียด, ความวิตกกังวล, การที่ชอบขมวดคิ้วหรือย่นหน้าผากบ่อย ๆ ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอยที่ว่านี้ได้

มัวแต่ส่องกระจกนั่งนับริ้วรอยคงมีแต่ทำให้กลุ้มใจหนักขึ้น ปัญหาริ้วรอยที่คอยกวนใจจะหายวับไปได้ด้วยการ ฉีดโบท็อกซ์ (Botox) ทำให้ใบหน้าของคุณกลับมาเรียบตึง ดูอ่อนเยาว์ขึ้น ย้อนวัยจนใครๆ เห็นต้องแปลกใจ

แล้ว โบท็อกซ์ ที่ว่า..คืออะไร 

โบท็อกซ์   เป็นสารโปรตีนสกัดชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าไปในบริเวณที่มีริ้วรอย ร่องลึก ตัวยาจะจับและยับยั้งตัวปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด  ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว จึงทำให้ผิวหนังด้านบนของกล้ามเนื้อเหล่านั้นค่อยๆ เรียบเนียนดูเต่งตึงขึ้น จนคุณรู้สึกได้ถึงริ้วรอยเหี่ยวย่นทั้งหลายที่หายไป

อย่างไรก็ตาม การฉีด โบท็อกซ์ ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัด ที่เราต้องทราบเช่นกัน ข้อดี คือ ช่วย ลดริ้วรอย รอยย่น รอยลึกต่างๆ บนใบหน้าได้ดี ซึ่งบริเวณที่พบปัญหามากคือ รอยย่นที่หน้าผากทำให้หน้าผากไม่เรียบ รอยย่นหว่างคิ้ว รอยย่นบริเวณหางตา หรือ รอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา เป็นต้น นอกจากนั้นการฉีด โบท็อกซ์ ยังเป็นวิธีการที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องมีบาดแผล ไม่มีแผลเป็น ใช้เวลาทำเพียง 10-15 นาที ให้ผลเร็วเพียงไม่กี่วัน แต่มีข้อจำกัดในหญิงที่ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร หรือมีความผิดปกติของระบบกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่หนังตาหรือใบหน้า เลือดออกง่ายผิดปกติ หรือแพ้สารโปรตีนอัลบูมิน ถ้าคุณสงสัยมีข้อจำกัดทำได้หรือไม่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะ

ขั้นตอนการฉีดโบท็อกซ์ 

ทุกวันนี้การฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสวยรักงาม ทำให้มีสถานพยาบาล คลินิกเสริมความงาม เปิดให้บริการอยู่เป็นจำนวนมาก ใครที่คิดจะฉีด โบท็อกซ์ จึงควรศึกษาหาข้อมูลให้รอบคอบ เลือกทำในสถานที่ที่น่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการฉีด ถึงแม้การ ฉีดโบท็อกซ์ จะทำได้ง่าย แต่หากหลงเชื่อโฆษณาเพียงแค่ราคาถูก นอกจากจะทำให้หมดเงินแล้ว ยังอาจจะหมดสวยไปเลยก็ได้

สำหรับยา โบท็อกซ์ ที่ใช้ต้องผ่านการรับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เท่านั้น ซึ่งอาจใช้ชื่อแบรนด์ต่างกัน แต่คุณสมบัติประสิทธิภาพเหมือนกัน ยาโบท็อกซ์ ที่ผ่าน อย. มักจะมีอยู่ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองความปลอดภัย  และฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็จะได้ความสวยที่ปลอดภัยค่ะ

อย่างที่บอกการ ฉีดโบท็อกซ์  ทำได้ง่าย แต่ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เท่านั้น เพราะเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์มีความสำคัญต่อผลของการรักษาและการเกิดอาการข้างเคียงได้ ก่อนการฉีดแพทย์อาจจะทายาชาหรือประคบความเย็นบริเวณที่จะฉีดก่อนเพื่อให้ไม่รู้สึกเจ็บตอนใช้เข็มฉีด แต่เข็มที่ใช้ฉีดโบท็อกซ์นั้นก็มีขนาดที่เล็กมากอยู่แล้ว บางคนอาจไม่ต้องใช้ยาชาหรือความเย็นประคบก่อนก็ได้ จะมีความรู้สึกแค่เจ็บจี๊ดนิดเดียวเหมือนมดกัด แพทย์จะฉีดยาเข้าไปในกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการจะทำให้รอยย่นหายไป คล้ายกับการฉีดยาทั่วๆ ไป ใช้เวลาเพียง 10-15 นาที ก็เป็นอันเสร็จสิ้น

ผลการรักษา

การ ฉีดโบท็อกซ์  เป็นการฉีดยารักษาให้ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อเฉพาะที่ หรือออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่ฉีดเท่านั้น จึงไม่มีผลกับกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทส่วนอื่นๆ ยังคงทำงานได้ตามปกติ  คุณสามารถแสดงสีหน้า อารมณ์ต่างๆ ดูเป็นธรรมชาติเหมือนเดิม เพียงแต่ริ้วรอยหายไปเท่านั้นเอง หลังฉีด โบท็อกซ์ จะทำงานทันที ประมาณ 2-3 วันก็จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น และจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ภายใน 7 วัน เนื่องจากฤทธิ์ยาจะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดยาอ่อนแรงคลายตัวชั่วคราว ฉีดแล้วส่งผลให้ประสิทธิภาพอยู่ได้นานประมาณ 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของแต่ละคนด้วย แพทย์จึงแนะนำให้ฉีดซ้ำประมาณ2-3 ครั้ง/ปี เพราะผลการศึกษาพบว่า การฉีดโบท็อกซ์ต่อเนื่องจะช่วยทำให้การฉีดโบท็อกซ์ครั้งต่อๆ ไป มีประสิทธิภาพที่ยาวนานขึ้น และช่วยให้ฉีดในปริมาณน้อยลงไปเรื่อยๆ ริ้วรอยจะไม่เพิ่มขึ้น  การฉีดโบท็อกซ์ส่วนใหญ่แล้วคนจะชอบ คือฉีดแล้วรู้สึกได้ว่า หน้าเรียบตึงขึ้น ลดริ้วรอย ได้จริง ทำให้มั่นใจมากขึ้น เลยต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ ซึ่งฉีดซ้ำได้หลังฉีดครั้งแรกไปแล้วประมาณ 6 เดือน

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้

หลังฉีดอาจมีอาการข้างเคียงได้บ้าง เช่น อาการปวดบวม รอยช้ำบริเวณที่ฉีด หรือ ปวดศีรษะ ซึ่งอาจมีได้ประมาณ 1-2 วันหลังจากนั้นอาการก็จะหายไปได้เอง หรืออาจรับประทานยาแก้ปวดธรรมดาหรือประคบเย็นก็สามารถบรรเทาอาการได้ อาจมีอาการตึง หนักหน้าได้บ้างหลังทำ ประมาณ 3-4 วัน ก็จะเป็นปกติ ไม่ต้องกังวล ส่วนรอยช้ำมีโอกาสเกิดได้แต่น้อยมากค่ะ หรือถ้ามีอาการผิดปกติมากซึ่งพบน้อยมาก เช่น คลื่นไส้อาเจียน มีการขยับของกล้ามเนื้อ หรือการมองเห็นผิดปกติต้องรีบติดต่อแพทย์ผู้ฉีดทันที  หรืออาจมีอาการหนังตาบนตก คิ้วตกได้ ถ้าได้รับการฉีดที่ผิดวิธีหรือได้รับการฉีดจากแพทย์ที่ไม่เชี่ยวชาญ

การปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์

เนื่องจากในระยะแรกหลังฉีด ยาสามารถกระจายไปบริเวณข้างๆ และออกฤทธิ์ได้ด้วย ทำให้การอ่อนแรงมีมากเกินกว่าต้องการ และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ ดังนั้นในระยะแรกหลังฉีด  ควรอยู่ในท่านั่งหรือยืนประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อกันการไหลของยาไปที่อื่น ควรล้างหน้าทำความสะอาดใบหน้าเบาๆ ไม่ควรถูหน้าหรือนวดหน้า ไม่ควรอบซาวน่า โดยเฉพาะสัปดาห์แรกเนื่องจากอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างอื่นตามมาได้  แต่งหน้าใช้เครื่องสำอางได้ตามปกติ การขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดยาทำได้ไม่มีผลเสียใดๆ หลังการฉีดไปแล้วควรได้รับการตรวจซ้ำโดยแพทย์ผู้ฉีด เพื่อตรวจดูผลการฉีดและผลข้างเคียง  ดังนั้นควรมาตามที่แพทย์นัดเพื่อประเมินผลการรักษาและให้คำแนะนำต่อไป

อันที่จริงเรื่องของการ ลดริ้วรอย บนใบหน้า ยังมีวิธีอื่นนอกเหนือจากการฉีดโบท็อกซ์  สำหรับใครที่ริ้วรอยเหี่ยวย่นยังไม่มาก แพทย์อาจแนะนำเทคโนโลยีช่วยยกกระชับหน้า เช่น เทอร์มาจ  ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ริ้วรอยลดลง ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น แต่ถ้าในคนที่อายุ 40-50 ปีขึ้นไป มีริ้วรอยเหี่ยวย่นค่อนข้างชัดเจนทั้งที่ใบหน้าและลำคอ  การฉีดโบท็อกซ์คงไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสมสักเท่าไหร่ ถ้าต้องการให้ผิวหน้ากลับมาเรียบตึง ดูอ่อนเยาว์ ควรใช้วิธีการ ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงคอ จะดีที่สุดค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ฉีด Botox รอยย่นระหว่างคิ้ว 12-16 UNIT 4,000 บาท
ฉีด Botox ริ้วรอยตื้น 16 UNIT 4,000 บาท
ฉีด Botox รอยตีนกา 24-32 UNIT 8,000 บาท
ฉีด Botox รอยย่นหน้าผาก 24-40 UNIT 10,000 บาท
ฉีด Botox ลดเหงื่อ 100 UNIT 18,000 บาท
ฉีด Botox รอยย่นบนสันจมูก 4-6 UNIT 1,500 บาท
ฉีด Botox การฉีดเพื่อลด PLATYSMAL BAND 16-32 UNIT 8,000 บาท
ฉีด Botox ลดกล้ามเนื้อกราม 50 UNIT 12,000 บาท
ฉีด Botox ลดน่อง 100 UNIT 17,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons