โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer) มีอุบัติการณ์การเกิดโรคในภูมิภาคเอเชียมากกว่าในทวีปยุโรปหรืออเมริกา มักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิงประมาณ 2 เท่า ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอายุ 2 ช่วงด้วยกัน คือ ช่วงอายุ 15-25 ปี และ 50-60 ปี อาการคล้ายกับโรคหวัด ภูมิแพ้ หรือไซนัสอักเสบ หากตรวจพบในระยะแรก ช่วยเพิ่มโอกาสรักษาหายได้มากกว่าระยะเรื้อรัง

โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Cancer) เป็นมะเร็งของศีรษะและลำคอชนิดหนึ่ง ตำแหน่งของมะเร็งหลังโพรงจมูกจะอยู่เหนือบริเวณเพดานอ่อนขึ้นไป โดยโพรงจมูกมีลักษณะเป็นโพรงกว้าง อยู่ด้านหลังของจมูก เป็นทางผ่านของอากาศไปยังผนังคอ ตำแหน่งนี้จะมีสารไหลผ่านเข้าไปได้ง่าย เช่น ควันบุหรี่ ควันพิษต่าง ๆ ทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณดังกล่าวได้ง่าย
ระคายเคืองหลังโพรงจมูก มีน้ำมูกปนเลือด มีเลือดออกทางจมูกบ่อยๆ แน่นจมูก หายใจไม่ค่อยสะดวก หรือคัดจมูก มีน้ำมูกไหลลงคอเรื้อรัง หรือเสียงเปลี่ยนไป

การได้ยินบกพร่อง มีเสียงดังในหู รู้สึกปวดหู หรือมีของเหลวไหลออกจากหู อันเนื่องมาจากการทำงานผิดปกติของท่อเชื่อมหูชั้นกลาง เพราะการลุกลามของมะเร็ง เป็นผลให้ความกดอากาศในหูชั้นกลางลดลง ก่อให้เกิดอาการหูอื้อ และมีน้ำเหลืองในหูชั้นกลางข้างนั้น ๆ

มีก้อนนูนอยู่ตรงต้นคอใต้ติ่งหู เรียกส่วนนี้ว่าลำคอด้านนอกส่วนบน เป็นอาการระยะลุกลามไปถึงต่อมน้ำเหลือง อาจพบเพียงก้อนเดียว หรือหลายก้อนแบบติดกัน-ห่างกันก็ได้ ส่วนใหญ่พบเพียงก้อนเดียว มีลักษณะแข็ง ไม่เจ็บ และเคลื่อนไหวไปมาได้
ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน ชาใบหน้า เจ็บเสียวที่แก้มข้างเดียวกับตำแหน่งที่เป็นมะเร็ง ในรายที่อาการลุกลามมาก ผู้ป่วยอาจเป็นอัมพาตบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้า เวียนศีรษะ เสียงแหบ กลืนลำบาก หรือสำลักอาหาร รับกลิ่นและรสเปลี่ยนไป
น้ำหนักลด เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ อ้าปากไม่ขึ้น สำลักน้ำขึ้นจมูก
สารก่อมะเร็งไนโตรซามีน (Nitrosamine) ที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ปลาร้า ปลาส้ม ปลาเค็ม เนื้อเค็ม แหนม ไส้กรอกอีสาน หรือแม้แต่อาหารปิ้งย่าง
การติดเชื้อไวรัส EBV (Epstein-Barr Virus) พบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกจะมีสารภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดนี้ในปริมาณที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป
ฝุ่นละออง ควันไฟจากการเผาไหม้ สารเคมีต่างๆ สารพิษในอากาศ เช่น สารไฮโดรคาร์บอนจากควันบุหรี่และควันจากท่อไอเสีย สารประกอบนิกเกิลฟอร์มาลดีไฮด์ โครเมียม ไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ เป็นต้น

มีประวัติสมาชิกในครอบครัวป่วยด้วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูกมาก่อน
ภาวะอักเสบเรื้อรังของโพรงจมูก สุขอนามัยทางช่องปากที่ไม่ดี
ส่องกล้องตรวจหลังโพรงจมูก (Nasal Endoscopy) เพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หากพบเนื้องอก เช่น เนื้อนูน ผิวขรุขระมีเลือดซึม แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อส่วนนั้นออกมาตรวจทางพยาธิวิทยา

การตรวจเลือดหาสารภูมิต้านทานอิมมูโนโกลบูลินเอต่อไวรัสเอปสไตน์บาร์ EBV (IgA Antibodies) และตรวจ EBV DNA Load Test เพราะผู้ที่เป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกมักมีปริมาณสารภูมิต้านทานและ DNA ของไวรัส EBV สูงกว่าบุคคลทั่วไป
CT scan of nasopharynx
ตรวจ Swab หลังโพรงจมูก (Nasopharyngeal Swab for PCR EBV)
การฉายรังสี เนื่องจากบริเวณหลังโพรงจมูกเป็นตำแหน่งที่ยากต่อการผ่าตัด ผลข้างเคียงที่ได้จากการฉายแสง ได้แก่ ภาวะเยื่อบุอักเสบในช่องปาก, ผิวหนังอักเสบ, เจ็บปากเจ็บคอ, อ่อนเพลีย, น้ำลายแห้ง, รับรสชาติเปลี่ยนไป เป็นต้น ก่อนฉายรังสี แพทย์จะให้ผู้ป่วยทำฟันก่อน เพราะจะทำให้ติดเชื้อและอักเสบที่กระดูกกรามได้ง่าย
ฉายรังสีร่วมกับเคมีบำบัด สำหรับมะเร็งหลังโพรงจมูกระยะที่ 2 ขึ้นไป ผลข้างเคียงได้แก่ เจ็บปากเจ็บคอ, คลื่นไส้อาเจียน, เบื่ออาหาร, ท้องเสีย, เม็ดเลือดขาวต่ำ เป็นต้น เมื่อฉายรังสีเสร็จสิ้น ผลข้างเคียงดังกล่าวอาจหายไป แต่อาการบางอย่างอาจไม่ดีขึ้น เช่น มีปัญหาทางการได้ยินเนื่องจากเส้นประสาทถูกทำลาย ได้รับความเสียหายบริเวณกระดูก กะโหลกศีรษะ และต่อมน้ำลาย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับฟัน เป็นต้น
ผ่าตัดมะเร็งโพรงจมูก กรณีที่สามารถควบคุมเซลล์มะเร็งหลังโพรงจมูกได้แล้ว แต่ยังคงมีก้อนที่คออยู่ หรือกรณีมีมะเร็งเกิดซ้ำ หรือหลงเหลือเซลล์มะเร็งในบริเวณที่จำกัด

แนวทางการตรวจติดตามหลังเข้ารับการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก?
ภายหลังรักษาเสร็จ แพทย์จะประเมินผลการรักษาโดยใช้ CT หรือ MRI of nasopharynx หลังฉายรังสีประมาณ 3 เดือน ร่วมกับการตรวจร่างกาย และการตรวจเลือดหาค่า EBV viral load จากนั้นจะตรวจร่างกายและพบแพทย์ตามนัดหมาย เพื่อประเมินหาภาวะกลับเป็นซ้ำของโรค

แนวทางการป้องกันมะเร็งหลังโพรงจมูก?
– หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารหมักดอง
– หลีกเลี่ยงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง ควันพิษจากท่อไอเสีย งดสูบบุหรี่
– ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม