“รักษารากฟันไม่อยากถอนฟัน ต้องรักษาแบบถึงรากถึงโคน”

เคยไหม… เวลาที่เรารู้สึกปวดฟัน หรือคนใกล้ตัวกำลังปวดฟันอยู่ มักจะพูดกันแบบติดปากว่า “ก็ไปหาหมอ ให้หมออุดฟันสิ” แต่รู้ไหมว่าคุณอาจกำลังประเมินสุขภาพฟันของคุณผิดไป เพราะอาการปวดที่กำลังดำเนินอยู่นั้นอาจเป็นอาการฟันผุขั้นร้ายแรง ถึงขั้นโพรงประสาทฟันอักเสบและถูกทำลายจนกระทั่งไม่สามารถอุดฟันเพื่อรักษาฟันซี่นั้นเอาไว้ และสุดท้ายก็ต้องถอนฟันซี่นั้นทิ้งไป คงไม่มีใครอยากสูญเสียฟันแท้ชุดสุดท้ายไปอย่างแน่นอน ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีทางเดียวคือต้องถอนฟันซี่นั้นออก แต่ปัจจุบัน “การรักษารากฟัน”จะช่วยรักษาฟันซี่นั้นของคุณไว้ได้    ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “ฟัน” กันก่อน ฟัน เป็นอวัยะที่อยู่ภายในช่องปาก เป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อยอาหาร โดยหน้าที่หลักของฟันคือ ฉีก บด อาหารให้คลุกเคล้ากับน้ำลายเพื่อให้ง่ายต่อการย่อย และยังมีส่วนสำคัญในการพูดออกเสียง ส่วนรากของฟันจะอยู่ติดกับขากรรไกรและมีตัวฟันโผล่พ้นเหงือกออกมา

ฟันประกอบไปด้วย เคลือบฟัน (Enamel) ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุด มีส่วนประกอบของแคลเซียมและฟอสเฟต, เนื้อฟัน (Dentine) เป็นส่วนที่แข็งรองลงมาจากเคลือบฟัน มีความแข็งแรงพอๆ กับกระดูก เป็นชั้นที่มีเซลล์เป็นจำนวนมาก และมีการสร้างและสลายอยู่ตลอดเวลา, โพรงประสาทฟัน (Pulp) เป็นที่อยู่ของเส้นเลือดและเส้นประสาทรับความรู้สึก, เคลือบรากฟัน (Cementum) เป็นส่วนของเนื้อเยื่อปริทันต์ที่อยู่ภายในรากฟัน บริเวณด้านหลังของเหงือก ซึ่งมีเส้นประสาทไหลเวียนมาก, ชั้นร่องเหงือก (Gingival Crevice) โดยทั่วไปมีความลึกประมาณ 2 มิลลิเมตร, เหงือก (Gingiva) เป็นเนื้อเยื่อที่หุ้มตัวฟันและกระดูกขากรรไกรเอาไว้ และกระดูกเบ้ารากฟัน (Alveolar Bone) เป็นกระดูกที่รองรับรากฟัน

เมื่อได้ทราบถึงส่วนประกอบของฟันกันแล้ว ก็จะทำให้คุณสามารถสังเกตอาการที่บ่งชี้ได้ว่า มีการอักเสบติดเชื้อภายในโพรงประสาทฟัน จนต้องทำการรักษารากฟันแล้วนั่นเอง อาการเหล่านี้ เช่น มีอาการปวดฟันรุนแรงและยาวนาน บางครั้งรุนแรงจนนอนไม่หลับ มีอาการปวดฟันโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น และอาจเป็นมากขึ้นเมื่อเคี้ยวอาหาร อาการเป็นๆ หายๆ อาจมีเหงือกบวมหรือหนองซี่ที่ปวด ฟันมีสีคล้ำผิดจากฟันซี่อื่น มีอาการเสียวฟันจากความเย็นหรือความร้อน  เหล่านี้เป็นอาการเตือนในเบื้องต้นว่ามีสิ่งรบกวนปลายประสาทฟัน แต่ก็มีเหมือนกัน… ในบางคนที่ไม่มีอาการใดๆ เตือนให้รู้ล่วงหน้าเลย รู้ตัวอีกทีก็คือฟันโยกจนเกือบจะหลุดแล้ว ดังนั้น หากพบว่าตัวคุณเองมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจและเอ็กซ์เรย์ฟัน ซึ่งจะทำให้สามารถวินิจฉัยอาการของโรคได้

ในการรักษารากฟันคืออะไร

การรักษารากฟัน คือ การรักษาใน “คลองรากฟัน” หรือ “โพรงประสาทฟัน” เป็นการกำจัดประสาทฟันที่อักเสบหรือเป็นหนองออก ทำให้อาการเจ็บปวดหายไป และยังสามารถเก็บรักษาฟันแท้ของคุณให้คงอยู่ต่อไป

สาเหตุที่ต้องทำการรักษารากฟัน ก็เนื่องมาจากการปล่อยให้ฟันผุเป็นเวลานานและไม่ได้รับการรักษา จนการอักเสบนั้นลึกเข้าไปใกล้โพรงประสาทฟัน, ฟันแตก ฟันหัก หรือฟันมีรอยร้าว จากการบดเคี้ยวอาหาร หรือจากอุบัติเหตุ ทำให้เชื้อแบคทีเรียในน้ำลายเข้าไปในโพรงประสาทฟันและทำอันตรายต่อประสาทฟัน รวมทั้งโรคเหงือกอักเสบเรื้อรัง และการที่ฟันถูกกระแทกแรงๆ ก็ทำให้ส่วนปลายประสาทฟันตายได้ ทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนองที่รากฟันตามมา และเริ่มมีอาการปวดฟัน โดยอาจจะปวดแบบเป็นๆ หายๆ ปวดเป็นระยะ หรือปวดอย่างรุนแรงจนกระทั่งนอนไม่หลับ ร่วมกับมีอาการเหงือกบวม เวลาที่ฟันกระทบกันก็จะยิ่งปวดมากขึ้น ซึ่งทำให้หลายคนอดรนทนไม่ได้ ต้องรีบไปพบทันตแพทย์ในทันที

ในขั้นตอนการวินิจฉัยและการเตรียมฟันเพื่อรับการรักษานั้น ทันตแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ฟันเพื่อตรวจดูสภาพและรูปร่างของฟัน รวมถึงบริเวณที่มีการติดเชื้ออักเสบ จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการรักษารากฟัน ซึ่งเริ่มจากการกรอเพื่อเปิดโพรงประสาทฟันเป็นอันดับแรก

ในขั้นตอนการรักษารากฟัน

1. กรอเปิดโพรงประสาท ทันตแพทย์ทำการฉีดยาชาเพื่อป้องกันและลดอาการปวด หลังจากนั้นจึงทำการเปิดโพรงประสาทฟันโดยการใช้เครื่องมือเจาะ เพื่อทำความสะอาดโพรงประสาทฟัน

2. วัดความยาวและขยายโพรงประสาทฟัน เมื่อกรอเปิดโพรงประสาทฟันได้แล้ว ทันตแพทย์จะวัดความยาวและขยายโพรงประสาทฟันให้กว้างขึ้น เพื่อให้เครื่องมือเข้าไปทำความสะอาดได้อย่างสะดวก

3. ทำความสะอาดโพรงประสาทฟัน จากนั้นทำความสะอาดด้วยการนำเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายเข็ม สอดเข้าไปในโพรงประสาทฟันเพื่อนำเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อออก แล้วล้างทำความสะอาดกำจัดเชื้อโรค และใส่ยาฆ่าเชื้อไว้ในรากฟัน จากนั้นอุดปิดโพรงประสาทฟันชั่วคราว หากมีปัญหาที่ฟันหน้าจะใช้เวลาไม่นานเนื่องจากมีรากฟันเพียงรากเดียว แต่สำหรับฟันหลังต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดนานเพราะมีจำนวนรากเยอะกว่า ดังนั้น ในขั้นตอนนี้ทันตแพทย์อาจจะต้องนัดมาทำหลายครั้ง จนกว่าจะทำความสะอาดได้ครบหมดทุกราก

4. อุดฟัน หลังจากทำความสะอาดภายในโพรงประสาทฟันจนสะอาดและปราศจากเชื้อแล้ว ทันตแพทย์จะทำการอุดภายในรากฟันให้แน่นและเต็มด้วยวัสดุอุดรากฟัน เพื่อไม่ให้มีช่องว่างสำหรับเชื้อโรค

5. บูรณะฟันและตกแต่งฟัน ให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้ดีเหมือนเดิม

การรักษารากฟัน ปกติแล้วใช้เวลาในการรักษา 2-3 ครั้ง ในบางกรณีสามารถรักษาให้เสร็จภายในครั้งเดียวได้ หรืออาจต้องมาทำการรักษาหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับสภาพของฟันว่ามีการอักเสบมากน้อยแค่ไหน เมื่อขั้นตอนการรักษาจบลง ทันตแพทย์จะทำการเอ็กซ์เรย์ฟันเพื่อเปรียบเทียบสภาพฟันก่อนและหลังการรักษา แสดงให้เห็นว่ากระดูกยังคงถูกทำลายหรือมีการสร้างตัวใหม่ ซึ่งจะทำให้รู้ได้ว่าการรักษาประสบความสำเร็จหรือไม่ และฟันที่รักษาแล้วควรได้รับการตรวจต่อไปอีก 2-3 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าโรคที่เกิดขึ้นบริเวณปลายรากฟันหายดีเป็นปกติแล้ว

ในช่วงระยะเวลา 2-3 วันแรกหลังการรักษารากฟัน บางคนอาจรู้สึกปวดฟันหรือเสียวฟันเล็กน้อย โดยทันตแพทย์จะให้ทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ และอาการปวดนี้ก็จะค่อยๆ หายไปได้เอง แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักนิด ให้คุณใจเย็นๆ และคอยดูแลทำความสะอาดช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และงดใช้งานฟันซี่ที่ยังอยู่ในขั้นตอนการรักษา โดยเฉพาะการเคี้ยวอาหารที่มีลักษณะเหนียวหรือแข็ง เพราะอาจทำให้ฟันแตกได้ และเนื่องจากการอุดฟันในระหว่างการรักษา เป็นการอุดฟันเพียงชั่วคราว ซึ่งวัสดุชั่วคราวอาจจะหลุดออกจากฟันได้ แนะนำว่ารีบกลับมาพบทันตแพทย์เพื่อทำการแก้ไขทันที โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันนัดก็ได้ และถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ปวดเกิน 2 วัน หรือมีอาการบวมมากผิดปกติ ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์ผู้ให้การรักษาอย่างทันท่วงที

มื่อรักษารากฟันแล้ว คุณก็จะไม่มีความเจ็บปวดอีกต่อไป เพราะฟันที่ได้รับการรักษารากฟันแล้ว เส้นประสาทจะถูกกำจัดออก จึงไม่มีความเจ็บปวดใดๆ อีก และฟันอาจจะมีความเปราะบางและแตกหักได้ง่าย เพราะไม่มีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงให้ฟันยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องใส่ครอบฟันหลังจากที่ฟันซี่นั้นได้รับการรักษารากฟันแล้ว

อดีของการรักษารากฟันอีกเรื่องก็คือ สามารถเก็บรักษาฟันไว้ใช้งานได้ต่อไป ไม่ต้องถอนทิ้ง และมีประสิทธิภาพดีกว่าฟันปลอมเป็นไหนๆ เพราะฟันที่ได้รับการรักษารากฟันแล้ว ก็จะมีลักษณะคล้ายกับฟันในปากซี่อื่นๆ คือ มีเบ้ากระดูกยึดให้ฟันมั่นคงแข็งแรง เพียงแต่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเท่านั้น และคุณจะรู้สึกดีกว่าการที่ต้องใส่ฟันปลอมอย่างแน่นอน

หากมีการดูแลรักษาสุขภาพฟันอย่างถูกต้องเหมาะสม ฟันที่ได้รับการรักษารากฟันแล้วก็จะสามารถใช้งานได้ตลอดชีวิต แต่อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ เพราะโรคฟันทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโรคฟันผุหรือโรคปริทันต์ ก็สามารถเกิดขึ้นได้อีกในบริเวณฟันที่ได้รับการรักษาแล้ว ดังนั้น การรักษาสุขภาพอนามัยในช่องปากเป็นอย่างดี และการพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาอีกได้

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
รักษารากฟันหน้า ซี่ละ 5,000 บาท
รักษารากฟัน กรามน้อย ซี่ละ 6,000 บาท
รักษารากฟัน กรามใหญ่ ซี่ละ 8,000 บาท

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons