รักษาเส้นเลือดขอด

รักษาเส้นเลือดขอด เพื่อขาเนียนสวย

เส้นเลือดขอด เส้นเลือดปูดเขียวคล้ำ หรือเห็นแตกเป็นฝอยแบบใยแมงมุมที่ขา เป็นภาวะที่พบได้บ่อยประมาณ 23% ในผู้ใหญ่ แม้จะไม่มีอันตรายร้ายแรงใด ๆ แต่ก็ทำให้ช่วงขาแลดูไม่สวยงาม บั่นทอนความมั่นใจ บางคนปล่อยทิ้งไว้จนเป็นมากขึ้นก็อาจเกิดอาการปวดขาเวลายืนนานหรือขาเป็นตะคริว จนถึงเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ขาบวม ผิวหนังอักเสบ และมีแผลเกิดขึ้นได้

เชื่อว่าหลายคนไม่อยากเก็บ เส้นเลือดขอด เอาไว้ แต่ที่ยังลังเลเพราะกลัวการผ่าตัด จริงอยู่ที่ในอดีตการ รักษาเส้นเลือดขอด ทำได้โดยการผ่าตัดเพียงอย่างเดียว แต่ปัจจุบันวงการแพทย์มีวิวัฒนาการใหม่ ๆ ในการรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งได้ผลดีทั้งกับเส้นเลือดขอดที่แตกแขนงและที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน

เส้นเลือดขอด เกิดจากอะไร

ในภาวะปกติหลอดเลือดดำของคนเราจะทำหน้าที่นำเลือดดำจากส่วนปลายกลับสู่หัวใจ โดยอาศัยแรงบีบของกล้ามเนื้อบีบเลือดต้านแรงโน้มถ่วงของโลกให้ไหลกลับขึ้นสู่หัวใจ และจะมีลิ้น (Valve) เล็ก ๆ อยู่ภายในหลอดเลือดดำช่วยเปิดให้เลือดไหลขึ้นไปที่หัวใจ และปิดกั้นไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับลงไปได้อีก

แต่หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับลิ้นเล็กๆ ในหลอดเลือดดำ ทำให้ไม่สามารถสกัดกั้นการไหลย้อนของเลือดได้ ก็จะเกิดการคั่งของเลือดในหลอดเลือดส่วนปลายที่อยู่ใกล้ผิวหนัง เกิดเป็น เส้นเลือดขอด ที่มีลักษณะโป่งพองเป็นก้อน หรือเป็นเส้นเลือดฝอยแตกคล้ายแผนที่หรือใยแมงมุมนั่นเอง  ซึ่งตำแหน่งที่พบเส้นเลือดขอดได้บ่อย คือ บริเวณน่อง, ขาพับ, โคนขา และบริเวณระหว่างตาตุ่มขึ้นไปถึงสะโพก

ขนาดของเส้นเลือดขอด

โดยทั่วไป หลอดเลือดดำโป่งพองที่อยู่ใต้ผิวหนังจะแบ่งตามขนาดได้ ดังนี้

  • เส้นเลือดขอดขนาดเล็ก หรือเส้นเลือดฝอยแตก จะมีขนาดเล็กกว่า 1 มม.
  • เส้นเลือดขอดขนาดกลาง หรือขนาดไส้ปากกา มีขนาด 1 – 3 มม.
  • เส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ มีขนาดใหญ่มากกว่า 3 มม.

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เกิด เส้นเลือดขอด 

  • การทำงานที่ต้องยืน เดิน หรือนั่งนาน ๆ เช่น พนักงานขายสินค้า, พนักงานเก็บค่าโดยสาร ฯลฯ
  • กรรมพันธุ์ หากพ่อแม่เป็นเส้นเลือดขอด ลูกมีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอดด้วย
  • อายุที่มากขึ้น มีโอกาสเป็นเส้นเลือดขอดเพิ่มขึ้น เนื่องจากความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของลิ้นหลอดเลือดลดน้อยลง
  • ฮอร์โมนเพศ พบว่า เพศหญิงมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศชาย เนื่องจากผลของฮอร์โมนเพศหญิงโดยตรง
  • ความอ้วน คนที่มีน้ำหนักมากเกินทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่สะดวก จะเกิดการคั่งของเลือดบริเวณขามากขึ้น ทำให้เกิดเส้นเลือดขอดได้
  • ทำพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เช่น สวมชุดที่คับเกินไปโดยเฉพาะบริเวณเอว ขาหนีบ เป็นต้น

อาการที่พบ

ถ้าเพิ่งเป็น เส้นเลือดขอด ในระยะแรก จะเห็นหลอดเลือดโป่งพองสีคล้ำ ๆ ที่ขาเวลายืน โดยไม่มีอาการเจ็บปวด เมื่อเป็นมากขึ้นอาจมีอาการปวดหน่วงหรือปวดเมื่อย เป็นตะคริว หรือเท้าบวมหลังจากยืนได้สักพัก และหากเป็นรุนแรงอาจมีผื่นคัน ผิวหนังอักเสบเกิดขึ้นในบริเวณที่เป็นได้

สำหรับผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ นอกจากจะคำนึงในเรื่องของความสวยงามแล้ว บางคนอาการเป็นมากจนสร้างความเจ็บปวดหรือรบกวนการดำเนินชีวิต ก็มักมาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา

การรักษาเส้นเลือดขอด

ปัจจุบันมีวิธีการรักษาเส้นเลือดขอดหลายวิธี แพทย์จะใช้วิธีไหนขึ้นอยู่กับความรุนแรงและลักษณะของเส้นเลือดขอด

 กรณีเส้นเลือดขอด ขนาดเล็กและขนาดกลาง

ถ้ายังไม่ต้องการรักษา สามารถรักษาแบบประคับประคองไปก่อนได้ แต่วิธีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เส้นเลือดขอดหายไป เช่น สวมถุงน่องซัพพอร์ต, รับประทานยาบางชนิดเพื่อช่วยลดอาการ หรือใช้เครื่องกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดดำที่ขา

ถ้าต้องการรักษา สามารถรักษาได้โดยการฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดขอด (Microsclerotherapy) เพื่อปิดการทำงานของหลอดเลือดดำที่โป่งพอง ทำให้หลอดเลือดดำหายไปได้ หรืออาจใช้เลเซอร์เป็นตัวช่วยเสริมในการรักษาก็ได้

>

การฉีดยารักษา ผู้ป่วยไม่ต้องมีการเตรียมตัวใดๆ ถ้ากังวลหรือกลัวเจ็บ แพทย์จะให้ยาที่ช่วยคลายกังวลและลดความเจ็บ ขั้นตอนการฉีดแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กมากฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดขอด หลังทำอาจเกิดรอยช้ำตรงตำแหน่งที่ฉีดได้ แต่จะหายไปเองภายใน 2 – 3 สัปดาห์ หลังการรักษาควรสวมถุงน่องซัพพอร์ตขาไว้ประมาณ 1 – 3 สัปดาห์ สามารถออกกำลังกายและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ การรักษาควรทำประมาณ 3 – 5 ครั้ง ห่างกัน 2 – 4 สัปดาห์ จะช่วยให้เส้นเลือดขอดดีขึ้นได้ 80 – 90%

กรณีเส้นเลือดขอด ขนาดใหญ่

การรักษาเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่มีหลายวิธี ดังนี้

1. การผ่าตัด แบ่งได้เป็น 2 วิธี ได้แก่

  • การผ่าตัดลอกเอาเส้นเลือดขอดออก (High Ligation and Stripping) วิธีนี้ผู้ป่วยอาจต้องบล็อกหลังหรือดมยาสลบ โดยแพทย์จะเปิดแผลที่ขาหนีบ ยาวประมาณ 4 – 5 ซม. และใต้เข่า ยาวประมาณ 1 – 2 ซม. แล้วทำการผูกและตัดหลอดเลือดดำที่โป่งพองออก หลังทำต้องนอน รพ. 1- 2 คืน และกลับไปพักต่อที่บ้านประมาณ 7 – 14 วัน
  • การเจาะเอาเส้นเลือดขอดที่ตื้นๆ ออก (Phlebectomy) โดยแพทย์จะใช้เข็มเจาะให้เป็นรูที่ผิวหนัง จากนั้นจะใช้เครื่องมือพิเศษดูดเจาะเส้นเลือดขอดที่โป่งนูนออก แล้วปิดรูที่เจาะด้วยพลาสเตอร์ปิดแผลเล็ก ๆ และพันด้วยผ้ายืดในบริเวณที่ทำ ไม่ต้องนอนค้างที่ รพ. แค่พักสักครู่ก็กลับบ้านได้

2. การรักษาด้วยเลเซอร์ หรือ คลื่นวิทยุความถี่สูง (RF) แพทย์จะฉีดยาชา และเปิดแผล 1 จุด จากนั้นจะสอดสายเล็ก ๆ เข้าไปในเส้นเลือดขอดแล้วฉายเลเซอร์หรือ RF รักษาเส้นเลือดขอดถึงต้นตอภายใน เส้นเลือดขอดก็จะยุบหายได้ ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้เลย ระยะพักฟื้นสั้น ประมาณ 1-2 วัน ก็เริ่มกลับไปทำงานได้

3. การฉีดโฟมเข้าเส้นเลือดขอด โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (Catheter-directed Foam Sclerotherapy) ก่อนฉีดแพทย์จะอัลตราซาวด์ดูตำแหน่งของเส้นเลือดขอดแต่ละเส้น เพื่อให้สามารถฉีดโฟมเข้าเส้นเลือดได้อย่างแม่นยำ จากนั้นจึงฉีดโฟมเข้าภายในเส้นเลือด ตรวจซ้ำด้วยอัลตราซาวน์เพื่อดูภายในเส้นเลือด การฉีดโฟมจะไปปิดการทำงานของหลอดเลือดดำที่โป่งพอง ทำให้หลอดเลือดดำหายไปได้

4. การฉีดยารักษาเส้นเลือดขอด โดยผ่านสายสวน (Catheter) หรือ ClariVein® Occlusion Catheter วิธีนี้เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการรักษาเส้นเลือดขอด โดยแพทย์จะฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือดผ่านสายสวน โดยมีระบบปั่นภายในเพื่อปิดเส้นเลือดและช่วยกระจายยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา โดยขั้นตอนการรักษา แพทย์จะนำสายสวนเข้าไปในเส้นเลือดผ่านภาพจากเครื่องอัลตราซาวน์ จากนั้นจะปั่นและฉีดยาเข้าสู่เส้นเลือด ซึ่งการใช้เครื่องอัลตราซาวน์จะช่วยให้ฉีดยาได้เหมือนตาเห็น จึงสามารถตามฉีดเข้าเส้นเลือดขอดได้ถึงต้นตอ ไม่ใช่แค่เฉพาะเส้นเลือดขอดที่มองเห็น หลังการรักษาผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ ควรทำซ้ำประมาณ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้เส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ยุบหายลงได้ การรักษาด้วยวิธีนี้จะมีแผลจุดเดียว ขนาดเล็ก จึงเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องรอยแผลเป็นหลังทำ

การดูแลหลัง รักษาเส้นเลือดขอด

ไม่ว่าจะรักษาเส้นเลือดขอดขนาดเล็กหรือใหญ่ หากต้องการให้ผลการรักษาออกมาดี เห็นผลเป็นที่น่าพึงพอใจ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ดังต่อไปนี้

  1. งดการยกของหนักหรือยืนนาน ๆ เป็นเวลา 3-7 วัน
  2. ควรใส่ผ้ายืดหรือซัพพอร์ตในบริเวณที่ทำการรักษาเพื่อประคองกล้ามเนื้อและเส้นเลือดบริเวณนั้น โดยระยะเวลาที่ใส่อย่างน้อย 1-3 สัปดาห์
  3. ในกรณีฉีดยารักษา ควรออกกำลังกายด้วยการเดินทุกวันเพื่อกระตุ้นให้ยากระจายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. พบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลการรักษา แต่หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการรักษาสามารถโทรสอบถามหรือมาพบแพทย์ก่อนวันนัดได้

ดูแลอย่างไร ป้องกันการกลับเป็นซ้ำ 

  1. เลี่ยงการยืน นั่ง หรือเดินนานๆ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ทุกครึ่งชั่วโมง เลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เช่น สวมชุดที่คับเกินไป เป็นต้น
  2. ออกกำลังกาย เพื่อให้ขาได้เคลื่อนไหวเลือดไหลเวียนสะดวก
  3. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่เกณฑ์เหมาะสม ถ้าน้ำหนักมากควรลดด้วยการควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย หรือปรึกษาแพทย์เพื่อรับประทาน ยาลดน้ำหนัก
  4. ระหว่างวันควรหาเวลาพักขา โดยยกขาพาดให้สูง ตอนกลางคืนนอนยกขาสูงกว่าระดับหัวใจโดยวางขาบนหมอนตั้งแต่ข้อพับขาถึงปลายเท้า
  5. ใส่ถุงน่องป้องกันการเกิด เส้นเลือดขอด คุณสมบัติของถุงน่องประเภทนี้จะไล่ระดับความแน่นตั้งแต่บริเวณข้อเท้าขึ้นมา จึงช่วยไล่เลือดให้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจไม่ให้คั่งอยู่บริเวณขา และยังช่วยซับแรงลดอาการเมื่อยล้าของขาได้ การใส่ถุงน่องควรสวมก่อนออกไปทำงาน ระหว่างวันก็ไม่ยืนหรือนั่งนาน ๆ หาโอกาสขยับแข้งขยับขาบ่อย ๆ ระหว่างพักก็บีบนวดขาเบา ๆ ให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ทีนี้คงเห็นแล้วว่า การ รักษาเส้นเลือดขอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ฉะนั้น อย่าปล่อยให้ เส้นเลือดขอด เป็นอุปสรรคความงามของขา จนต้องพึ่งพากางเกงขายาวปกปิดไว้อีกต่อไป

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ฉีดรักษาเส้นเลือดขอด เส้นเล็ก เส้นกลาง (ต่อ ml) 500 บาท
ฉีดรักษาเส้นเลือดขอด เส้นใหญ่ (ต่อ ml) 500 บาท
ผ่าตัด เส้นเลือดขอด 1 ข้าง 45,000 บาท
ผ่าตัด เส้นเลือดขอด 2 ข้าง 80,000 บาท
ค่าอุลตร้าซาวด์เส้นเลือดขอด (ตรวจ 2 ข้าง) ต่อครั้ง 3,500 บาท
รักษาเส้นเลือดขอด ขนาดใหญ่ 1 ข้าง ด้วยเลเซอร์ 58,000 บาท
รักษาเส้นเลือดขอด ขนาดใหญ่ 2 ข้าง ด้วยเลเซอร์ 88,000 บาท
รักษาเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ ด้วยวิธี CDS ขา 1 ข้าง 27,000 บาท
รักษาเส้นเลือดขอดขนาดใหญ่ ด้วยวิธี CDS ขา 2 ข้าง 47,000 บาท
รักษาเส้นเลือดขอดโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFA) ขา 1 ข้าง 58,000 บาท
รักษาเส้นเลือดขอดโดยใช้คลื่นความถี่วิทยุ (RFA) ขา 2 ข้าง 88,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons