รีแพร์ กระชับช่องคลอด คืนความมั่นใจให้ผู้หญิง

รีแพร์

รีแพร์ กระชับช่องคลอด คืนความมั่นใจให้ผู้หญิง

การคบหาดูใจและการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน นอกจากความรัก ความเข้าใจแล้ว ความสุขทางเพศก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่มีความสำคัญ หากคุณและคนรักมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ก็นับว่าโชคดี แต่บางคู่อาจมีปัญหาในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุมาจากผู้หญิงมีปัญหาช่องคลอดหลวม ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้หญิงทุกคน เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจด้วย

ในบางครั้งผู้หญิงรู้ตัวเองดีว่ามีปัญหาช่องคลอดหลวมแต่ด้วยความอายจึงไม่กล้าเปิดเผย ในบางครั้งผู้ชายอาจไม่กล้าพูดเพราะกลัวผู้หญิงเสียใจ กลัวทำให้ผู้หญิงหมดความมั่นใจ ในกรณีนี้หากปล่อยทิ้งไว้เรื่องก็อาจบานปลายกลายเป็นปัญหาครอบครัวขึ้นมาได้ คนจำนวนมากจึงให้ความสนใจกับการทำรีแพร์ เพราะเป็นวิธีที่จะช่วยทำให้มีความสุขในเรื่องเพศมากขึ้น

รีแพร์ (Repair) หรือ การซ่อมแซม คือ การผ่าตัดตกแต่งกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อที่หย่อนยานภายในช่องคลอดให้กระชับขึ้น เพื่อให้ขนาดหรือเส้นผ่าศูนย์กลางของช่องคลอดเล็กลงและเกิดการหดรัดที่ดีกว่าเดิม โดยเป็นการผ่าตัดตลอดแนวความลึกของช่องคลอด รวมถึงการผ่าตัดตกแต่งเนื้อเยื่อและผิวหนังบริเวณปากช่องคลอดด้วย

ช่องคลอดหลวม เกิดจากภาวะ อุ้งเชิงกรานหย่อน หรือ ภาวะ กระบังลมหย่อน สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์มาเป็นเวลานาน การตั้งครรภ์ การคลอดบุตรทางช่องคลอด การคลอดบุตรหลายคน รวมถึงบุตรมีตัวโต การทำคลอดไม่ถูกวิธี อายุที่มากขึ้น ภาวะอ้วน-ผอม ผู้ที่ต้องออกแรงเกร็งช่องท้องเป็นประจำ เช่น การยกของหนัก ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น ไอเรื้อรัง ท้องผูกเรื้อรัง มีก้อนในช่องท้อง ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง รวมถึงผู้ที่อยู่ใน วัยทอง 

หากละเลยและทนอยู่กับปัญหานี้ไปเรื่อยๆ จะเป็นการบั่นทอนความรู้สึก ทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่มีความสุขในเรื่องของการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดปัญหา ไอจาม ปัสสาวะเล็ด กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง

ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้ารับการผ่าตัดทำรีแพร์จะมีอายุประมาณ 30-50 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการแต่งงานและผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว โดยจะเป็นการผ่าตัดในแง่ของการศัลยกรรมตกแต่งเพื่อความสวยงามและความมั่นใจ สำหรับผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือวัยทอง จะเป็นการผ่าตัดในแง่ของการรักษาภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนนั่นเอง

ภาวะ อุ้งเชิงกรานหย่อน หรือ ภาวะ กระบังลมหย่อน มี 3 แบบ ได้แก่

1. การหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหน้า ซึ่งจะมีกระเพาะปัสสาวะหย่อนตาม หรือ กระเพาะปัสสาวะหย่อน (Cystocele) ทำให้เกิดอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดส่วนหน้า (Anterior Vaginal Repair)

2. การหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดส่วนหลัง ซึ่งจะมีลำไส้ส่วนทวารหนักหย่อนตาม หรือ ลำไส้หย่อน (Rectocele) ทำให้เกิดอาการปวดหน่วงในอุ้งเชิงกราน หรือมีก้อนจุกที่ปากช่องคลอด รวมถึงท้องผูก เพราะผนังที่ยื่นเป็นถุงเข้าไปทางช่องคลอดจะทำให้การขับถ่ายผิดปกติ ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดส่วนหลัง (Posterior Vaginal Repair)

3. มีการหย่อนคล้อยของผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง ในกรณีนี้ แพทย์จะทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดรีแพร์ผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง (A-P Repair หรือ Anterior-Posterior Vaginal Repair)

รีแพร์ หรือ กระชับช่องคลอด ทำได้ 2 วิธี คือการผ่าตัดและการใช้เลเซอร์ การผ่าตัดรักษาแบบดั้งเดิมทำได้โดยการเย็บติดเพื่อรวบเนื้อเยื่อที่นูนเข้าด้วยกัน แต่เป็นวิธีการที่ไม่นิยมในปัจจุบัน เพราะมีอัตราการล้มเหลวถึง 25-60% จึงได้มีการพัฒนาการผ่าตัดรักษาด้วยเทคนิคใหม่ คือ การนำแผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (Mesh) แปะหรือฝังในผนังช่องคลอด ทำให้การผ่าตัดประสบความสำเร็จมากขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาช่องคลอดหย่อนยานได้ถึง 95% และหลังทำผู้ป่วยจะไม่รู้สึกว่ามีแผ่นพยุงอยู่ในช่องคลอด การผ่าตัดทั้งสองวิธีนี้เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขกระเพาะปัสสาวะหย่อนและลำไส้หย่อน

สำหรับในกรณีที่ผู้ป่วยมีการหย่อนยานของผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง แพทย์จะทำการผ่าตัดรักษา กระบังลมหย่อน เรียกว่า A-P Repair หรือ Anterior-Posterior Vaginal Repair โดยเป็นการผ่าตัดนำผนังช่องคลอดทั้งส่วนหน้าและส่วนหลัง และเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป รวมทั้งตกแต่งกระเพาะปัสสาวะและลำไส้ส่วนปลายที่หย่อนคล้อย กรณีที่ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนอย่างรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้แผ่นพยุงตาข่ายพิเศษ (Mesh) ร่วมด้วย เพื่อให้เนื้อเยื่อและอวัยวะในอุ้งเชิงกรานกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม ทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้นและช่องคลอดกระชับขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการผ่าตัดทำรีแพร์ เช่น เสียเลือดมาก เกิดการติดเชื้อ ผนังกระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ทะลุ หากผ่าตัดบริเวณฝีเย็บสูงเกินไปอาจทำให้เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อวัยวะเพศอาจผิดรูปร่างไปทำให้ไม่เป็นที่พอใจได้ เป็นต้น สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำรีแพร์ ได้ คือ ผู้ป่วยเบาหวาน เพราะแผลอักเสบและติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ, ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศภายใน 1 สัปดาห์ และผู้ที่มีอาชีพที่ต้องเดินทางบ่อยๆ เพราะ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัดเสี่ยงต่อการเกิดแผลแยก แผลอักเสบ และฉีกขาด

ปัจจุบันมีการนำเลเซอร์ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการกระชับช่องคลอด ทั้งนำมาใช้แทนการผ่าตัดทั่วไป และการใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดโดยไม่ผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดด้วยเลเซอร์ แพทย์จะทำการผ่าตัดบริเวณผนังช่องคลอดด้านหลัง โดยตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินของผนังช่องคลอดออก เพื่อให้ช่องคลอดมีขนาดเล็กลง ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง การผ่าตัดด้วยเลเซอร์ช่วยลดการสูญเสียเลือดและลดความบอบช้ำของเนื้อเยื่อลงได้มาก เจ็บน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่า

สำหรับการใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดโดยไม่ผ่าตัดนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาช่องคลอดหลวม แต่ไม่มีปัญหา ไอจาม ปัสสาวะเล็ด โดยการนำหัวเลเซอร์สอดเข้าไปในช่องคลอด แล้วปล่อยพลังงานเลเซอร์ออกมาในคลื่นความยาวที่เหมาะสม ตลอดแนวความลึกของช่องคลอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ ทำให้กล้ามเนื้อช่องคลอดมีความตึงตัวขึ้น ผนังช่องคลอดหดเล็กลง มีความแข็งแรงและกระชับขึ้น เป็นการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด จึงไม่มีการสูญเสียเลือดและไม่มีอาการปวดใดๆ โดยมีการวัดความตึงตัวของช่องคลอดทั้งก่อนและหลังทำ จึงสามารถเห็นถึงผลของการใช้เลเซอร์กระชับช่องคลอดได้ ทั้งนี้ ผลการรักษาขึ้นกับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคล

การทำรีแพร์ควรทำในช่วงที่ประจำเดือนหมดไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการอักเสบของแผลและการปนเปื้อนของเลือดในระหว่างการผ่าตัด ควรตรวจภายในและตรวจมะเร็งปากมดลูกให้เรียบร้อย เนื่องจากหลังผ่าตัดจำเป็นจะต้องงดตรวจไปสักระยะหนึ่ง เพื่อเป็นการป้องกันแผลผ่าตัดถูกกระทบกระเทือน ผู้ป่วยต้องงดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

การผ่าตัดกระชับช่องคลอดเพียงอย่างเดียวเป็นการผ่าตัดเล็ก แพทย์จะให้ยานอนหลับเพื่อให้ผู้ป่วยคลายความกังวล ใช้เวลาในการผ่าตัด 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล สำหรับการผ่าตัดแก้ไขช่องคลอดหย่อนยานจากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนเป็นการผ่าตัดใหญ่ แพทย์จะวางยาสลบหรือให้ยาชาทางไขสันหลัง ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2 ชั่วโมง หลังผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 3-4 วัน

หลังทำ รีแพร์ ผู้ป่วยต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ 2 เดือน งดออกกำลังกาย 1 เดือน ไม่ยกของหนัก พยายามเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด เดินให้น้อยที่สุด เพื่อป้องกันแผลแยกและเกิดการอักเสบ พักผ่อนให้มาก รับประทานอาหารได้ตามปกติ งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดด้วยน้ำสะอาดในเวลาเช้า-เย็น รวมถึงหลังจากปัสสาวะ-อุจจาระทุกครั้ง และกลับมาพบแพทย์ตามนัด การทำรีแพร์ เป็นการผ่าตัดในบริเวณที่มีเลือดไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงมาก ดังนั้น หลังผ่าตัดและแผลแห้งสนิทดีแล้ว จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็น

การทำ รีแพร์ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกระชับช่องคลอดหลวม จากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อน แต่ยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว และเป็นธรรมชาติ ทั้งเป็นการป้องกันช่องคลอดหลวมและเป็นการรักษาในเบื้องต้น นั่นคือออกกำลังกายอุ้งเชิงกรานโดยการฝึกขมิบช่องคลอด อาจเริ่มจากวันละ 10 ครั้ง จากนั้นจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้น เป็นวันละ 50-100 ครั้ง หรือทำให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะการขมิบช่องคลอดสามารถทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ทำงานหรือที่บ้าน

สำหรับคนที่มีปัญหาช่องคลอดหลวม จากภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนมากแล้ว อาจต้องทำรีแพร์ ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ละเอียดอ่อน ดังนั้น คุณผู้หญิงควรพูดคุยและทำความเข้าใจกับคนรักก่อนตัดสินใจทำรีแพร์ ต้องเลือกแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการทำศัลยกรรมตกแต่งช่องคลอดและอุ้งเชิงกรานโดยเฉพาะ เลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีหลังการผ่าตัด

การทำรีแพร์จะกลับมาเหมือนตอนยังไม่มีเพศสัมพันธ์หรือไม่
การทำรีแพร์จะช่วยให้ช่องคลอดของท่านกลับมากระชับขึ้น ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น แต่ความกระชับก็ไม่ได้เท่ากับคนที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
—————————————————-
ทำรีแพร์แล้วจะอยู่ถาวรหรือไม่
หลังทำรีแพร์ไปแล้วเมื่อเวลาผ่านไป ช่องคลอดก็อาจกลับมาไม่กระชับหรือหลวมได้อีก ด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ มีเพศสัมพันธ์บ่อยหรือมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องยาวนาน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ, ฮอร์โมน รวมถึงมีวัยเพิ่มมากขึ้น
—————————————————-
อายุมากแล้ว สามารถทำรีแพร์ได้หรือไม่
สามารถทำรีแพร์ได้ แต่ในผู้ป่วยแต่ละท่าน ความตึง ความกระชับของช่องคลอดหลังทำผ่าตัดรีแพร์อาจจะได้ผลมากหรือน้อยไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละท่าน
—————————————————-
เคยทำรีแพร์มาแล้ว สามารถทำอีกครั้งได้หรือไม่
สามารถทำได้ หากกลับมามีภาวะผนังช่องคลอดหย่อนคล้อยซ้ำ แต่การผ่าตัดครั้งหลังจะเริ่มมีข้อจำกัด โดยแพทย์อาจไม่สามารถทำผ่าตัดช่องคลอดได้ความความลึกมากเท่ากับที่ผ่าตัดครั้งแรก เนื่องจากอาจมีพังผืดเหนี่ยวรั้งลำไส้ขึ้นไปติดกับผนังช่องคลอดที่เคยทำผ่าตัดมาแล้ว เมื่อไม่สามารถทำผ่าตัดได้ลึกมาก ความกระชับที่ได้จึงอาจไม่ได้ตามต้องการอย่างเต็มที่
—————————————————-
ถ้าผ่าคลอดจำเป็นต้องทำรีแพร์หรือไม่
คนที่ผ่าคลอดโดยไม่เคยคลอดบุตรทางช่องคลอด หากมีปัจจัยต่างๆ อาทิ มีเพศสัมพันธ์บ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องยาวนาน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย, มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ, มีวัยเพิ่มมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมบางอย่างเป็นประจำ เช่น ท้องผูก ไอเรื้อรัง ยกของหนัก เป็นต้น ก็อาจทำให้ช่องคลอดไม่กระชับหรือหลวมได้ ซึ่งท่านสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำรีแพร์ได้ อย่างไรก็ตาม ในคนที่ผ่าคลอด ปัญหาช่องคลอดหลวมอาจจะเกิดช้ากว่าคนที่เคยผ่านการคลอดบุตรมาก่อน
—————————————————-
ถ้าไม่เคยมีลูกจำเป็นต้องทำรีแพร์หรือไม่
ถึงจะไม่เคยมีลูกมาก่อน แต่หากมีปัจจัยต่างๆ อาทิ มีเพศสัมพันธ์บ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์ต่อเนื่องยาวนาน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย, มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ, มีวัยเพิ่มมากขึ้น หรือมีพฤติกรรมบางอย่างเป็นประจำ เช่น ท้องผูก ไอเรื้อรัง ยกของหนัก เป็นต้น ก็อาจทำให้ช่องคลอดไม่กระชับหรือหลวมได้ ซึ่งท่านสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำรีแพร์ได้ อย่างไรก็ตาม ในคนที่ไม่เคยมีลูกมาก่อน ปัญหาช่องคลอดหลวมอาจจะเกิดช้ากว่าคนที่เคยผ่านการคลอดบุตร
—————————————————-
ทำรีแพร์ไปแล้ว แฟนใหม่จะรู้หรือไม่ว่าเราเคยทำรีแพร์มาก่อน
หลังการทำรีแพร์และพักฟื้นจนกระทั่งแผลหายสนิท ผู้ชายจะไม่สามารถรู้หรือรู้สึกได้ว่าท่านเคยผ่านการทำรีแพร์มาก่อน เนื่องจากในช่องคลอดเป็นบริเวณที่มีเลือดไหลเวียนมาหล่อเลี้ยงมาก จึงไม่มีรอยแผลเป็นและไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ให้เป็นที่คาใจ
—————————————————-
รีแพร์แก้ปัญหาปัสสาวะเล็ดซึมได้หรือไม่
แก้ไขได้ ด้วยการทำ A-P รีแพร์ ซึ่งเป็นการผ่าตัดเอาผนังช่องคลอดและเนื้อเยื่อส่วนเกินทั้งด้านหน้าและด้านหลังของผนังช่องคลอดที่ยื่นเข้าไปในช่องคลอดออกไป รวมทั้งการตกแต่งกระเพาะปัสสาวะและลำไส้หย่อน ด้วยวิธีการนี้จะทำให้ภาวะอุ้งเชิงกรานหย่อนดีขึ้น ทั้งนี้ในกรณีของการรักษาเรื่องภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดนั้น การผ่าตัด A-P รีแพร์ไม่สามารถรักษาอาการดังกล่าวได้ถาวร ผู้ป่วยมีโอกาสที่จะมีปัสสาวะเล็ดได้อีกภายในเวลา 5 ปีหลังการผ่าตัด
—————————————————-
การทำรีแพร์ จะต้องวัดขนาดของแฟนมาหรือไม่
ไม่จำเป็น เนื่องจากแพทย์จะรีแพร์หรือกระชับช่องคลอดให้มีขนาดหรือไซส์ปกติทั่วไป
—————————————————-
แผลที่ทำรีแพร์ สามารถโดนน้ำได้หรือไม่
ได้ แนะนำให้ดูแลแผลผ่าตัดบริเวณปากช่องคลอดดังนี้
• ฟอกสบู่ขณะอาบน้ำในตอนเช้าและ/หรือก่อนนอน
• ทำความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดหลังปัสสาวะ โดยการซับด้วยทิชชูเปียก (Sanitary Wipes)
• ทำความสะอาดหลังการถ่ายอุจจาระ โดยการล้างผ่านน้ำเปล่าแล้วซับเบาๆ ให้แห้ง
—————————————————-
หลังทำรีแพร์ จะต้องหยุดงานกี่วัน
หลังทำรีแพร์ควรหยุดงานอย่างน้อย 3-5 วัน ในช่วงผู้ป่วยจะมีความรู้สึกปวดหน่วงๆบริเวณก้น คล้ายอั้นอุจจาระหรืออั้นปัสสาวะ อาการปวดหน่วงๆดังกล่าวมักจะมีอยู่ประมาณ 3-4 วัน หลังจากนั้นอาการปวดจะน้อยลงอย่างมาก
—————————————————-
เวลามีเพศสัมพันธ์แล้วมีลมออก มีวิธีแก้ไขได้อย่างไร
การแก้ไขขึ้นอยู่กับปัญหาของคนไข้ ถ้ามีลมออกเพราะช่องคลอดไม่กระชับสามารถแก้ไขด้วยการทำรีแพร์ แต่ถ้ามีลมออกเนื่องจากสาเหตุอื่นแพทย์จะทำการแก้ไขไปตามสาเหตุนั้นๆ ดังนั้นแพทย์จะต้องซักประวัติและตรวจภายในเพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุก่อน
—————————————————-
การทำรีแพร์โดยวิธีผ่าตัดด้วยเลเซอร์กับผ่าตัดด้วยใบมีด ผลที่ได้รับจะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ผลที่ได้คือช่วยให้ช่องคลอดกระชับไม่ต่างกัน เพียงแต่การผ่าตัดโดยใช้เลเซอร์อาจมีข้อดีในเรื่องของการสูญเสียเลือดที่น้อยกว่าและความแม่นยำในการผ่าตัดมีมากกว่า
—————————————————-
วิธีการทำรีแพร์แบบเลเซอร์มีเลือดออกหรือไม่
มีเลือดออกแต่ไม่มากเท่าการผ่าตัดแบบใช้ใบมีด และความบอบช้ำของเนื้อเยื่อจะน้อยกว่าด้วย
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
A-P รีแพร์ (ดมยา) 3 คืน 45,000 บาท
A-P รีแพร์ ด้วยเลเซอร์ (ดมยา) 3 คืน 60,000 - 85,000 บาท
รีแพร์ตกแต่งช่องคลอด (ไม่ดมยา) 19,000 บาท
รีแพร์ตกแต่งช่องคลอด (ดมยา) 25,000 บาท
รีแพร์ ด้วยเลเซอร์ (ไม่ดมยา) 28,000 บาท
รีแพร์ ด้วยเลเซอร์ (ดมยา) 36,000 บาท
รีแพร์ + ตกแต่งเลเบีย ด้วยเลเซอร์ (ไม่ดมยา) 48,000 บาท
รีแพร์ + ตกแต่งเลเบีย ด้วยเลเซอร์ (ดมยา) 56,000 บาท
ตกแต่งปากช่องคลอด (ไม่ดมยา) 8,000 บาท
เลเซอร์กระชับช่องคลอดโดยไม่ต้องผ่าตัด 28,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons