ยันฮีแพทย์แผนจีน

ศาสตร์การแพทย์แผนจีนมีประวัติสืบทอดมายาวนานกว่า 5,000 ปี ถึงปัจจุบันพบว่าความนิยมได้แพร่หลายไปในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทย โดยองค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ให้การยอมรับศาสตร์การแพทย์แผนจีนเป็นทางเลือกหนึ่งในการบำบัดโรคควบคู่ไปกับการแพทย์แผนปัจจุบัน

หลักการของแพทย์แผนจีน

เน้น “การปรับสมดุล” ของร่างกายเป็นหลัก ศาสตร์แพทย์แผนจีนเชื่อว่า การที่ร่างกายของคนเราเกิดโรคหรืออาการเจ็บป่วยขึ้นนั้นเป็นเพราะร่างกายเกิดภาวะเสียสมดุล ดังนั้นหากสามารถทำให้ร่างกายกลับคืนสู่ภาวะสมดุลได้ ร่างกายก็จะกลับมาแข็งแรงจนสามารถกำจัดโรคได้ด้วยตนเอง โรคหรืออาการผิดปกติต่างๆ ก็จะหายไป

การบำบัดโรคตามศาสตร์แพทย์แผนจีนเพื่อให้ร่างกายคืนสู่สมดุลนั้นมีหลายวิธี อาทิ การฝังเข็ม, รมยา, ครอบแก้ว, การนวดทุยหนา,กวาซา,การใช้ยาสมุนไพรจีน เป็นต้น ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้วิธีใด อาจใช้วิธีเดียวหรือผสมผสานหลายๆ วิธี  ก็ขึ้นกับโรคหรืออาการที่ผู้ป่วยเป็น

โรคใดบ้างที่สามารถรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน

การแพทย์แผนจีนสามารถรักษาได้เกือบทุกโรค เพราะการรักษาแบบแพทย์แผนจีนจะมุ่งสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงจนสามารถเยียวยาตนเองได้ ดังนั้นท่านที่มีปัญหาสุขภาพไม่ว่าจะเป็นอาการผิดปกติที่ระบบใด สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีนได้ ขอยกตัวอย่างโรคหรืออาการต่างๆ พอสังเขปดังนี้

  • อาการปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกาย อาทิ กล้ามเนื้ออักเสบ ปวดเส้น สะบักจม ปวดต้นคอบ่าไหล่ ปวดหลัง ปวดเอวร้าวลงขา หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ปวดเข่า ข้อเข่าเสื่อม ปวดฝ่าเท้า (โรครองช้ำ) ปวดข้อไหล่ ไหล่ติด ปวดข้อศอก โรคไขข้ออักเสบ
  • โรคที่เกี่ยวกับระบบการสืบพันธุ์ของสตรี อาทิ ปวดประจำเดือน รอบเดือนมาไม่ปกติ มีบุตรยาก อาการวัยทอง
  • โรคเกี่ยวกับระบบลำไส้
  • เบาหวาน ความดันโลหิตสูง
  • ปวดศีรษะ ไมเกรน ภูมิแพ้
  • โรคซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับความเครียด คิดมาก วิตกกังวล นอนไม่หลับ
  • โรคเกี่ยวกับระบบประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดตีบ
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง ฯลฯ

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยโรคหรืออาการต่างๆ ก่อนที่แพทย์จะทำการบำบัดรักษา แพทย์จะต้องทำการตรวจวินิจฉัยตามหลักแพทย์แผนจีนก่อน

การวินิจฉัยโรคตามหลักแพทย์แผนจีน มีแนวทางดังต่อไปนี้

  • การดู สังเกตสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นภายนอก เช่น ดูลิ้น สีหน้า ท่าทาง ลักษณะการนั่ง ยืน เดิน เป็นต้น
  • การฟัง ฟังเสียงพูด เสียงไอ เสียงลมหายใจ
  • ดมกลิ่น ดมกลิ่นปาก กลิ่นตัว กลิ่นอุจจาระ และกลิ่นปัสสาวะของผู้ป่วย
  • การถาม ถามถึงอาการที่ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบาย ประวัติชีวิตความเป็นอยู่ ประวัติครอบครัว เป็นต้น
  • การแมะ (จับชีพจร) แพทย์จะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง สัมผัสที่ข้อมือของคนไข้ทั้งสองข้าง ซึ่งข้อมือแต่ละข้างจะสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะภายในที่แตกต่างกัน การแมะจะช่วยให้แพทย์ทราบว่ามีอวัยวะใดในร่างกายที่ทำงานมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ถ้ามีแสดงว่าร่างกายเกิดภาวะเสียสมดุลขึ้นแล้ว

เมื่อได้ข้อมูลจากการตรวจวินิจฉัย แพทย์จะวิเคราะห์ว่าอาการของผู้ป่วยจัดอยู่ในกลุ่มใด หรือเป็นโรคใด จากนั้นจึงจะดำเนินการรักษาตามศาสตร์แพทย์แผนจีนต่อไป

การบำบัดโรคตามศาสตร์แพทย์แผนจีน 

การบำบัดโรคตามหลักแพทย์แผนจีนมีด้วยกันหลายวิธี แต่ละวิธีก็จะมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไป ในการรักษาแพทย์อาจใช้วิธีใดวิธีหนึ่ง แต่บางครั้งแพทย์อาจพิจารณาว่าจำเป็นต้องใช้การรักษาร่วมอื่น ๆ เข้ามาช่วย ขึ้นอยู่กับโรคหรืออาการที่ผู้ป่วยเป็น ส่วนระยะเวลาในการรักษาขึ้นกับอาการของโรคว่าเป็นมากหรือน้อยเพียงใด สำหรับการรักษาตามหลักแพทย์แผนจีน อาทิ

การฝังเข็ม ทั่วร่างกายของคนเรามีเส้นลมปราณ ซึ่งมีลมปราณไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา หากมีการติดขัดที่จุดใดทำให้ลมปราณไหลเวียนไม่สะดวก จะส่งผลให้เกิดอาการของโรคขึ้นได้ การรักษาด้วยการฝังเข็ม แพทย์จะใช้เข็มฝังไปที่จุดฝังเข็มบนเส้นลมปราณ เพื่อทำให้ลมปราณกลับมาไหลเวียนตามปกติ ทำให้อาการผิดปกติหรือโรคที่เป็นดีขึ้น

ครอบแก้ว แพทย์จะครอบแก้วไปตรงตำแหน่งรอยโรค เช่น บริเวณหลัง ซึ่งความร้อนภายในแก้วจะทำให้รูขุมขนในบริเวณดังกล่าวเปิดออก และเกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนกับความชื้นและความเย็นภายในผิว ส่งผลให้เลือดลมภายในไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น

การรมยา แพทย์จะจุดไฟที่แท่งยาแล้วทำให้ความร้อนจากตัวยาเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งทำได้ 2 วิธีคือ

  • รมยาควบคู่กับการฝังเข็ม เมื่อแพทย์ปักเข็มที่จุดฝังเข็มแล้วจะตัดแท่งยาออกเป็นก้อนเล็กๆ เสียบเข้าที่ปลายเข็ม จุดไฟที่แท่งยา ความร้อนจะนำพาตัวยาผ่านปลายเข็มเข้าสู่จุดฝังเข็มแล้วเข้าในเส้นลมปราณ ทำให้ลมปราณไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น
  • การใช้แท่งยารมโดยตรง ไปที่รอยโรคหรือจุดชีพจรต่างๆ ช่วยให้เลือดลมบริเวณนั้นไหลเวียนได้สะดวกมากขึ้น

 กวาซา เป็นการขูดพิษออกจากร่างกายโดยใช้แผ่นกวาซา ซึ่งการทำการกวาซาจะมีทั้งการขูดเพื่อบำรุงร่างกายเเละขูดเพื่อระบายพิษออก

การใช้ยาสมุนไพรจีน ยาจะเข้าไปรักษาเเละบำรุงร่างกาย ช่วยขับของเสีย ขับพิษ ทำให้เลือดลมเดินตามปกติระบบเลือดเเละระบบประสาททำงานได้ตามปกติ โดยแพทย์จะจ่ายเป็นยาเม็ดหรือยาลูกกลอนเม็ดเล็กๆ หรือบางรายอาจจ่ายเป็นยาห่อให้ไปต้มทานเองที่บ้าน อย่างไรก็ตาม ทางยันฮีแพทย์แผนจีน มีบริการต้มยาจีนตามที่ผู้ป่วยต้องการด้วยระบบการต้มยาที่ทันสมัยเเละได้มาตรฐาน

การทุยหนา เป็นการรักษาโดยการใช้ท่านวดลักษณะต่างๆ นวดลงบนจุดลมปราณ หรือตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย

กดจุดที่หู ใบหูของคนเรามีจุดที่สัมพันธ์กับอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย การรักษาสามารถทำได้ทั้งการฝังเข็มที่หู แปะเม็ดยาที่หู หรือแปะเม็ดแม่เหล็กที่หู

 

แพทย์แผนจีน สามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง
การแพทย์แผนจีนสามารถรักษาได้เกือบทุกโรค เพราะการรักษาแบบแพทย์แผนจีนจะมุ่งสร้างสมดุลให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงจนสามารถเยียวยาตนเองได้ ตัวอย่างโรคหรืออาการต่างๆ ที่รักษาได้ด้วยแพทย์แผนจีน อาทิ โรคเกี่ยวกับระบบลำไส้ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง อาการปวดศีรษะ ไมเกรน ภูมิแพ้ โรคซึมเศร้า โรคเกี่ยวกับความเครียด คิดมาก วิตกกังวล นอนไม่หลับ โรคเกี่ยวกับระบบประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต เส้นเลือดตีบ อ่อนเพลียเรื้อรัง เป็นต้น
—————————————————-
การแพทย์แผนจีนนอกจากวิธีการฝังเข็มมีวิธีการรักษาอื่นหรือไม่
• การแมะ
• ครอบแก้ว
• การรมยา
• การทุยหนา
• กดจุดที่ใบหู
• กวาซา
• อบความร้อนด้วยโคม
• ใช้ยาสมุนไพร
• ปล่อยเลือด
—————————————————-
การรักษาด้วยแพทย์แผนจีน ต้องใช้หลายวิธีหรือไม่
ในการรักษาแพทย์อาจจะใช้เพียงวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือใช้หลายๆ วิธีผสมผสานกันไป ขึ้นอยู่กับอาการและโรคของแต่ละท่าน
—————————————————-
การรักษาด้วยแพทย์แผนจีน ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาอย่างไร
ระยะเวลาในการรักษาขึ้นกับอาการของโรคว่าเป็นมากหรือน้อยเพียงใด
—————————————————-
การแมะคืออะไร
คือการจับชีพจร โดยแพทย์จะใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง สัมผัสที่ข้อมือของคนไข้ทั้งสองข้าง ซึ่งข้อมือแต่ละข้างจะสะท้อนถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะภายในที่แตกต่างกัน การแมะจะทำให้ทราบว่ามีอวัยวะใดในร่างกายที่ทำงานมากเกินไปหรือน้อยเกินไป ถ้ามีแสดงว่าร่างกายเกิดภาวะเสียสมดุลขึ้นแล้ว ซึ่งข้อมูลจากการตรวจวินิจฉัยนี้แพทย์จะวิเคราะห์ได้ว่าอาการของผู้ป่วยจัดอยู่ในกลุ่มใด หรือเป็นโรคใด
—————————————————-
ยาสมุนไพรจีนมีสเตียรอยด์หรือไม่ ทานเป็นระยะเวลานานๆ จะมีผลต่อสุขภาพหรือไม่
ยาสมุนไพรจีนไม่มีสเตียรอยด์ สามารถรับประทานเป็นเวลานานได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่ายกาย แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์แผนจีนเท่านั้น
—————————————————-
รักษาด้วยแพทย์แผนจีนเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้หรือไม่
ได้ แต่ในบางโรคหรือบางอาการที่ผู้ป่วยเป็น แพทย์อาจพิจารณาเห็นว่าการรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันจะได้ผลดียิ่งขึ้น ก็จะแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาควบคู่กันไป
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ค่าแมะ 300 บาท
ฝังเข็ม (แพทย์แผนจีน) 800 บาท
รมยา (ครั้ง) 350 บาท
อบความร้อนด้วยโคม (ชม.) 200 บาท
ครอบแก้ว (ส่วน) 400 บาท
กวาซา (ส่วน) 400 บาท
ปล่อยเลือด (จุด) 200 บาท
นวดกดจุด (ครั้ง) 600 บาท
เมล็ดผักกาดแปะหู (ครั้ง) 300 บาท
ประคบด้วยยาสมุนไพร (ส่วน) 400 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons